bitkub-banner

นักวิเคราะห์ชี้ Bitcoin เผชิญความเสี่ยงควอนตัมทำราคาดิ่งต่ำกว่ามูลค่าจริงถึง 28%

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • แบบจำลองของ Charles Edwards บ่งชี้ว่าราคาตลาดปัจจุบันของ Bitcoin ได้ร่วงลงจนต่ำกว่าเส้นมูลค่าพื้นฐานที่ควรจะไปถึงระดับ 120,000 ดอลลาร์ ทำให้เกิดช่องว่างราคาหรือส่วนลดจากความเสี่ยงควอนตัมที่พุ่งแตะ 28%
  • ปัจจัยกดดันหลักมาจากความล่าช้าของทีมพัฒนา Bitcoin Core ที่ยังไม่ยอมอัปเกรดระบบป้องกันภัยคุกคามจากคอมพิวเตอร์ควอนตัม ซึ่งระบบเดิมมีโอกาสถูกเจาะทะลวงสูงถึง 63.53% ภายในปี 2030
  • สถานการณ์นี้ยังถูกซ้ำเติมด้วยปัญหาฟองสบู่หนี้สินของบริษัทเอกชนที่กู้เงินมาซื้อเหรียญเก็บไว้ รวมถึงการที่รายย่อยหมดความเชื่อมั่นและหนีออกจากตลาดเพราะเบื่อหน่ายสารพัดกลโกงจากบรรดาเหรียญมีม

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish

ความกังวลที่ว่าคอมพิวเตอร์ควอนตัมอาจเจาะระบบเข้ารหัสได้ในอนาคตบวกกับการที่ทีมพัฒนายังนิ่งเฉยถือเป็นปัจจัยลบที่คอยกดราคา Bitcoin เอาไว้ให้ต่ำกว่ามูลค่าที่ควรจะเป็นและอาจทำให้ไม่สามารถทำจุดสูงสุดใหม่ได้ในระยะสั้น

ช่วงนี้ราคา Bitcoin ร่วงลงมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถ้ามองลึกลงไปจะพบว่าสาเหตุหลักมาจากทีมพัฒนา Bitcoin Core ทำงานล่าช้าและยังไม่มีความคืบหน้าเรื่องการนำระบบเข้ารหัสแบบใหม่หรือ Post-Quantum Cryptography มาใช้แทนระบบเดิมที่เริ่มมีช่องโหว่

Charles Edwards ผู้ก่อตั้ง Capriole Investments อธิบายว่าโมเดลของเขาแสดงให้เห็นช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างราคาที่ซื้อขายกันบนกระดานกับมูลค่าที่แท้จริง โดยราคาปัจจุบันร่วงทะลุแนวรับสำคัญที่ใช้ประเมินมูลค่าพื้นฐานสู่เป้าหมาย 120,000 ดอลลาร์ลงมาแล้ว เขามองว่าช่องว่างตรงนี้คือส่วนลดราคาที่เกิดจากความกังวลเรื่องควอนตัมซึ่งพุ่งสูงถึง 28% เพราะตามสถิติแล้วระบบเข้ารหัสที่ใช้อยู่ตอนนี้มีโอกาสถูกคอมพิวเตอร์ควอนตัมเจาะได้หลังปี 2027 และความเสี่ยงนี้จะพุ่งทะยานไปถึง 63.53% ภายในปี 2030

ความล่าช้าที่เกิดขึ้นทำให้หัวหน้าทีมวิเคราะห์รายนี้ต้องออกมาเตือนอย่างตรงไปตรงมาว่า ถ้าภายใน 12 เดือนข้างหน้ายังไม่มีแผนอัปเกรดเครือข่ายออกมาชัดเจน Bitcoin ก็คงหมดสิทธิ์ทำสถิติราคาสูงสุดใหม่ และจะตกอยู่ในช่วงขาลงต่อไปเรื่อย ๆ เพื่อสะท้อนความเสี่ยงทางเทคโนโลยีที่ยังไม่มีการแก้ไข

นอกจากเรื่องความปลอดภัยแล้ว Edwards ยังพูดถึงระเบิดเวลาลูกอื่นในอุตสาหกรรมด้วย นั่นคือฟองสบู่หนี้สินของบริษัทเอกชนที่กู้ยืมเงินมาซื้อ Bitcoin เก็บไว้แบบดุดันจนบริษัทแทบจะมีสภาพเป็นกองทุน ETF เถื่อนที่อาศัยเลเวอเรจมหาศาลและไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาควบคุมดูแล

ยิ่งไปกว่านั้น ภาพรวมของตลาดยังเจอกับสภาวะรายย่อยเททิ้ง เพราะคนเริ่มมีภูมิคุ้มกันและเข็ดขยาดกับสารพัดกลโกงและเหรียญมีมที่หลอกลวงกันไม่หยุดหย่อน พอคนเลิกเชื่อเรื่องรวยทางลัด Bitcoin เลยขาดเม็ดเงินใหม่จากรายย่อยที่จะเข้ามาช่วยดันราคาเหมือนรอบก่อน ๆ

ท้ายที่สุด Edwards สรุปว่าราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าจริงในตอนนี้ถือเป็นความย้อนแย้งที่น่าสนใจ เพราะตลาดเอาแต่กลัวภัยเทคโนโลยีจนกดราคากันเอง แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่มีการประกาศว่าเขียนโค้ดป้องกันควอนตัมเสร็จเรียบร้อย ช่องว่างราคานี้ก็จะถูกปิดทันทีและจะเกิดแรงซื้อกลับอย่างรุนแรงเพื่อดันราคาให้กลับไปหามูลค่าที่แท้จริง


มุมมองส่วนตัวผมประเมินว่าเรื่องคอมพิวเตอร์ควอนตัมเป็นความเสี่ยงระยะยาวที่กดดันจิตวิทยานักลงทุนสายเทคโนโลยีและสถาบันอยู่พอสมควรครับ แม้ตอนนี้คอมพิวเตอร์ควอนตัมระดับที่เจาะบล็อกเชนได้จะยังไม่เกิดขึ้นจริง แต่การที่ราคาทรุดลงมาลึกขนาดนี้ก็แปลว่าตลาดเริ่มนำความเสี่ยงนี้ไปคำนวณในราคาล่วงหน้าแล้ว พอมาเจอกับช่วงที่รายย่อยหนีหายเพราะเข็ดกับเหรียญมีม ตลาดเลยยิ่งไม่มีเงินใหม่มาช่วยพยุง ในระยะสั้นถ้าทีมพัฒนายังไม่มีความชัดเจนเรื่องอัปเกรดระบบ ราคา Bitcoin ก็น่าจะยังอึดอัดอยู่ในกรอบล่างต่อไป นักลงทุนจึงควรติดตามข่าวฝั่งนักพัฒนา Core เป็นหลักและต้องบริหารพอร์ตให้รัดกุมครับ