สรุปข่าว
- Elon Musk ขยับสถานะขึ้นแท่นมหาเศรษฐีล้านล้านดอลลาร์คนแรกของโลก หลังนำบริษัท SpaceX เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สำเร็จ ส่งผลให้มูลค่าทรัพย์สินสุทธิพุ่งทะลุ 1.1 ล้านล้านดอลลาร์ในชั่วข้ามคืน
- Elon Musk เปิดวิสัยทัศน์ช็อกโลกชี้ อนาคตระบบเงินตราจะหมดความหมาย AI และหุ่นยนต์จะเข้ามาทำหน้าที่ผลิตสินค้าและบริการแทนมนุษย์ จนเกิดภาวะเงินฝืดขั้นรุนแรงจากต้นทุนแรงงานที่ต่ำจนเกือบเป็นศูนย์
- สวนทางความเป็นจริง ที่โครงการหุ่นยนต์ Optimus ของ Tesla ยังคงเผชิญปัญหาความล่าช้าในการผลิตอย่างต่อเนื่อง แม้ Elon Musk จะเคยวางเป้าหมายให้มันเป็นตัวสร้างมูลค่าหลักของบริษัทถึง 80% ก็ตาม
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Neutral
ถ้อยแถลงเชิงปรัชญาโลกอนาคตของ Elon Musk เกี่ยวกับบทบาทของเงินตราและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นเพียงการแสดงทัศนะระยะยาวที่ยังไม่มีผลผูกพันหรือส่งแรงกระแทกโดยตรงต่อโครงสร้างพื้นฐานบนบล็อกเชน
แม้ตอนนี้ Elon Musk จะกลายเป็น “มหาเศรษฐีล้านล้านคนแรกของโลก” หลัง SpaceX เข้าตลาดหุ้น แต่ Elon Musk กลับบอกว่า ในอนาคตเงินจะไม่มีความสำคัญอีกต่อไป เพราะ AI และหุ่นยนต์จะเข้ามาทำงานแทบทุกอย่าง แทนมนุษย์
จากการพูดคุยล่าสุดกับ Peter Diamandis ผู้ประกอบการ และประธานมูลนิธิ XPrize นั้น Elon Musk ได้อธิบายวิสัยทัศน์ในอนาคตที่เขาเชื่อว่า งานจะกลายเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็น และแนวคิดเรื่องการเกษียณอายุอาจหมดความหมายไปเลย
Elon Musk กล่าวว่า บนโลกที่ขับเคลื่อนด้วย AI และหุ่นยนต์ นั้น AI และหุ่นยนต์จะผลิตสินค้าและให้บริการได้มากมาย จนสุดท้ายพวกมันจะไม่มีอะไรเหลือให้ทำเพื่อมนุษย์อีก
Elon Musk มองว่า เมื่อถึงจุดนั้น ปริมาณสินค้าและบริการจะมีมากกว่าปริมาณเงินในระบบ ส่งผลให้เกิดภาวะเงินฝืด (Deflation) เพราะต้นทุนแรงงานจากหุ่นยนต์จะถูกมาก และเศรษฐกิจก็ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเงินแบบทุกวันนี้
“ผมคิดว่าสุดท้ายแล้ว เงินจะไม่มีความเกี่ยวข้องอีกต่อไป”
แต่ความจริงยังไม่ง่ายแบบนั้น แม้ Musk จะพูดถึงอนาคตที่ทุกอย่างถูกทำงานโดยอัตโนมัติ แต่บริษัทของเขาเองก็ยังเผชิญปัญหาในการพัฒนาเทคโนโลยีเหล่านี้ โดยหุ่นยนต์มนุษย์ Tesla อย่าง Optimus ที่ Elon Musk เคยตั้งเป้าให้กลายเป็นแหล่งสร้างมูลค่าถึง 80% ของ Tesla ก็ยังเจอปัญหาความล่าช้าในการผลิตหลายครั้ง
เรื่องนี้ยิ่งดูย้อนแย้ง เพราะ Elon Musk พูดเรื่อง “เงินจะหมดความสำคัญ” ในช่วงที่ตัวเองเพิ่งร่ำรวยขึ้นมหาศาล หลังการ IPO ของบริษัท SpaceX ซึ่งหุ้นก็เปิดเทรดอยู่ที่ 150 ดอลลาร์ต่อหุ้น ส่งผลให้มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของ Elon Musk พุ่งทะลุ 1.1 ล้านล้านดอลลาร์ และเพิ่มขึ้นราว 180,000 ล้านดอลลาร์ภายในวันเดียว
ด้วยเหตุนี้ Diamandis จึงได้เอ่ยปากแซว Elon Musk ว่า “พอคุณกลายเป็นมหาเศรษฐีหลายล้านล้านดอลลาร์ เงินกลับเริ่มไม่มีค่าแล้วงั้นเหรอ?”
Elon Musk ตอบสั้น ๆ ว่า “ก็ประมาณนั้น”
วิสัยทัศน์ของ อีลอน มัสก์ ต่อบทบาทของเงิน
Elon Musk เคยอ้างถึงแนวคิดนี้ ว่าได้แรงบันดาลใจจากนิยายไซไฟชุด Culture series ของ Iain M. Banks ที่เล่าถึงโลกอนาคตอันอุดมสมบูรณ์ ซึ่ง AI เป็นผู้ดูแลทุกอย่างจนมนุษย์ไม่ต้องทำงานแบบเดิมอีกต่อไป
ส่วนในมุมมองของ Elon Musk เอง เขามองว่า “รายได้สูงถ้วนหน้า” คือทางออกของความกังวลเรื่องความขาดแคลน แต่แนวคิดนี้ก็ยังมีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย
ผู้เชี่ยวชาญหลายคนมองว่า AI อาจเปลี่ยนตลาดแรงงานได้จริง แต่ยังไม่แน่ชัดว่า จะเกิดเร็ว หรือรุนแรงถึงขั้นทำให้เงินหมดความหมาย
อีกคำถามสำคัญคือ หาก AI สร้างความมั่งคั่งมหาศาล ใครจะเป็นผู้ได้รับประโยชน์ และใครจะเป็นคนจ่ายค่าใช้จ่ายสำหรับระบบช่วยเหลือประชาชนอย่าง UBI
เมื่อ Elon Musk ถูกถามถึงสถานะมหาเศรษฐีล้านล้านดอลลาร์ Elon Musk ก็พยายามลดความสำคัญของตัวเลขดังกล่าว โดยบอกว่า “มันเป็นแค่สัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทที่ผมสร้างขึ้นมา ไม่ใช่ว่ามีเงินกองอยู่ในบัญชีธนาคาร”
ที่มา : fortune
มุมมองผู้เขียน : เมื่อหุ่นยนต์และ AI พัฒนาจนผลิตสินค้าได้ฟรีด้วยต้นทุนเกือบศูนย์ ระบบเงิน Fiat ที่ธนาคารกลางพิมพ์ออกมาเรื่อยๆ จะพังทลายลง เพราะไม่มีแรงงานมนุษย์มาค้ำประกันมูลค่าเงินอีกต่อไป ในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ Bitcoin ซึ่งมีจำนวนจำกัดและโปร่งใส จะกลายเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัยที่สุดในการปกป้องความมั่งคั่งของคุณ

