bitkub-banner

Goldman Sachs หั่นเป้าหมายราคาทองคำลง 500 ดอลลาร์สหรัฐ หลังคาด Fed เลื่อนลดดอกเบี้ยยาวถึงปี 2027

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Goldman Sachs ประกาศปรับลดเป้าหมายราคาทองคำสิ้นปีนี้ลง 500 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ส่งผลให้เป้าหมายใหม่ลดลงมาอยู่ที่ 4,900 ดอลลาร์สหรัฐ จากเดิมที่เคยคาดการณ์ไว้ที่ 5,400 ดอลลาร์สหรัฐ
  • ทีมนักวิเคราะห์ระบุว่าการปรับลดเป้าหมายครั้งนี้เกิดขึ้นจากสมมติฐานที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Fed จะยังไม่มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงเลยตลอดทั้งปีนี้ และอาจต้องเลื่อนกำหนดการหั่นดอกเบี้ยออกไปไกลถึงเดือนมีนาคมและธันวาคมปี 2027
  • นโยบายการเงินที่ตึงตัวนี้ไม่ได้กดดันเพียงแค่ราคาทองคำเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อเนื่องไปถึงตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลอย่าง Bitcoin รวมถึงความตึงเครียดจากสงครามในประเทศอิหร่านที่เข้ามาเป็นปัจจัยซ้ำเติมสินทรัพย์เสี่ยงเพิ่มเติม

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish

เนื่องจากสภาวะอัตราดอกเบี้ยที่ยังคงทรงตัวในระดับสูงและแนวโน้มการเลื่อนปรับลดดอกเบี้ยของ Fed ออกไปอย่างไม่มีกำหนด จะส่งผลให้สภาพคล่องในระบบตึงตัวและกดดันราคาสินทรัพย์ทางเลือกทั้งทองคำและ Bitcoin อย่างต่อเนื่องในระยะสั้น

การปรับเปลี่ยนมุมมองของสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Goldman Sachs ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลต่อทิศทางนโยบายดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง โดยทีมนักวิเคราะห์สินค้าโภคภัณฑ์ประเมินว่าในระยะสั้นราคาทองคำยังคงมีความเสี่ยงที่จะปรับตัวลดลงได้อีก

ปัจจุบันราคาทองคำปรับตัวลดลงมาแล้วมากกว่า 22% จากจุดสูงสุดตลอดกาลที่เคยทำไว้เมื่อเดือนมกราคมที่ระดับ 5,327 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ และกำลังเคลื่อนไหวเข้าใกล้ระดับ 4,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับที่ไม่เคยเห็นอีกเลยนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา

ปัจจัยหลักที่ทำให้ทองคำสูญเสียความดึงดูดเนื่องจากเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ย เมื่ออัตราดอกเบี้ยในตลาดยังคงทรงตัวในระดับสูง การถือครองทองคำจึงมีต้นทุนค่าเสียโอกาสที่แพงกว่าเมื่อเทียบกับการนำเงินไปพักไว้ในพันธบัตรรัฐบาลหรือเงินสด

สถานการณ์ดังกล่าวยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อ Bitcoin ซึ่งราคาได้ดิ่งลงไปแล้วกว่า 28.3% นับตั้งแต่ต้นปี เนื่องจากตลาดคริปโตเคอร์เรนซีมักจะเติบโตได้ดีในสภาวะที่มีสภาพคล่องสูงและต้นทุนทางการเงินต่ำ

ข้อมูลจาก CME FedWatch Tool ล่าสุดก็บ่งชี้ไปในทางเดียวกันว่า มีความเป็นไปได้สูงที่ Fed จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 3.5% ถึง 3.75% หรืออาจปรับขึ้นอีกในช่วงที่เหลือของปี 2026 นี้ ตราบใดที่ตัวเลขเงินเฟ้อยังไม่ปรับตัวลดลงจนเปิดทางให้เกิดการลดดอกเบี้ยและเพิ่มสภาพคล่องในระบบ ภาพรวมของสินทรัพย์เสี่ยงก็ยังคงต้องเผชิญกับมรสุมต่อไป

ที่มา: cointelegraph


มุมมองส่วนตัวประเมินว่าการหั่นเป้าหมายราคาทองคำของ Goldman Sachs เป็นการตอกย้ำว่าตลาดยอมรับความจริงแล้วว่ายุคดอกเบี้ยต่ำหรือเงินหาง่าย (Easy Money) ได้จบลงแล้วชั่วคราว การที่ทั้งทองคำและ Bitcoin กอดคอกันร่วงลงมาสะท้อนว่าสินทรัพย์ทั้งสองประเภทกำลังถูกกดดันจากปัจจัยมหภาคเดียวกันคือเรื่องเงินเฟ้อและนโยบายเชิงรุกของ Fed ในฐานะนักลงทุน การคาดหวังให้ตลาดกลับมาเป็นขาขึ้นในเร็ววันอาจเป็นเรื่องยากตราบใดที่ต้นทุนทางการเงินยังสูงลิ่วเช่นนี้ กลยุทธ์ที่เหมาะสมที่สุดในเวลานี้คือการเน้นถือครองสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงเพื่อรอคอยให้ทิศทางนโยบายการเงินเริ่มส่งสัญญาณผ่อนคลายอย่างชัดเจนในช่วงปลายปีหน้าเป็นต้นไป