สรุปข่าว
- Strive ได้ประกาศการเข้าซื้อ Bitcoin เพิ่มเติมจำนวน 759 BTC ที่ราคาเฉลี่ยประมาณ $65,850 ดอลลาร์ คิดเป็นมูลค่ารวมราว 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐในสัปดาห์นี้
- การเข้าซื้อครั้งล่าสุดของ Strive ได้มีปริมาณแซงหน้ายักษ์ใหญ่อย่าง Strategy และผลักดันให้พวกเขาก้าวขึ้นมาเป็นบริษัทคลัง Bitcoin อันดับที่ 7 ของโลก
- ยอดการถือครองคลังสำรอง Bitcoin สุทธิของ Strive พุ่งทะยานขึ้นไปแตะระดับ 19,864 BTC ในปัจจุบัน
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
Strive ประกาศความสำเร็จครั้งใหญ่ประจำสัปดาห์ด้วยการเข้าซื้อ Bitcoin เพิ่มเติมอีกจำนวน 759 BTC ผ่านเม็ดเงินลงทุนกว่า 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ยอดการจัดซื้อสะสมในรอบสัปดาห์ของพวกเขาสามารถแซงหน้าเจ้าตลาดอย่าง Strategy ที่ซื้อไปเพียง 520 BTC ได้สำเร็จ และดันให้ยอดการถือครองบิตคอยน์รวมของ Strive พุ่งขึ้นไปอยู่ที่ 19,864 BTC แซงหน้า SpaceX
Strive บริษัทด้านการจัดการสินทรัพย์ และบริษัทคลังทุนสำรอง Bitcoin ประกาศเข้าซื้อ 759 BTC เป็นเงินมูลค่ากว่า $50 ล้าน ในระหว่างวันที่ 15-21 มิ.ย. ส่งผลทำให้บริษัทถือครอง Bitcoin แล้วกว่า 19,864 BTC ตามรายงานของ Matt Cole ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Strive
การเข้าซื้อ Bitcoin ในสัปดาห์นี้ของ Strive มีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ $65,850 แต่สิ่งที่น่าสนใจเลยคือ การที่ปริมาณการซื้อของพวกเขาสามารถแซงหน้ายักษ์ใหญ่อย่าง Strategy ที่ทุ่มซื้อไปเพียง 520 BTC ได้สำเร็จ อีกทั้งยังเป็นการเข้าซื้อในจำนวนมากที่สุดในรอบหลายเดือนของทางบริษัทอีกด้วย
ด้วยเหตุนี้ Strive จึงกลายเป็นบริษัทคลังทุนสำรอง Bitcoin อันดับที่ 7 ของโลกหลังเฉือนเอาชนะ SpaceX มาได้
นอกจากการถือ Bitcoin โดยตรงแล้ว Strive ยังมีการลงทุนแบบทางอ้อมผ่านการเข้าซื้อหุ้น STRC ของ Strategy เป็นจำนวน 505,000 หุ้น ซึ่งคิดเป็นมูลค่ากว่า $44.7 ล้านดอลลาร์
สำหรับ Strive บริษัทได้ก้าวขึ้นมาเป็นคลังสำรอง Bitcoin ผ่านการควบรวมกิจการเข้ากับ Semler Scientific ที่มีการถือครอง 5,048 BTC ในช่วง ม.ค. 2026 ซึ่งนับตั้งแต่นั้นมาทางบริษัทก็ได้มีการทยอยเข้าซื้ออย่างต่อเนื่องจนเกือบจะเฉียด 20,000 BTC ในปัจจุบัน ซึ่งถือว่าเป็นอัตราการเติบโตที่สูงและเร็วที่สุดในตอนนี้
อย่างไรก็ตาม Bitcoin ในมือของ Strive ยังคงเทียบไม่ได้เลยกับจำนวนที่ Strategy บริษัทคลังสำรองบิทคอยน์อันดับหนึ่งของโลกถือครองอยู่ แต่การเฉือนเอาชนะในครั้งนี้ก็เป็นการพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าต่อให้จะเป็นยักษ์ที่โค่นไม่ลงแต่ก็มีบ้างที่ยักษ์ตนนั้นจะต้องหยุดพักและเปิดโอกาสให้ม้ามืดได้เฉิดฉาย
ที่มา: Coinpaper
มุมมองผู้เขียน : การที่ Strive ยังคงเดินหน้าซื้อได้อย่างต่อเนื่องแสดงให้เห็นว่ากลยุทธ์คลัง Bitcoin ไม่ได้ล้มเหลว เพียงแต่ว่าบริษัทส่วนใหญ่มีราคาต้นทุนเฉลี่ยที่สูงและสภาพคล่องที่ต่ำทำให้เมื่อเกิดวิกฤติจึงไม่สามารถดำรงแผนเอาไว้ได้ ต่างจากบริษัทที่มีความพร้อม ซึ่งท้ายที่สุดแล้วจะมีเพียงแค่ผู้ถูกคัดเลือกเท่านั้นที่จะยังคงอยู่รอดปลอดภัยรอวันที่ Bitcoin จะกลับมาพุ่งทะยานอีกครั้ง

