สรุปข่าว
- Anthropic เปิดเผยว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ออกคำสั่งควบคุมโดยอ้างอำนาจด้านความมั่นคงแห่งชาติ สั่งให้ระงับการเข้าถึง Fable 5 และ Mythos 5 สำหรับชาวต่างชาติทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ในหรือนอกสหรัฐฯ รวมถึงพนักงาน Anthropic ที่เป็นชาวต่างชาติด้วย
- เนื่องจาก Anthropic ไม่สามารถแยกแยะผู้ใช้ชาวต่างชาติออกจากผู้ใช้ทั้งหมดได้ในทางปฏิบัติ บริษัทจึงต้องปิดการเข้าถึง Fable 5 และ Mythos 5 ให้กับลูกค้าทุกคนทั่วโลกทันที โดยโมเดลอื่น ๆ ของ Anthropic ยังใช้งานได้ตามปกติ
- Howard Lutnick รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ส่งจดหมายถึง Dario Amodei ผู้เป็น CEO เมื่อวันศุกร์ โดยเจ้าหน้าที่รัฐบาลระบุว่าการตัดสินใจนี้เกิดขึ้นหลังบริษัทอื่นอ้างว่าสามารถเจาะระบบป้องกันของ Mythos ได้ ซึ่งทำให้รัฐบาลกังวลเรื่องความเสี่ยงด้านความมั่นคง ทั้งที่ก่อนหน้านี้รัฐบาลเคยพยายามขอให้ Anthropic ระงับการเปิดตัวโมเดลนี้แต่ไม่สำเร็จ
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral
เหตุการณ์นี้ไม่ส่งผลกระทบต่อราคาของเหรียญในตลาดคริปโตโดยตรง แต่สร้างความไม่แน่นอนต่อ Sector “AI x Crypto” โดยเฉพาะงานด้าน Smart Contract Auditing และ Cybersecurity ที่พึ่งพา AI Frontier Model — ขณะเดียวกันก็เป็นสัญญาณว่าภาครัฐกำลังเข้ามาควบคุม AI Frontier Model ในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
ไม่ปล่อยโมเดลถึงมือต่างชาติอ้างความมั่นคงต่อชาติ
Anthropic เปิดตัว Fable 5 และ Mythos 5 เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2026 โดยวางตำแหน่งให้เจ้า AI ทั้ง 2 โมเดลเป็นระบบ AI ที่มีความสามารถสูงที่สุดของบริษัทเท่าที่เคยมีมา ทั้ง 2 โมเดลสร้างขึ้นจากสถาปัตยกรรมเดียวกัน โดย Fable 5 มี Classifier ที่บล็อกการตอบสนองในจุดที่เสี่ยงสูงอย่าง Cybersecurity ขณะที่ Mythos 5 ซึ่งเปิดให้เฉพาะองค์กรที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว มีข้อจำกัดบางส่วนถูกดึงออกไป
แต่เพียงไม่กี่วันต่อมา รัฐบาลสหรัฐฯ ก็ออกคำสั่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ AI โดยพวกเขาสั่งให้ Anthropic ปิดการเข้าถึงโมเดลทั้งสองสำหรับชาวต่างชาติทุกคน รวมถึงกำหนดว่าการส่งออก , ส่งออกใหม่หรือโอนย้ายโมเดลเหล่านี้ไปยังชาวต่างชาติซึ่งต้องได้รับใบอนุญาตก่อน
Anthropic ไม่เห็นด้วย แต่ก็ปฏิบัติตาม
ความเข้าใจของ Anthropic คือรัฐบาลเชื่อว่าค้นพบวิธี “เจาะระบบ” Fable 5 โดยบริษัทได้ตรวจสอบการสาธิตวิธีการของเทคนิคนี้แล้วพบว่าเป็นเพียงช่องโหว่เล็ก ๆ ที่รู้จักกันอยู่แล้ว และโมเดลสาธารณะอื่น ๆ ก็สามารถค้นพบช่องโหว่เดียวกันได้โดยไม่ต้องถึงขั้นเป็น Mythos ก็ตาม
Anthropic ระบุว่าเชื่อว่าการเจาะระบบที่รัฐบาลอ้างถึงเป็นปัญหาเล็ก ๆ ที่ปลดล็อกความสามารถด้าน Cybersecurity ของ Mythos ได้ในกรณีเฉพาะเจาะจงเพียงกรณีเดียว ไม่ใช่การเจาะระบบแบบครอบจักรวาลที่เอาชนะ Safeguard ทั้งหมดของ Fable 5 ได้ และเชื่อว่า การเจาะระบบแบบเดียวกันนี้สามารถใช้กับโมเดลสาธารณะอื่น ๆ ได้ เช่น GPT-5.5 ของ OpenAI ซึ่งไม่ได้ถูกควบคุมการส่งออกแบบเดียวกัน
Anthropic เขียนในบล็อกว่า “เราไม่เห็นด้วยที่การพบเจาะระบบที่เป็นปัญหาเล็ก ๆ อันเป็นเหตุให้ต้องดึงโมเดล Commercial ที่ให้คนหลายร้อยล้านคนใช้งานอยู่แล้วกลับคืนมา” บริษัทระบุว่าได้รับคำสั่งจากรัฐบาลในเวลา 17:21 น. ของวันที่ 12 มิถุนายน โดยจดหมายไม่ได้ให้รายละเอียดเฉพาะเจาะจงเรื่องความกังวลด้านความมั่นคง
นี่ถือเป็นครั้งแรกที่บริษัท AI ระดับแถวหน้าต้องนำโมเดลที่ Deploy สู่สาธารณะแล้วออกจากระบบเนื่องจากการแทรกแซงของรัฐบาลกลาง ซึ่งเป็นสัญญาณว่ารัฐบาลสหรัฐฯ กำลังปฏิบัติต่อ AI เหมือนกับเทคโนโลยี Semiconductor ที่ต้องผ่านการควบคุมการส่งออกต่างประเทศอย่างเข้มงวด สิ่งที่น่าสนใจที่สุดในเหตุการณ์นี้ไม่ใช่แค่การปิดโมเดล แต่คือ Pattern ที่เกิดขึ้น รัฐบาลที่เคยพึ่งพา Mythos เพื่อหาช่องโหว่ Cybersecurity กลับใช้อำนาจเพื่อ “ดึงโมเดลนั้นกลับมาอยู่ในมือตัวเอง” เท่านั้น การที่ Anthropic ตั้งราคาโมเดลใหม่นี้สูงกว่า Opus 4.8 ถึงสองเท่า สะท้อนว่าบริษัทมองโมเดลนี้เป็นสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ระดับสูงและตอนนี้สินทรัพย์ที่ว่านั้นกำลังกลายเป็นเครื่องมือทางภูมิรัฐศาสตร์ไปแล้ว สำหรับตลาดคริปโตคงต้องจับตาดูว่าการควบคุมในด้าน AI แบบนี้จะลุกลามไปถึง AI Agent ที่ทำงานบนบล็อกเชนหรือไม่ในอนาคต
ที่มา : AnthropicAI, Bloomberg, Axios, Fortune, Brave New Coin

