bitkub-banner

อิหร่านเก็บค่าผ่านช่องแคบฮอร์มุซเป็น Bitcoin รับกว่า $100 ล้านใน 3 วัน

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • มีรายงานว่ากองกำลัง IRGC ของอิหร่านใช้ Bitcoin เป็นค่าผ่านทางช่องแคบฮอร์มุซภายใต้หน่วยงานใหม่ชื่อ Persian Gulf Strait Authority (PGSA) ที่จัดตั้งเมื่อวันที่ 5 พ.ค. 2569
  • ค่าผ่านทางอยู่ที่สูงสุด $2 ล้านต่อเรือ 1 ลำ โดยอิหร่านตั้งใจใช้คริปโตและหยวนจีนเพื่อหลีกเลี่ยงระบบการเงินที่ผูกกับดอลลาร์ ขณะที่สหรัฐฯ ขู่คว่ำบาตรผู้ที่จ่ายเงินในรูปสกุลดิจิทัล
  • ตัวเลข $100 ล้านใน 72 ชั่วโมงยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ และสถานะของระบบประกันภัย Hormuz Safe ที่ชำระด้วย Bitcoin ก็ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตามความคืบหน้าต่อ

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Neutral

แม้ข่าวนี้จะตอกย้ำภาพ Bitcoin ในฐานะเครื่องมือหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร แต่ตัวเลขที่อ้างยังไม่ได้รับการยืนยัน และปริมาณ $100 ล้านถือว่าเล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับตลาด Bitcoin โดยรวม ผลกระทบต่อราคาจึงน่าจะจำกัด เว้นแต่จะมีการยกระดับทางภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มเติม

ตามรายงานจาก Crypto Rover เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 25 พ.ค. 2569 ตามเวลาไทย มีการอ้างว่าในช่วง 72 ชั่วโมงที่ผ่านมา กองกำลัง IRGC ของอิหร่านได้อนุญาตให้เรือบรรทุกน้ำมันราว 100 ลำผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ภายใต้กรอบของหน่วยงานใหม่ที่ชื่อว่า Persian Gulf Strait Authority (PGSA) โดยเรียกเก็บค่าผ่านทางสูงสุดถึง $2 ล้านต่อเรือ 1 ลำ ชำระเป็น Bitcoin รวมรายได้ประมาณ $100 ล้านใน 3 วัน อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังไม่ได้รับการยืนยันจากแหล่งข้อมูลอิสระ และควรรับทราบด้วยความระมัดระวัง PGSA ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 5 พ.ค. 2569 โดยรัฐสภาอิหร่านได้ผ่านกฎหมาย “แผนการจัดการช่องแคบฮอร์มุซ” ในเดือน มี.ค. 2569 เพื่อทำให้ระบบเก็บค่าผ่านทางที่ IRGC ดำเนินการอยู่แล้วมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ

Bitcoin เครื่องมือหลีกเลี่ยงดอลลาร์และมาตรการคว่ำบาตร

ตามข้อมูลที่ได้รับการยืนยัน อิหร่านมีนโยบายชัดเจนที่จะใช้คริปโตและหยวนจีนเป็นช่องทางการรับชำระเงินค่าผ่านทาง เพื่อตัดการพึ่งพาระบบการเงินที่ผูกกับดอลลาร์สหรัฐฯ โครงสร้างค่าธรรมเนียมสำหรับเรือของประเทศที่ไม่ใช่พันธมิตรอยู่ที่ $150,000 ถึง $2 ล้านต่อการผ่านทาง 1 ครั้ง นอกจากนี้อิหร่านยังกำลังพัฒนาแพลตฟอร์มประกันภัยทางทะเล “Hormuz Safe” ที่ชำระเบี้ยด้วย Bitcoin โดยประมาณการรายได้มากกว่า $1 หมื่นล้านต่อปี แต่ ณ วันที่ 19 พ.ค. 2569 เว็บไซต์ของแพลตฟอร์มยังแสดงข้อความ “Coming Soon” อยู่

