สรุปข่าว
- Stani Kulechov ผู้ก่อตั้ง AAVE ออกโรงปฏิเสธข่าวลือเรื่องการขายโทเคน AAVE พ่วงส่วนลดถึง 70% ให้แก่กระดานเทรด Kraken ชี้แจงข้อมูลคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง
- เผยเบื้องหลังมีการเจรจาซื้อโทเคน ในส่วนจัดสรรจริง แต่ย้ำชัดโครงสร้างรายได้ทั้งหมดของแพลตฟอร์มจะถูกหมุนเวียนกลับไปหนุนมูลค่าโทเคน ส่งตรงถึงมือผู้ถือโทเคนตามแนวคิดระบบ
- แย้มแผนอัปเกรด Aavenomics 3.0 เตรียมเปลี่ยนผ่านกลไกการซื้อเหรียญ AAVE คืนจากตลาดมาเป็นแบบอัตโนมัติ ดันราคา AAVE ดีดรับข่าวทันที 5%
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Bullish
การออกมาสยบข่าวลือพร้อมกางวแผนการซื้อเหรียญคืนแบบระบบอัตโนมัติของผู้ก่อตั้ง Aave ส่งผลเชิงบวกขั้นรุนแรงต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน แรงซื้อที่หลั่งไหลเข้ามาหนุนให้ราคาเหรียญพุ่งทะยานสวนทางความกังวลในอดีต
Stani Kulechov ผู้ก่อตั้ง Aave ได้ออกมาปฏิเสธกระแสข่าวลือที่ว่า ทางโปรโตคอลจะขายโทเคน AAVE ในราคาลดกระหน่ำถึง 70% หลังจากมีรายงานข่าวว่า Kraken กระดานเทรดคริปโตชื่อดังกำลังอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อขอซื้อหุ้นในแพลตฟอร์มกู้ยืมแห่งนี้
รายงานข่าวลือดังกล่าวระบุว่า เป็นการเจรจาซื้อหุ้นประมาณ 15% ที่มูลค่าประเมินบริษัท 385 ล้านดอลลาร์ แม้ว่าทั้งสองบริษัทจะยังไม่ได้ออกมายืนยันเงื่อนไขดังกล่าวอย่างเป็นทางการ แต่ข่าวนี้ได้ส่งผลให้ราคาโทเคน AAVE ดีดตัวขึ้นเกือบ 5% ในรอบ 24 ชั่วโมง มาซื้อขายใกล้ระดับ 82 ดอลลาร์ ท่ามกลางข้อถกเถียงที่ขยายวงกว้างออกไป

ผลการดำเนินงานด้านราคาของ AAVE
รายงานข่าวเรื่อง Kraken ขอซื้อหุ้น Aave ถูกกระแสโต้กลับอย่างรุนแรง โดย Stani Kulechov ชี้แจงว่า การนำเสนอข่าวดังกล่าว “ยังคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง” ซึ่ง Stani Kulechov ยืนยันว่า มีบุคคลภายนอกหลายรายเข้ามาเจรจาขอซื้อโทเคน AAVE ในส่วนที่จัดสรรไว้ของ Aave Labs จริง ผ่านการเป็นพันธมิตรระยะยาวที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ระหว่าง Aave กับ Kraken มีมาตั้งแต่ปี 2025 หลังจากที่ Aave DAO มีมติเห็นชอบอย่างท่วมท้น 99.8% ให้เครือข่าย Ink ของ Kraken ยืมใช้โค้ดระบบ ไปใช้สร้างแพลตฟอร์มกู้ยืมของตัวเอง White-label โดยแลกกับการแบ่งรายได้กลับคืนมาให้ Aave”
นอกจากนี้ การเจรจาดังกล่าวยังเกิดขึ้นในช่วงที่ Aave กำลังฟื้นตัวจากเหตุการณ์แฮก KelpDAO เมื่อเดือนเมษายน ซึ่งทิ้งหนี้เสียไว้สูงถึง 230 ล้านดอลลาร์ แม้ว่าสัญญา Smart Contracts ของ Aave จะไม่ได้ถูกเจาะระบบโดยตรง แต่ผลกระทบครั้งนั้น ทำให้เงินฝากหายไปกว่า 1 ใน 3 จนปัจจุบันเหลือยอดเงินฝากอยู่ที่ประมาณ 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์
ปัดขายเหรียญราคาถูก ย้ำรายได้ทั้งหมดไหลคืนสู่ผู้ถือเหรียญ
Stani Kulechov ยืนยันอย่างชัดเจนว่า “ไม่มีทางที่เราจะขายโทเคน AAVE ด้วยการลดราคาถึง 70% เด็ดขาด ”
โดยอธิบายว่า Aave Labs ทำหน้าที่เป็นเพียงผู้ให้บริการแก่ Aave DAO เท่านั้น และไม่ได้หักรายได้ของโปรโตคอลเข้ากระเป๋าตัวเองเลย แต่รายได้ทั้งหมดจะถูกส่งตรงไปถึงผู้ถือโทเคนภายใต้โครงสร้าง “Aave Will Win”
Stani Kulechov ระบุอีกว่า “รายได้ 100% จาก Aave Protocol และโทเคน GHO จะถูกนำไปหนุนมูลค่าโทเคน $AAVE” พร้อมแย้มข้อมูลแผน Aavenomics 3.0 ที่กำลังจะมาถึง ซึ่งจะเปลี่ยนระบบซื้อโทเคน AAVE คืน ให้เป็นแบบอัตโนมัติ จากเดิมที่ต้องให้คณะกรรมการคอยใช้ดุลยพินิจอนุมัติซื้อคืนได้ไม่เกิน 50 ล้านดอลลาร์ต่อปี โดยการออกมาบอกใบ้ในครั้งนี้ ช่วยดันให้ราคา AAVE พุ่งสูงขึ้นทันที
ทั้งนี้ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า Aave ก็จะมีงานประชุมชุมชนประจำไตรมาส ซึ่งคาดว่า ในงานนี้เราจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนเกี่ยวกับการเจรจากับ Kraken รวมถึงรายละเอียดของระบบซื้อเหรียญคืนอัตโนมัติที่จะเข้ามาเปลี่ยนระบบเศรษฐกิจ Tokenomics ของโทเคน AAVE ให้ดีขึ้น
ที่มา : beincrypto
มุมมองผู้เขียน : แม้ว่า Aave จะเพิ่งได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในเดือนเมษายน แต่นักวิเคราะห์หลายคนยังมองว่า เหรียญนี้ยังมีโอกาสเติบโตเป็นขาขึ้นที่แข็งแกร่ง

