สรุปบทความ
- Braintrust คือแพลตฟอร์มหางานแบบกระจายอำนาจที่ให้ฟรีแลนซ์เก็บค่าจ้างได้ 100% โดยไม่มีการหักส่วนแบ่ง และรองรับการรับเงินเป็น USDC ผ่านความร่วมมือกับ Stripe
- แพลตฟอร์มนี้เปิดรับนักพัฒนา นักออกแบบ และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีทั่วโลก พร้อมมีลูกค้าระดับ Fortune 500 อย่าง Porsche และ NASA ที่มาจ้างงาน
- ผู้ใช้กว่า 43% ในแพลตฟอร์มเปิดรับการรับเงินในรูปแบบคริปโต สะท้อนถึงกระแสตลาดแรงงานโลกที่กำลังเปลี่ยนผ่าน
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Neutral
เรื่องนี้เป็นสัญญาณบวกต่อการใช้งาน USDC และ Stablecoin ในชีวิตจริง แต่ยังไม่ส่งผลโดยตรงต่อราคาเหรียญในระยะสั้น เนื่องจากไม่ได้ดึงแรงซื้อเข้าตลาดคริปโตโดยตรง
ลองจินตนาการถึงโลกการทำงานที่คุณสามารถรับโปรเจกต์ใหญ่จากบริษัทระดับโลกอย่าง Nike หรือ Porsche ได้จากที่บ้าน โดยไม่ต้องนั่งกังวลเรื่องการแข่งขันกันอย่างดุเดือด และที่สำคัญคือ “ทำงานได้เท่าไหร่ ก็ได้เงินเท่านั้นแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย 100%” ไม่มีระบบหักค่าธรรมเนียมโหด ๆ 10-20% เหมือนแพลตฟอร์มฟรีแลนซ์ยุคเก่า
นี่ไม่ใช่ฝันของคนทำงานยุคใหม่ แต่เป็นสิ่งเกิดขึ้นจริงแล้วบน Braintrust แพลตฟอร์มจัดหางานแห่งอนาคตที่กำลังมาแรงสุด ๆ ในหมู่ Tech Talent และฟรีแลนซ์สายดีไซน์หรือการตลาดทั่วโลก
Braintrust ก่อตั้งขึ้นในปี 2018 โดย Adam Jackson และ Gabe Luna-Ostaseski ซึ่งทั้งคู่เป็นผู้ประกอบการสายสตาร์ทอัปแนว Marketplace ที่เจนสนามมาหลายโปรเจกต์ ภารกิจหลักที่พวกเขาตั้งใจทำคือ การกำจัดปัญหาโดนหักค่าธรรมเนียมโหดๆ ที่มักจะเจอในแพลตฟอร์มรับงานฟรีแลนซ์ทั่วไป
หลังจากซุ่มพัฒนาอยู่ 2 ปี แพลตฟอร์มนี้ก็เปิดตัวสู่สาธารณะในปี 2020 พร้อมกับปล่อยเหรียญ BTRST ซึ่งเป็นโทเคนกำกับดูแล มาตรฐาน ERC-20 บนบล็อกเชนของ Ethereum เพื่อให้คนที่เข้ามาสร้างประโยชน์ให้กับระบบมากที่สุด ได้มีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางและเป็นเจ้าของแพลตฟอร์มร่วมกันจริงๆ
ตัวแพลตฟอร์มเองนิยามระบบการทำงานว่าเป็น DAO ซึ่งหมายความว่า เรื่องสำคัญๆ อย่างพวกโครงสร้างค่าธรรมเนียม จะถูกโหวตและตัดสินโดยกลุ่มคนที่ถือเหรียญ BTRST ผ่านระบบ Smart Contract บนบล็อกเชน แทนที่จะโดนควบคุมโดยบอร์ดบริหารของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง โดยมีองค์กรไม่แสวงหากำไรอย่าง Braintrust Technology Foundation คอยซัพพอร์ตอยู่ห่างๆ และตั้งใจจะค่อยๆ ลดบทบาทลงเมื่อชุมชนผู้ถือเหรียญเติบโตและดูแลตัวเองได้เต็มที่
ความน่าสนใจคือ Braintrust ฉีกทุกกฎเกณฑ์เดิม ๆ ด้วยการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาขับเคลื่อน พร้อมระบบการจ่ายเงินที่ตอบโจทย์คนยุคใหม่แบบสุด ๆ ซึ่งจุดเด่นที่ทำให้ Braintrust แตกต่างจากเว็บหางานทั่วไป มีดังต่อไป
1. รับค่าจ้างเป็น Stablecoin เงินเข้ากระเป๋า ไม่ต้องรอนาน
หนึ่งในปัญหาใหญ่ของคนทำงานแบบ Remote Work คือ เรื่องของการโอนเงินและอัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวน รวมถึงค่าธรรมเนียมธนาคารที่กินสัดส่วนไปไม่น้อย
แต่ Braintrust แก้ปัญหานี้ด้วยการเพิ่มตัวเลือกการรับเงิน โดยผนวกระบบชำระเงินด้วย USDC ผ่าน Stripe Connect ซึ่งเป็นบริการโอนเงินของ Stripe ที่ครอบคลุมกว่า 110 ประเทศทั่วโลก และเข้าถึงประชากรได้ถึง 4,400 ล้านคน
