bitkub-banner

Cantor ชี้ตลาดหมี Bitcoin ใกล้จบรอบ ลุ้นเห็นจุดต่ำสุดปลายเดือนตุลาคม

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Cantor Fitzgerald มองว่า Bitcoin อาจเหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่เดือนก่อนเข้าสู่จุดต่ำสุดของวัฏจักร หากสถิติในอดีตยังคงเกิดซ้ำ โดยมีโอกาสเห็น Bottom ในช่วง ปลายเดือนตุลาคม 2026
  • ธนาคารแนะนักลงทุนเลิกโฟกัสจำนวนผู้ใช้งานเพียงอย่างเดียว แต่หันไปมองบล็อกเชนที่สามารถสร้างรายได้ และความต้องการใช้งานโทเคนอย่างยั่งยืน
  • Hyperliquid ถูกยกเป็นตัวอย่างของโมเดล Tokenomics ที่แข็งแกร่ง ส่วน Bitcoin และ Ethereum ยังคงเป็นสินทรัพย์อ้างอิงหลักของตลาดคริปโต

แนวโน้มผลกระทบ: Bullish

Cantor Fitzgerald มองว่า Bitcoin อาจกำลังเข้าใกล้จุดต่ำสุดของวัฏจักรตลาดหมี โดยอิงข้อมูลจากราคาในอดีตที่ชี้ว่า ตลาดมีโอกาสเห็นจุดต่ำสุดในช่วงปลายเดือนตุลาคม 2026 ขณะเดียวกัน ธนาคารยังแนะให้นักลงทุนคริปโตเลิกยึดติดกับจำนวนผู้ใช้งานของโปรเจกต์ และหันมาโฟกัสบล็อกเชนที่สามารถสร้างรายได้ กระแสเงินสด และความต้องการใช้โทเคนได้อย่างยั่งยืน เพราะปัจจัยเหล่านี้มีแนวโน้มเป็นตัวกำหนดผู้ชนะของตลาดคริปโตในระยะยาวมากกว่า

Cantor Fitzgerald ธนาคารเพื่อการลงทุนจากวอลล์สตรีท ประเมินว่า ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีกำลังเข้าสู่ช่วงท้ายของวัฏจักรตลาดหมี โดยอ้างอิงข้อมูลการเคลื่อนไหวของราคา Bitcoin (BTC) ในอดีต ซึ่งบ่งชี้ว่าตลาดอาจเข้าสู่จุดต่ำสุดของรอบนี้ภายในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

รายงานจากทีมวิเคราะห์ที่นำโดย Gareth Gacetta ระบุว่า ณ วันที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมา Bitcoin ผ่านจุดสูงสุดของวัฏจักรปี 2025 มาแล้ว 252 วัน และราคาปรับตัวลดลงประมาณ 51% จากจุดสูงสุด เมื่อเทียบกับตลาดหมี 3 รอบก่อนหน้าจะพบว่า Bitcoin ใช้เวลาเฉลี่ย 384 วันหลังทำจุดสูงสุด จึงจะสร้างจุดต่ำสุดของวัฏจักร

หากวัฏจักรตลาดคริปโตยังเคลื่อนไหวตามสถิติเดิม Bitcoin อาจทำจุดต่ำสุดในช่วงปลายเดือนตุลาคม 2026 

อย่างไรก็ตาม Cantor ย้ำว่า แบบจำลองดังกล่าวเป็นเพียงเครื่องมืออ้างอิงจากข้อมูลในอดีต ไม่สามารถระบุจังหวะการขึ้นลงของตลาดได้อย่างแม่นยำ เนื่องจากยังมีปัจจัยเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลก นโยบายกำกับดูแลของภาครัฐ และความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจกระทบต่อราคาได้ตลอดเวลา

นักวิเคราะห์ระบุว่า ตลาดคริปโตมีลักษณะตลาดที่เรียกว่า Reflexive Nature หรือการเคลื่อนไหวของราคามักได้รับอิทธิพลจากความคาดหวังของนักลงทุน หมายความว่า เมื่อผู้เล่นจำนวนมากเชื่อว่าประวัติศาสตร์จะเกิดซ้ำรอย ความเชื่อนั้นก็อาจกลายเป็นแรงผลักดันให้ตลาดเคลื่อนไหวไปในทิศทางดังกล่าว

ในช่วงเวลาที่จัดทำรายงาน Bitcoin (BTC) มีการซื้อขายกันอยู่ประมาณ 60,357 ดอลลาร์ 

ในแง่มุมมองการลงทุน Cantor แนะนำให้นักลงทุนเริ่มเปลี่ยนจุดสนใจจากการเก็งกำไรระยะสั้น และหันมาพิจารณาเครือข่ายบล็อกเชนที่สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืนมากกว่า โดยระบุว่า จำนวนผู้ใช้งานเพียงอย่างเดียวไม่ได้เป็นปัจจัยที่ทำให้โทเคนมีมูลค่าเพิ่มในระยะยาว

รายงานระบุว่า สิ่งที่สำคัญกว่าคือ ความสามารถของแต่ละเครือข่ายในการเปลี่ยนกิจกรรมของผู้ใช้งานให้กลายเป็นรายได้ กระแสเงินสด หรือสร้างความต้องการใช้โทเคนที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

Cantor ยก Hyperliquid เป็นตัวอย่างของบล็อกเชนที่เชื่อมโยงรายได้จากค่าธรรมเนียมเข้ากับมูลค่าของโทเคน ผ่านกลไก Buyback and Burn หรือการนำรายได้กลับมาซื้อคืนและเผาโทเคน HYPE เพื่อลดอุปทานในระบบ 

ในขณะที่ Bitcoin ยังคงเป็นสินทรัพย์อ้างอิงหลักของตลาดคริปโต ส่วน Ethereum (ETH) ยังคงเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญสำหรับการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเป็นหลักประกันในระบบการเงินบนบล็อกเชน

สำหรับ Solana, Sui, XRP และ Zcash ธนาคารมองว่า โปรเจกต์เหล่านี้ ยังต้องพิสูจน์ว่าสามารถเปลี่ยนการเติบโตของระบบนิเวศให้กลายเป็นความต้องการใช้งานโทเคนอย่างยั่งยืนได้หรือไม่

นอกจากนี้ Cantor ยังมองว่า กลุ่มบริษัทคลังสำรองคริปโต เป็นธีมการลงทุนที่ตลาดยังให้มูลค่าไม่เต็มที่ เนื่องจากบริษัทชั้นนำหลายแห่งกำลังพัฒนาบทบาทจากผู้ถือครองคริปโต ไปสู่ผู้สร้างผลตอบแทน พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และเป็นช่องทางให้นักลงทุนสถาบันเข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัลได้ง่ายขึ้น

ส่วนในฝั่งตลาดทุนดั้งเดิม Cantor เริ่มให้คำแนะนำการลงทุนแก่หุ้น Forward Industries (FWDI) และ Cypherpunk Technologies (CYPH) พร้อมกำหนดราคาเป้าหมายไว้ที่ 7.90 ดอลลาร์ และ 0.90 ดอลลาร์ ตามลำดับ


มุมมองผู้เขียน: บทวิเคราะห์ดังกล่าว เป็นเพียงการประเมินแนวโน้มจากสถิติราคา Bitcoin ในอดีต ซึ่งช่วยให้เห็นภาพของวัฏจักรตลาดได้ แต่นักลงทุนไม่ควรลืมว่า มันไม่ได้หมายความว่าราคาจะเคลื่อนไหวซ้ำแบบเดิมเสมอไป 

ที่มา:coindesk