สรุปข่าว
- Fidelity Digital Assets ออกรายงานวิจัยคัดค้านความกังวลของตลาด ยืนยันระบบความปลอดภัยระยะยาวของ Bitcoin ไม่ได้ลดลง หลังการลดรางวัลบล็อก ชี้แรงจูงใจทางเศรษฐกิจและค่าธรรมเนียมธุรกรรมยังแข็งแกร่งพอที่จะปกป้องเครือข่าย
- สถิติชี้ว่า ราคาบิตคอยน์ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ช่วยชดเชยรางวัลจากเหรียญใหม่ที่ลดลงได้ ส่งผลให้รายได้เฉลี่ยรายวันของนักขุดเติบโตอย่างมหาศาล จากยุคแรกที่ประมาณ 20,000 ดอลลาร์ พุ่งทะยานสู่ระดับกว่า 40.2 ล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน
- เหมืองขุดมหาชนหลายแห่งเริ่มปรับกลยุทธ์กระจายความเสี่ยง หนีแรงกดดันทางการเงินระยะสั้น ด้วยการเบนเข็มโครงสร้างพื้นฐานพลังงานและศูนย์ข้อมูลไปจับธุรกิจปัญญาประดิษฐ์และระบบประมวลผลประสิทธิภาพสูงแทน
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Neutral
รายงานเชิงวิเคราะห์จากสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่อย่าง Fidelity ช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นเชิงปัจจัยพื้นฐานในระยะยาว และช่วยทลายความตื่นตระหนกเกี่ยวกับความปลอดภัยของเครือข่าย แต่ประเด็นนี้เป็นเรื่องของโครงสร้างระบบบล็อกเชนที่ต้องใช้เวลาพิสูจน์ ข้อมูลดังกล่าวจึงยังไม่ได้เป็นตัวเร่งให้เกิดแรงซื้อในกระดานเทรดสปอต
Fidelity Digital Assets บริษัทจัดการสินทรัพย์ระดับโลก ได้ออกมาคัดค้านความกังวลที่ว่า ระบบความปลอดภัยระยะยาวของ Bitcoin จะย่ำแย่ลง เมื่อผลตอบแทนจากการขุดลดน้อยลง โดยระบุในรายงานวิจัยฉบับใหม่ว่า แรงจูงใจทางเศรษฐกิจของเครือข่ายยังคงเพียงพอที่จะปกป้องบล็อกเชนเอาไว้ได้ เมื่อเวลาผ่านไป
รายงานเขียนโดย Daniel Gray นักวิเคราะห์งานวิจัยของ Fidelity ที่ย้ำมุมมองว่า ความปลอดภัยของ Bitcoin ไม่ได้พึ่งพาแค่รางวัลต่อบล็อก (Block Rewards) เท่านั้น แต่ยังมีเรื่องของค่าธรรมเนียมธุรกรรม, แรงจูงใจทางตลาด และกลไกทางเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่ยังคงทำหน้าที่กระตุ้นให้นักขุดช่วยกันดูแลเครือข่าย และทำให้ต้นทุนในการโจมตีระบบนั้นสูงลิ่วจนไม่คุ้มค่าที่จะทำ
ซึ่งข้อค้นพบนี้ เป็นการตอบโต้คำวิจารณ์ที่มีมาอย่างยาวนานว่า เหตุการณ์ Halving ที่เกิดขึ้นทุก ๆ 4 ปีจะทำให้ความปลอดภัยอ่อนแอลง จากการลดจำนวนการผลิตเหรียญใหม่
ราคาเหรียญ Bitcoin ที่พุ่งสูง ช่วยชดเชยรางวัลที่หายไปได้มากกว่าเดิม
ประเด็นนี้ถือเป็นหนึ่งในคำถามระยะยาวที่คนในวงการให้ความสนใจมากที่สุด เนื่องจากกำหนดการอุปทานที่ตายตัวของ Bitcoin จะค่อย ๆ ลดจำนวนเหรียญเกิดใหม่อย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งรางวัลส่วนอุดหนุนบล็อก (Block Subsidies) หายไปทั้งหมดในที่สุด ซึ่งนับตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน 2024 นักขุด Bitcoin ได้รับรางวัลลดลงจาก 6.25 BTC เหลือเพียง 3.125 BTC ต่อบล็อก
