สรุปข่าว
- DTCC และ Stellar Development Foundation ประกาศแผนร่วมกันเมื่อวันที่ 27 พ.ค. 2569 เพื่อนำสินทรัพย์ที่ DTC ดูแลอยู่ขึ้นบน Stellar network
- Stellar ถูกเลือกด้วยเหตุผลด้านสถาปัตยกรรมที่คำนึงถึงความสอดคล้องกับกฎเกณฑ์ ธุรกรรมรวดเร็ว ต้นทุนต่ำ และรองรับการบังคับโอนหรือยกเลิกโทเคนตามที่ DTC ต้องการ
- คาดว่าสินทรัพย์ที่ถูกแปลงเป็นโทเคนโดย DTC จะพร้อมใช้งานบน Stellar network ในช่วงครึ่งแรกของปี 2570 หลัง DTCC เปิดให้บริการเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบในเดือน ต.ค. 2569 ก่อน
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การที่ DTCC ซึ่งดูแลสินทรัพย์รวมกว่า 114 ล้านล้านดอลลาร์เลือก Stellar เป็นบล็อกเชนสาธารณะในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ถือเป็นการยืนยันระดับสถาบันที่สำคัญต่อระบบนิเวศ Stellar และ XLM ซึ่งสะท้อนให้เห็นได้จากราคา XLM ที่ขึ้นกว่า 14% หลังประกาศ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากยังอยู่ในขั้นแผนงานและจะไม่เปิดใช้จริงจนถึงปี 2570 ผลกระทบต่อราคาในระยะสั้นจึงมีจำกัด
เมื่อวันที่ 27 พ.ค. 2569 ที่ผ่านมา DTCC (The Depository Trust & Clearing Corporation) สถาบันหักบัญชีรายใหญ่ของวอลล์สตรีท และ Stellar Development Foundation (SDF) ได้ประกาศแผนร่วมกันที่จะนำสินทรัพย์ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของ The Depository Trust Company (DTC) ขึ้นบน Stellar network ตามรายงานจาก CoinDesk Denelle Dixon ซีอีโอของ Stellar Development Foundation ระบุว่า Stellar ถูกเลือกเพราะสถาปัตยกรรมที่คำนึงถึงความสอดคล้องกับกฎเกณฑ์ โครงสร้างพื้นฐานแบบเปิด และความสามารถด้านการบริหารความเสี่ยงที่ตอบโจทย์ตลาดสินทรัพย์ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล คาดว่าสินทรัพย์ที่ผ่านการแปลงเป็นโทเคนโดย DTC จะพร้อมให้บริการบน Stellar network ในช่วงครึ่งแรกของปี 2570
ทำไม Stellar ถึงได้รับเลือก
DTCC ดูแลสินทรัพย์รวมมูลค่ากว่า 114 ล้านล้านดอลลาร์ในตลาดทุนสหรัฐฯ และบริษัทในเครือประมวลผลธุรกรรมหลักทรัพย์คิดเป็นมูลค่ารวมถึง 4.7 ล้านล้านล้านดอลลาร์ในปี 2568 การเลือกบล็อกเชนสาธารณะสำหรับโครงการขนาดนี้จึงมีเกณฑ์ที่เข้มงวดมาก Stellar ผ่านการคัดเลือกด้วยคุณสมบัติหลายอย่าง ได้แก่ ความสามารถในการประมวลผลธุรกรรมจำนวนมากด้วยต้นทุนต่ำ รวมถึงฟีเจอร์ที่ DTC ต้องการโดยเฉพาะ เช่น การจำกัดการโอนโทเคนให้อยู่เฉพาะกระเป๋าเงินที่ขึ้นทะเบียน และความสามารถในการบังคับโอนหรือยกเลิกโทเคนได้หากจำเป็น
นอกจากนี้ ก่อนหน้านี้ในเดือน พ.ค. 2568 DTCC ได้ยื่นจดสิทธิบัตรที่ระบุกรอบการจัดการ Digital Liquidity Tokens ในหลายเครือข่าย โดยระบุชื่อทั้ง XRP Ledger และ Stellar ไว้อย่างชัดเจน ส่วนในเดือน ธ.ค. 2568 DTC ได้รับ No-Action Letter จาก ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) ซึ่งเปิดทางให้ DTC ดำเนินการบริการแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคนได้อย่างเป็นทางการ ขณะที่ยังคงการคุ้มครองนักลงทุนไว้ครบถ้วน
ไทม์ไลน์และความหมายต่อตลาดโทเคนหลักทรัพย์
DTCC วางแผนเริ่มทดสอบธุรกรรมจริงในจำนวนจำกัดในเดือน ก.ค. 2569 และเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบในเดือน ต.ค. 2569 อย่างไรก็ตาม Stellar จะยังไม่พร้อมสำหรับการเปิดตัวครั้งแรกนี้ โดยการรวมระบบ Stellar เข้าด้วยกันมีกำหนดแล้วเสร็จในช่วงครึ่งแรกของปี 2570 Stellar ถือเป็นบล็อกเชนสาธารณะรายที่สองที่ถูกบูรณาการเข้ากับบริการโทเคนของ DTCC ต่อจาก Canton Network
บริการนี้มีเป้าหมายรองรับหลักทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง อาทิ หุ้นในกลุ่ม Russell 1000 กองทุน ETF ดัชนีหลัก และพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ โดยครอบคลุมวงจรชีวิตสินทรัพย์ทั้งหมด ตั้งแต่การแปลงเป็นโทเคน การจัดการสิทธิประโยชน์ขององค์กร (corporate actions) ไปจนถึงการรายงาน Frank La Salla ประธานและซีอีโอของ DTCC กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นก้าวสู่การสร้างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลแบบเปิดและสามารถทำงานร่วมกันได้ ซึ่งจะเชื่อมตลาดดั้งเดิมกับตลาดดิจิทัลเข้าด้วยกัน
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวนี้น่าสนใจกว่าที่คิดในตอนแรก เพราะ DTCC ไม่ใช่สถาบันที่จะรีบตัดสินใจ การที่พวกเขาเลือก Stellar ซึ่งเป็นบล็อกเชนสาธารณะแทนที่จะเป็นเครือข่ายส่วนตัวหรือกึ่งส่วนตัว สะท้อนว่าทิศทางของการเงินสถาบันกำลังเปลี่ยนไปจริงๆ อย่างไรก็ตาม ยังต้องจับตาว่าเมื่อถึงปี 2570 แล้ว ระบบจะทำงานได้ตามที่คาดหวังไว้จริงหรือเปล่า เพราะในอดีต โปรเจกต์ระดับสถาบันมักใช้เวลานานกว่ากำหนดเสมอ สำหรับคนที่ถือ XLM อยู่ ควรมองที่ไทม์ไลน์จริงในปีหน้า ไม่ใช่แค่ดีใจกับการประกาศตอนนี้
ที่มา: CoinDesk
ภาพจาก AI