ทำให้ Braintrust รองรับการจ่ายเงินผ่าน Stablecoin อย่าง USDC ซึ่งเป็นเหรียญคริปโตที่มีมูลค่าคงที่ผูกกับดอลลาร์สหรัฐ ทำให้คุณได้รับเงินไวขึ้น ค่าธรรมเนียมต่ำ และสามารถเลือกแปลงเป็นเงินบาทได้ง่าย ๆ ผ่านกระดานเทรดในไทย
ซึ่ง Braintrust ยังมีช่องทางการชำระเงินอื่น ๆ โดยโอนผ่านธนาคารในสหรัฐ ACH , Wire Transfer ในและต่างประเทศ, และบัตรเครดิต ซึ่งมีค่าธรรมเนียมเพิ่ม 3.9%
2. ไม่จำกัดวุฒิการศึกษา
ลืมค่านิยมเก่า ๆ ที่ต้องแนบใบปริญญาจากมหาวิทยาลัยชื่อดังไปได้เลย เพราะ Braintrust ให้ความสำคัญกับ Skill และ Portfolio เป็นหลัก ต่อให้คุณจะเรียนจบไม่ตรงสาย หรือเป็นคนที่เรียนรู้ด้วยตัวเอง แต่ถ้าคุณมีทักษะที่ตอบโจทย์ มีประสบการณ์ทำงานที่พิสูจน์ได้ และผ่านกระบวนการคัดกรองของระบบ คุณก็มีสิทธิ์คว้างานระดับสากลได้อย่างเท่าเทียม
3. ค่าธรรมเนียม 0% สำหรับคนทำงาน
ในขณะที่แพลตฟอร์มอื่น ๆ อาจหักเงินรายได้ของคุณไปสูงถึง 10-20% แต่โมเดลธุรกิจของ Braintrust นั้นใจดีกว่ามาก เพราะไม่เก็บค่าธรรมเนียมจากคนทำงานเลยแม้แต่บาทเดียว รายได้ทั้งหมดที่คุณตกลงกับลูกค้าจะเข้ากระเป๋าคุณแบบเต็ม 100%
ส่วนรายได้ของแพลตฟอร์มจะมาจากฝั่งบริษัทผู้ว่าจ้าง ที่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมให้แพลตฟอร์ม 15 % ต่อทุก Invoice ซึ่งก็ยังถูกกว่าเอเจนซี่จัดหางานทั่วไปอยู่ดี

ที่มาภาพ : usebraintrust
ทำไมบริษัทใหญ่ทั่วโลกถึงรุมจ้างงานที่นี่
ปัจจุบัน Braintrust มีสมาชิกในชุมชนมากกว่า 600,000 คน จากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก โดยแบ่งสัดส่วนเป็นฟรีแลนซ์ในอเมริกา 50% และจากประเทศอื่นๆ ทั่วโลกอีก 50% ตามข้อมูลจาก usebraintrust
ระบบของ Braintrust ถูกสร้างขึ้นมาในรูปแบบ Decentralized Talent Network หรือเครือข่ายแรงงานแบบกระจายศูนย์ โดยมีเหรียญ Token ของตัวเองที่ชื่อว่า BTRST ซึ่งมอบให้กับทั้งคนทำงานและผู้ใช้แพลตฟอร์มเพื่อร่วมเป็นเจ้าของและโหวตทิศทางของระบบ
การที่ไม่มีตัวกลางคอยขูดรีด ทำให้ดึงดูดบุคลากรระดับท็อปของโลกเข้ามาอยู่ในระบบเป็นจำนวนมาก เมื่อมีคนเก่ง ๆ มารวมตัวกัน บริษัทชั้นนำระดับโลกจึงมั่นใจที่จะเข้ามาเปิดดีลจ้างงานในนี้ เพราะรู้ว่าจะได้งานที่มีคุณภาพสูง ในราคาที่สมเหตุสมผลทั้งสองฝ่าย
งานส่วนใหญ่บนแพลตฟอร์มจะเน้นไปที่สายไอทีและสายครีเอทีฟทักษะสูงเป็นหลัก เช่น นักพัฒนาซอฟต์แวร์ (Developers), วิศวกร Machine Learning, นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Scientists), นักออกแบบ UX, ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ (Product Managers), นักการตลาดดิจิทัล และผู้เชี่ยวชาญด้าน IT เพื่อตอบโจทย์ความต้องการขององค์กรขนาดกลางไปจนถึงระดับเอ็นเตอร์ไพรส์
ที่มา : usebraintrust, jobbers , coinspeaker, stripe
มุมมองผู้เขียน : Braintrust ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของ Future of Work หรืออนาคตของการทำงาน ที่ทลายกำแพงเรื่องพรมแดน วุฒิการศึกษา และระบบการเงินแบบเดิม ๆ ถ้าคุณมั่นใจในทักษะของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นสาย Coding, Design, Data, หรือ Marketing และอยากก้าวเข้าสู่ตลาดสากลเพื่อรับรายได้ที่คุ้มค่าเหนื่อย Braintrust คืออีกหนึ่งช่องทางที่คุณไม่ควรพลาด