ซึ่ง Daniel Gray แย้งว่า การออกเหรียญที่น้อยลงไม่ได้แปลว่า แรงจูงใจของนักขุดจะลดลงตามไป เพราะราคา Bitcoin ที่พุ่งสูงขึ้น ได้เข้ามาช่วยชดเชยส่วนแบ่งรางวัลที่หายไปได้มากกว่าที่เสียไป
Daniel Gray ได้ชี้ให้เห็นถึงการเติบโตของรายได้เฉลี่ยรายวันของนักขุด ซึ่งพุ่งทะยานจากประมาณ 26,300 ดอลลาร์ ในช่วงวัฏจักร Halving รอบแรก มาเป็นมากกว่า 40.2 ล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน

รายได้เฉลี่ยต่อวันของนักขุด Bitcoin เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วง halving ที่มา: Fidelity Digital Assets
Daniel Gray ระบุอีกว่า “แม้ปริมาณเหรียญออกใหม่จะลดลง แต่แรงจูงใจของนักขุด และความแข็งแกร่งของความปลอดภัยเครือข่าย ต่างเติบโตขึ้น สอดคล้องกับราคาของ Bitcoin มาโดยตลอดในประวัติศาสตร์”
แรงกดดันทางการเงินบีบให้เหมืองขุด ต้องข้ามสายไปสู่อุตสาหกรรม AI
แม้ว่า Fidelity จะมองว่าโครงสร้างแรงจูงใจระยะยาวของ Bitcoin ยังคงมั่นคงดี แต่ในความเป็นจริง บริษัทขุดมหาชนหลายแห่งกำลังเผชิญกับแรงกดดันทางการเงินในระยะสั้นอย่างหนัก โดยนักวิเคราะห์ในอุตสาหกรรมชี้ว่า นี่คือหนึ่งในยุคที่ท้าทายที่สุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากรางวัลจากการขุดที่ต่ำลง ต้นทุนที่สูงขึ้น และการแข่งขันที่ดุเดือด
ด้วยเหตุนี้ นักขุดหลายราย จึงเริ่มกระจายความเสี่ยงด้วยการหันไปจับธุรกิจปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบประมวลผลประสิทธิภาพสูง (High-Performance Computing หรือ HPC) โดยการดัดแปลงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและศูนย์ข้อมูล (Data Center) ที่มีอยู่เดิม มารองรับงานฝั่ง AI แทนการพึ่งพารายได้จากการขุด Bitcoin เพียงอย่างเดียว
ซึ่งรายงานล่าสุดจาก VanEck ประเมินว่า บริษัทขุดมหาชนอาจต้องใช้เงินทุนเพิ่มเติมสูงถึง 50,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่โครงสร้างพื้นฐาน AI อย่างเต็มรูปแบบ เนื่องจากระบบของ AI และ HPC นั้น ต้องการมาตรฐานที่สูงกว่าเหมืองขุดคริปโตทั่วไปมาก ทั้งในเรื่องระยะเวลาการทำงานของระบบ,ระบบทำความเย็น ระบบไฟฟ้าสำรอง และการเชื่อมต่อเครือข่ายที่เสถียรกว่า

ผู้ประกอบการเหมืองเผชิญกับช่องว่างด้านเงินทุนจำนวนมากในการบรรลุเป้าหมายด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่มา: Miner Weekly
ที่มา : cointelegraph
มุมมองผู้เขียน : รายงานวิจัยล่าสุดจาก Fidelity Digital Assets เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ช่วยทลายความเชื่อแบบผิดๆ เรื่องความปลอดภัยของ Bitcoin หลังปรากฏการณ์ Halving ได้ดีมาก

