สรุปข่าว
- ราคา Arbitrum พุ่งทะยานกว่า 8% หลัง LG Electronics ร่วมจับมือเล็งใช้เครือข่ายเพื่อสร้างบล็อกเชนเฉพาะทางของตัวเองขึ้นมา ก่อนจะย่อเล็กน้อยในช่วงเช้าวันนี้
- บล็อกเชนใหม่ ยังไม่มีชื่อแต่คาดว่าจะถูกนำไปใช้กับเรื่องการซื้อขายและจัดการโฆษณาดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความโปร่งใส
- ก่อนหน้านี้ LG เคยได้เดินหน้ารุกตลาดบล็อกเชนผ่านหลากหลายโครงการ เช่น Monachain, Wallypto รวมถึงร่วมทดสอบระบบการชำระเงินด้วย AI Agent
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
Arbitrum ดีดตัวขึ้นกว่า 8% จากระดับ $0.077 สู่ $0.084 หลังจาก LG Electronics ได้ตัดสินใจเลือกใช้โครงสร้างพื้นฐานของ Arbitrum ในการพัฒนาบล็อกเชน Layer 2 เฉพาะกิจของตนเอง เพื่อนำมาปฏิวัติระบบอุตสาหกรรมโฆษณาดิจิทัล ผ่านการสร้างฐานข้อมูลออนเชนร่วมกันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายโฆษณา
Arbitrum (ARB) เครือข่าย Layer 2 ของ Ethereum ในวันนี้ได้ทำราคาพุ่งขึ้นมากกว่า 8% จากจุดต่ำสุดในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา หลังมีการประกาศจับมือร่วมกับ LG แบรนด์อิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำจากเกาหลีใต้
อ้างอิงข้อมูลจากกราฟราคาของเหรียญ ARB ได้ทะยานขึ้นมาจากจุดต่ำสุดที่ $0.77 ขึ้นมาทำจุดสูงสุดระหว่างวันที่ $0.084 ตั้งแต่เมื่อวานก่อนที่จะย่อตัวเล็กน้อยในช่วงเช้าวันนี้

สาเหตุที่ทำให้ราคาพุ่งทะยานนั้น เป็นผลมาจากการที่ LG ได้ประกาศที่จะสร้างบล็อกเชนใหม่ของตนเองโดยใช้เทคโนโลยีจากทาง Arbitrum เป็นพื้นฐาน โดยมีจุดประสงค์ที่จะใช้งานในด้านการซื้อขายและจัดการโฆษณาดิจิทัล โดยหวังว่าการทำธุรกรรมผ่านบล็อกเชนจะช่วยทำให้เกิดความโปร่งใสและมีประสิทธิภาพขึ้น
ขณะเดียวกันทาง LG ยังมีแผนที่จะใช้บล็อกเชนในการเก็บข้อมูลว่ากลุ่มลูกค้ามีพฤติกรรมโต้ตอบอย่างไรกับโฆษณา และจะใช้ในการจะทำฐานข้อมูลพื้นที่โฆษณาร่วมกัน สำหรับกลุ่มผู้ลงโฆษณาและผู้เผยแพร่สื่อ
ในส่วนของข้อมูลเพิ่มเติม ทาง LG ยังไม่มีการประกาศใด ๆ ออกมาแม้แต่ชื่อของเครือข่ายที่จะใช้ ทำให้ในขณะนี้สืบทราบได้เพียงว่า LG จะเป็นผู้พัฒนาบล็อกเชนเองผ่านทีมวิจัยส่วนตัว และได้เริ่มดำเนินโครงการนำร่องแล้วร่วมกับบริษัทเอเจนซี่โฆษณาสัญชาติญี่ปุ่นที่ไม่เปิดเผยนามรายหนึ่ง
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่บริษัทเพิ่งจะมากระโดดเกาะกระแสคริปโต เพราะที่ผ่านมา LG พวกเขาซุ่มบุกเบิกเทคโนโลยีนี้มาพักใหญ่ผ่านหลากหลายโปรเจกต์ เช่น Monachain ซึ่งเป็นบล็อกเชนสำหรับภาคธุรกิจผ่านบริษัทลูก LG CNS ที่ดูแลด้านบริการไอที
นอกจากนี้ยังได้พัฒนากระเป๋าเงินคริปโตที่ชื่อว่า Wallypto รวมถึงร่วมทดสอบระบบการชำระเงินอัตโนมัติด้วย AI Agent ผ่านเงินฝากในรูปแบบโทเคน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโปรเจกต์นำร่อง Project Han River ของธนาคารกลางเกาหลีใต้อีกด้วย แม้ว่าในระหว่างทาง LG จะเคยลองผิดลองถูกจนต้องตัดสินใจปิดตัวแพลตฟอร์มตลาดซื้อขาย NFT อย่าง “Art Lab” ไปเมื่อปีที่แล้วก็ตาม
อย่างไรก็ดี LG ไม่ใช่ผู้เล่นใหญ่จากอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์รายเดียวที่เข้ามาในโลกของบล็อกเชน เพราะทาง Sony อีกหนึ่งคู่แข่งสำคัญเองก็ได้มีการสร้างบล็อกเชน Soneium บน Optimism เช่นเดียวกัน
ที่มา : The Block
มุมมองผู้เขียน : แม้ว่าราคาเหรียญทางฝั่งของ Layer 2 จะลดฮวบตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา แต่การที่ LG ยังคงเลือกจับมือกับ Arbitrum แสดงให้เห็นว่าราคาไม่ได้เป็นตัวชี้วัดใดๆ หากเทคโนโลยีเบื้องหลังยังแข็งแกร่ง ทำให้เป็นไปได้ว่าในอนาคตเมื่อตลาดฟื้นตัวโปรเจกต์เหล่านี้ก็อาจจะกลับมาเฉิดฉายได้อีกครั้งหนึ่ง

