bitkub-banner

Bitmine ของ Tom Lee ขาดทุนลอยตัวพุ่งแตะ $8.86 พันล้าน จากคลัง ETH

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Bitmine บริษัทของ Tom Lee มีการขาดทุนลอยตัวสูงถึง $8.86 พันล้านดอลลาร์จากคลัง Ethereum จำนวน 5,416,901 ETH โดยมูลค่าการถือครองปัจจุบันอยู่ที่ราว $1 หมื่นล้านดอลลาร์
  • ตัวเลขนี้ทำให้ Bitmine กลายเป็นบริษัทที่มีการขาดทุนลอยตัวในคลังคริปโตสูงที่สุดในขณะนี้ แซงหน้า Strategy ที่ขาดทุนลอยตัว $7.6 พันล้านจากคลัง Bitcoin
  • ราคา Ethereum ปัจจุบันอยู่ที่ $1,839.74 ยังคงแกว่งตัวต่ำ ทำให้การขาดทุนลอยตัวของ Bitmine ยังไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นตัวในระยะสั้น

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

การขาดทุนลอยตัวขนาดมหาศาลของ Bitmine สะท้อนให้เห็นว่าราคา ETH ยังห่างไกลจากต้นทุนการสะสมของบริษัทมาก ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันต่อจิตวิทยาของนักลงทุนและเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงของกลยุทธ์การถือครอง ETH จำนวนมากในระดับองค์กร

ตามรายงานจาก Cointelegraph เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. 2569 Bitmine บริษัทด้านคลัง Ethereum ที่ก่อตั้งโดย Tom Lee นักวิเคราะห์ชื่อดัง กำลังแบกรับการขาดทุนลอยตัวสูงถึง $8.86 พันล้านดอลลาร์จากการถือครอง ETH ในคลังของบริษัท โดยมีการถือครองทั้งสิ้น 5,416,901 ETH คิดเป็นมูลค่าปัจจุบันราว $1 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่ราคา Ethereum ในปัจจุบันอยู่ที่ $1,839.74 ยังคงห่างไกลจากต้นทุนเฉลี่ยของบริษัทมาก สถานการณ์นี้ทำให้ Bitmine กลายเป็นบริษัทที่มีการขาดทุนลอยตัวจากคลังคริปโตสูงที่สุดในโลกขณะนี้

ภาพโปรไฟล์ของ Tom Lee ผู้บริหาร Bitmine ซึ่งบริษัท​ของเขากำลังประสบการสูญเสียลอยตัวจากคลัง ETH
ภาพโปรไฟล์ของ Tom Lee ผู้บริหาร Bitmine ซึ่งบริษัท​ของเขากำลังประสบการสูญเสียลอยตัวจากคลัง ETH (ภาพจาก: @Cointelegraph)

Bitmine แซง Strategy ในแง่การขาดทุนลอยตัวคลังคริปโต

ข้อมูลจาก cryptothedoggy เปิดเผยว่า หากเปรียบเทียบกับบริษัทที่ถือครองคริปโตในระดับสถาบัน Strategy ซึ่งถือครอง Bitcoin จำนวน 843,706 BTC มูลค่าราว $5.6 หมื่นล้านดอลลาร์ ก็มีการขาดทุนลอยตัวอยู่ที่ $7.6 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งน้อยกว่า Bitmine ถึง $1.26 พันล้านดอลลาร์ ทั้งที่มูลค่าการถือครองรวมของ Strategy สูงกว่ามากกว่า 5 เท่า ความแตกต่างนี้สะท้อนให้เห็นว่าราคา ETH ร่วงลงในสัดส่วนที่หนักกว่า BTC เมื่อเทียบกับต้นทุนที่บริษัทได้สะสมไว้

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Bitmine ของ Tom Lee ขาดทุนลอยตัว $7,800 ล้านหลัง ETH ราคาร่วง และในช่วงต้นปี บริษัทยังคง ช้อนซื้อเพิ่มอีก 40,613 ETH แม้จะเผชิญกับการขาดทุนลอยตัวมหาศาล โดยยืนยันความเชื่อมั่นในพื้นฐานระยะยาวของ Ethereum ตัวเลขการขาดทุนลอยตัวที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจาก $7.8 พันล้านเป็น $8.86 พันล้านในระยะเวลาไม่ถึงเดือน สะท้อนว่าราคา ETH ยังคงอยู่ในแนวโน้มขาลง

ความเสี่ยงของกลยุทธ์คลัง ETH ขนาดใหญ่ในภาวะตลาดขาลง

การที่บริษัทเดียวถือครอง ETH มากกว่า 5.4 ล้านดอลลาร์ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนขนาดใหญ่ของอุปทาน Ethereum ที่หมุนเวียนอยู่ในตลาด ก่อให้เกิดความเสี่ยงหลายมิติ ทั้งในแง่ความผันผวนของราคาที่ส่งผลต่อมูลค่าทางบัญชีของบริษัท และแรงกดดันจากนักลงทุนสถาบันที่อาจมองว่าการขาดทุนลอยตัวระดับนี้บ่งชี้ถึงปัญหาเชิงกลยุทธ์ อย่างไรก็ตาม การขาดทุนลอยตัวในที่นี้ยังไม่ใช่การขาดทุนจริง เนื่องจาก Bitmine ยังไม่ได้ขาย ETH ออกมา แต่หากราคา Ethereum ไม่ฟื้นตัวกลับไปสู่ระดับต้นทุนของบริษัท แรงกดดันทางการเงินก็จะยิ่งทวีคูณขึ้น

Siam Blockchain เคยรายงานว่าราคา Ethereum ร่วงกว่า 7% หลุด $1,900 ทดสอบแนวรับ $1,821 ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การขาดทุนลอยตัวของ Bitmine เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงที่ผ่านมา ขณะที่ปัจจุบัน ETH ยังซื้อขายอยู่ที่ $1,839.74 ซึ่งยังคงอยู่ในแดนที่กดดันสถานะของ Bitmine


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่า ตัวเลขการขาดทุนลอยตัว $8.86 พันล้านของ Bitmine นั้นน่าตกใจมากโดยเฉพาะเมื่อมองว่ามันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแทบทุกเดือน จากที่ Siam Blockchain รายงานไว้ที่ $7.8 พันล้านเมื่อปลายเดือนพฤษภาคม บริษัทดูเหมือนจะยึดมั่นในวิสัยทัศน์ระยะยาวต่อ Ethereum แต่คำถามที่น่าสนใจคือ นักลงทุนในบริษัทจะยังคงอดทนกับตัวเลขนี้ได้นานแค่ไหน และหาก ETH ไม่สามารถฟื้นตัวกลับมาสู่ระดับที่ Bitmine สะสมไว้ได้ในระยะ 6-12 เดือนข้างหน้า แรงกดดันให้ปรับกลยุทธ์ก็อาจมาถึงก่อนที่ตลาดจะพลิกกลับ ต้องจับตาดูว่า Tom Lee จะมีท่าทีอย่างไรต่อสถานการณ์นี้

ที่มา: @Cointelegraph

ภาพจาก AI