ด้านมาตรการตอบโต้จากสหรัฐฯ นั้นชัดเจนและรุนแรง สำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศสหรัฐฯ (OFAC) ประกาศว่ามาตรการคว่ำบาตรทุกรายการครอบคลุมธุรกรรมสกุลเงินดิจิทัลด้วย และรัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐฯ Scott Bessent เปิดเผยเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2569 ว่า ผ่านปฏิบัติการ Economic Fury มูลค่าคริปโตที่เชื่อมโยงกับอิหร่านที่ถูกอายัดรวมแล้วสูงถึงประมาณ $500 ล้าน โดย $344 ล้านถูกอายัดในเดือนที่ผ่านมาเพียงเดือนเดียว ก่อนหน้านี้ Tether ร่วมมือกับ OFAC อายัด USDT บนเครือข่าย TRON ที่เชื่อมโยงกับอิหร่านประมาณ $340 ล้านเมื่อวันที่ 24 เม.ย. 2569

ข้อพิพาทด้านกฎหมายระหว่างประเทศและความเสี่ยงสำหรับเจ้าของเรือ

นักวิเคราะห์กฎหมายทางทะเลชี้ว่าการเรียกเก็บค่าผ่านทางของอิหร่านขัดกับอนุสัญญา UNCLOS ข้อที่ 34 ซึ่งรับรองสิทธิผ่านทางในช่องแคบระหว่างประเทศโดยเสรี โดยที่รัฐชายฝั่งไม่มีสิทธิ์ระงับหรือกำหนดเงื่อนไขล่วงหน้า สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ก็ออกมาปฏิเสธการอ้างสิทธิ์ของเตหะรานแล้ว สำหรับบริษัทเดินเรือที่จ่ายค่าผ่านทางให้ PGSA ไม่ว่าจะในรูปคริปโตหรือสกุลเงินใดก็ตาม มีความเสี่ยงสูงที่จะถูกคว่ำบาตรรองจากสหรัฐฯ ซึ่งประกาศว่าจะลงโทษเจ้าของเรือที่จ่ายเงินให้อิหร่านเพื่อขอผ่านทาง

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า ตลาดคริปโตฟื้นตัว $7.5 หมื่นล้านรับข่าวเจรจาสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่าน และ อิหร่านโต้ Trump ข้อตกลงยังไม่มีจริง ซึ่งบ่งชี้ว่าสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซยังคงมีความผันผวนสูงและส่งผลต่อตลาดคริปโตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงได้รายงานไว้ตั้งแต่ปี 2563 ว่า Bitcoin มีสถานะเป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยนอย่างถูกกฎหมายในอิหร่าน แล้ว


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวนี้น่าสนใจในแง่ภูมิรัฐศาสตร์มากกว่าที่จะส่งผลต่อราคา Bitcoin โดยตรงในระยะสั้น ตัวเลข $100 ล้านใน 72 ชั่วโมงฟังดูใหญ่โต แต่ก็ยังไม่มีหน่วยงานอิสระมายืนยัน และสถานะจริงของระบบ Hormuz Safe ที่ยังขึ้น “Coming Soon” ก็ทำให้น่าเคลือบแคลงว่าเกิดขึ้นจริงแค่ไหน สิ่งที่น่าจับตาจริงๆ คือปฏิกิริยาของสหรัฐฯ ถ้า Washington เพิ่มมาตรการแซงก์ชั่นหนักขึ้นและกดดันให้กระดานเทรดและ Stablecoin issuer ตัดการเชื่อมโยงกับอิหร่านมากขึ้น อาจมีผลต่อ sentiment ตลาดคริปโตมากกว่าข่าวว่าอิหร่านได้ Bitcoin จากเรือกี่ลำ

ที่มา: @cryptorover

เครดิตภาพจาก @rukigafm