สรุปข่าว
- ราคาทองคำ Spot ปรับตัวลง 1.23% ในรอบ 24 ชั่วโมง มาอยู่ที่ประมาณ $4,496.6 ต่อออนซ์ หลังจากก่อนหน้านี้เพิ่งขึ้นไปทดสอบระดับเหนือ $4,700 ท่ามกลางแรงขายทำกำไรระยะสั้น
- ตลาดกำลังจับตา 3 ปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดทิศทางทองคำในสัปดาห์หน้า ได้แก่ ทิศทางดอกเบี้ย Fed และ Dollar Index, ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และแรงซื้อทองคำจากธนาคารกลางทั่วโลก โดยเฉพาะจีนและอินเดีย
- ข้อมูลจาก CME FedWatch Tool ยังสะท้อนว่าตลาดจำนวนมากคาดว่า Fed มีโอกาสลดดอกเบี้ยในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 ซึ่งยังเป็นปัจจัยหนุนระยะกลางต่อทองคำ
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral
แม้ทองคำจะเริ่มพักฐานหลังขึ้นแรง แต่ปัจจัยระยะกลางยังค่อนข้างสนับสนุนราคา โดยเฉพาะหาก Fed ส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงิน หรือสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง
ราคาทองคำ Spot ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ประมาณ $4,496.6 ต่อออนซ์ ลดลง 1.23% ในรอบ 24 ชั่วโมง หลังจากก่อนหน้านี้เพิ่งพุ่งขึ้นไปทดสอบระดับเหนือ $4,700 ท่ามกลางแรงซื้อจากความกังวลด้านเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ อย่างไรก็ตาม การย่อตัวครั้งนี้ยังถูกมองว่าเป็นการพักฐานระยะสั้นมากกว่าการกลับตัวลงเต็มรูปแบบ เพราะตลาดยังมีหลายปัจจัยที่สนับสนุนทองคำอยู่ในขณะนี้
Fed และ Dollar Index ยังเป็นตัวแปรสำคัญที่สุด
หนึ่งในปัจจัยที่ตลาดจับตามากที่สุดคือทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Fed เพราะทองคำมักเคลื่อนไหวสวนทางกับดอกเบี้ยและค่าเงินดอลลาร์ หาก Fed เริ่มส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยหรือชะลอการใช้นโยบายการเงินตึงตัว ค่าเงินดอลลาร์มีแนวโน้มอ่อนค่าลง ซึ่งมักเป็นผลบวกต่อราคาทองคำ
ข้อมูลจาก CME FedWatch Tool สะท้อนว่าตลาดยังให้น้ำหนักกับโอกาสที่ Fed จะเริ่มลดดอกเบี้ยในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 แม้เงินเฟ้อสหรัฐฯ ยังอยู่ในระดับที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ขณะที่ Dollar Index ในช่วงที่ผ่านมาเริ่มแกว่งตัวผันผวนมากขึ้น หลัง Bond Yield สหรัฐฯ ปรับขึ้นแรงในช่วงก่อนหน้า
สงครามยังเป็นปัจจัยหนุนทองคำ
อีกปัจจัยที่ยังช่วยพยุงทองคำคือความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังเปราะบาง หลังหลายประเทศเริ่มเพิ่มมาตรการทางทหารและความเสี่ยงด้านพลังงานกลับมาอยู่ในความสนใจของตลาดอีกครั้ง
โดยปกติแล้ว เมื่อความเสี่ยงด้านสงครามหรือความไม่แน่นอนทางการเมืองเพิ่มขึ้น นักลงทุนมักโยกเงินเข้าสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ ส่งผลให้ราคาทองคำมีแรงซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แม้ในบางช่วงตลาดจะมีแรงขายทำกำไรระยะสั้นก็ตาม
ธนาคารกลางทั่วโลกยังคงสะสมทองคำต่อเนื่อง
ข้อมูลจาก World Gold Council ระบุว่าความต้องการทองคำจากธนาคารกลางทั่วโลกยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะประเทศอย่างจีนและอินเดียที่ยังคงเพิ่มสัดส่วนทองคำสำรองอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายไตรมาสที่ผ่านมา
แนวโน้มนี้สะท้อนว่าหลายประเทศกำลังพยายามลดการพึ่งพาสกุลเงินดอลลาร์ และต้องการเพิ่มสินทรัพย์สำรองที่มีความมั่นคงมากขึ้นในระยะยาว ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนราคาทองคำในรอบนี้
นักลงทุนไทยควรจับตาอะไรต่อ?
สำหรับนักลงทุนไทย นอกจากราคาทองคำโลกแล้ว ยังต้องติดตามค่าเงินบาทควบคู่กันไป เพราะแม้ราคาทองคำ Spot จะย่อตัว แต่หากเงินบาทอ่อนค่าลง ราคาทองคำในประเทศอาจไม่ได้ปรับลงแรงตามตลาดโลก
สัปดาห์หน้าตลาดจะจับตาทั้งถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ Fed ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ และพัฒนาการในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด เพราะทั้งสามปัจจัยนี้สามารถเปลี่ยนทิศทางของทองคำได้ค่อนข้างรวดเร็วในระยะสั้น
ผู้เขียนมองว่าการย่อตัวของทองคำในรอบนี้ยังดูเป็นการพักฐานหลังขึ้นแรงมากกว่าการเข้าสู่ขาลงเต็มรูปแบบ เพราะปัจจัยระยะกลางหลายด้านยังสนับสนุนทองคำอยู่ ทั้งความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก แนวโน้มดอกเบี้ยสหรัฐฯ และแรงซื้อจากธนาคารกลาง อย่างไรก็ตาม หลังราคาทองคำขึ้นมาแรงมากในช่วงที่ผ่านมา ความผันผวนระยะสั้นอาจยังสูง และนักลงทุนควรระวังแรงขายทำกำไรที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
แหล่งข้อมูลอ้างอิง:

