สรุปข่าว
- รายงานจาก Chainalysis เผยมูลค่าเงินคริปโทที่ไหลเข้าสู่ธุรกิจตลาดมืดขายเปปไทด์เถื่อน พุ่งกระฉูดกว่า 159% ในไตรมาสแรก ดันยอดเติบโตต่อปีทะลุ 100 ล้านดอลลาร์เรียบร้อยแล้ว
- ซัพพลายเออร์จากต่างประเทศ ลักลอบขายเปปไทด์เถื่อนลอกเลียนแบบในราคาถูก โดยใช้คริปโทเคอร์เรนซีเป็นสะพานการเงินหลัก หลบเลี่ยงระบบธนาคาร
- กลุ่มผู้ค้าส่งและร้านค้ารายใหญ่เริ่มเปลี่ยนพฤติกรรม หันมาพึ่งพาเหรียญ stablecoin และ Bitcoin ในการทำธุรกรรม เพื่อใช้บริหารความเสี่ยงและปกป้องมูลค่าคำสั่งซื้อในห่วงโซ่อุปทาน
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Neutral
ข้อมูลนี้เป็นเพียงการสะท้อนกรณีการใช้งานสินทรัพย์ดิจิทัลในอุตสาหกรรมเฉพาะกลุ่มเท่านั้น ไม่ได้มีน้ำหนักมากพอที่จะเปลี่ยนโครงสร้างหรือทิศทางราคาของ Bitcoin และเหรียญหลักบนกระดานเทรดจริงได้
มูลค่าตลาดตลาดขาย “เปปไทด์เถื่อน” บนเครือข่ายบล็อกเชนได้พุ่งทะยานจนทำสถิติอัตราการเติบโตต่อปี ทะลุระดับ 100 ล้านดอลลาร์ ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากเม็ดเงินทุนคริปโทที่ไหลเข้าสู่ธุรกิจนี้ ก้าวกระโดดขึ้นถึง 159% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ในช่วงต้นปี 2026
ตามรายงานจาก Chainalysis บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชนระดับโลก พบว่า เฉพาะในไตรมาสแรกเพียงไตรมาสเดียว เม็ดเงินไหลเข้าพุ่งจาก 12 ล้านดอลลาร์ขึ้นไปอยู่ที่ 32 ล้านดอลลาร์ ถือเป็นการปิดฉากการเติบโตติดต่อกันยาวนานถึง 6 ไตรมาสสำหรับกลุ่มธุรกิจที่ครั้งหนึ่งเคยทำเงินได้ไม่ถึง 1 ล้านดอลลาร์ในทุกๆ สามเดือนด้วยซ้ำ
กระแสการลดน้ำหนักพร้อมเทรนด์ TikTok ปัจจัยเร่งให้โตต่อเนื่อง 6 ไตรมาส
ตลาดมืด “เปปไทด์” คือ สารประกอบเคมีที่ไม่มีแบรนด์ และไม่ผ่านการควบคุมตามกฎหมาย ซึ่งเป็นเวอร์ชันเลียนแบบตัวยาที่พบในกลุ่มยาลดน้ำหนักและยาเพื่อความงาม โดยซัพพลายเออร์จากต่างประเทศมักจะลักลอบจำหน่ายสิ่งเหล่านี้ ตรงไปยังผู้ซื้อในราคาที่ถูกกว่าราคาตามร้านขายยาหลายเท่าตัว
ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว ธนาคารและบริษัทผู้ประมวลผลบัตรเครดิตต่างๆ จะปฏิเสธการทำธุรกรรมให้แก่การค้าประเภทนี้ ส่งผลให้ระบบการค้าดังกล่าวต้องเบนเข็มหันมาใช้คริปโทเคอร์เรนซีเป็นช่องทางหลักแทน
โดยตลอดช่วงปี 2024 เม็ดเงินที่ไหลเข้ายังคงทรงตัวอยู่แถวๆ 1 ล้านดอลลาร์ต่อไตรมาส ก่อนที่ตลาดจะเริ่มเข้าสู่ช่วงขาขึ้นอย่างต่อเนื่อง และไม่มีทีท่าว่าจะชะลอตัวลงเลยนับตั้งแต่นั้น
Chainalysis ระบุในรายงานว่า “ฐานรากของตลาดนี้เริ่มเปลี่ยนไปพร้อมกับการเติบโตของกระแส ‘MAHA’ (Make America Healthy Again) โดยในช่วงปลายปี 2025 ตลาดนี้ก็โคจรมาเจอกับกระแสการพยายามทำให้รูปร่างหน้าตาดูดีที่สุด บนแพลตฟอร์ม TikTok และโซเชียลมีเดียอื่นๆ ยิ่งกลายเป็นแรงส่งให้ความต้องการซื้อพุ่งกระฉูด”

ผู้ค้ารายใหญ่หันซบ Stablecoin บริหารความเสี่ยง
Chainalysis ตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อผู้ค้ารายย่อยขยับตัว จนกลายมาเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในตลาด พวกเขามีแนวโน้มในการเลือกใช้แนวทางที่ซับซ้อนและเป็นมืออาชีพมากขึ้นในการบริหารจัดการเงินคริปโท แทนที่จะเลือกถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีความผันผวนสูงไว้หลากหลายชนิด กลุ่มผู้ค้าเหล่านี้กลับเลือกพึ่งพาบิตคอยน์ และเหรียญ Stablecoin เป็นหลักในการทำธุรกรรม
แนวโน้มดังกล่าวจะยิ่งเห็นได้เด่นชัดมากในกลุ่มผู้ค้าส่ง โดยกลุ่มร้านค้าที่มียอดเงินฝากเฉลี่ยตั้งแต่ 1,000 ดอลลาร์ขึ้นไป ต่างเทใจเลือกใช้เหรียญ Stablecoin กันอย่างถล่มทลาย
การตัดสินใจเลือกนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจในการบริหารจัดการความเสี่ยง เนื่องจาก Stablecoin จะช่วยปกป้องคำสั่งซื้อขนาดใหญ่ในห่วงโซ่อุปทาน ไม่ให้ต้องเผชิญกับผลกระทบจากการแกว่งตัวขึ้นลงอย่างรุนแรงของราคาคริปโทในตลาดภาพรวม
ที่มา : beincrypto
มุมมองผู้เขียน : การที่เทรนด์ในโซเชียลมีเดีย สามารถปลุกกระแสความต้องการยาลดน้ำหนักเถื่อนจนยอดซื้อขายพุ่งแตะ 100 ล้านดอลลาร์ผ่านระบบบล็อกเชน แสดงให้เห็นว่า พฤติกรรมของผู้บริโภคยุคนี้เปลี่ยนไปแล้ว และ Stablecoin กำลังทำหน้าที่เป็น “เงินตราทางเลือกที่ไร้พรมแดน” ในยามที่ระบบธนาคารดั้งเดิมปิดประตูใส่

