bitkub-banner

Glassnode ชี้นักลงทุนเริ่มแห่ช้อนซื้อ Bitcoin แต่ยังเสี่ยงสูงย้ำไร้สัญญาณกลับตัว 

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Glassnode รายงานว่า แม้ Bitcoin จะร่วงหลุด 60,000 ดอลลาร์ แต่กลุ่มผู้ถือระยะยาวและนักลงทุนที่ใจถึง เริ่มเข้ามาดูดซับอุปทาน สะท้อนสัญญาณต้นทางของการฟอร์มจุดต่ำสุด
  • ดัชนีแนวโน้มการสะสมพุ่งขึ้นอย่างชัดเจน โดยกระเป๋าเงินแทบทุกขนาด พลิกกลับมาซื้อสุทธิ ขณะที่กองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ กลับสวนทางยังคงมีเงินทุนไหลออกต่อเนื่อง
  • ในตลาด Perpetual Futures มี Long Position เลเวอเรจสูงสะสมอยู่มาก ถือเป็นดาบสองคมที่อาจหนุนราคาดีดตัวแรง หรือกลายเป็นแรงเทขายซ้ำเติมได้เช่นกัน

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Neutral

สัญญาณการสะสมเหรียญจากนักลงทุนหลายกลุ่มพร้อมกัน ถือเป็นเรื่องบวกในเชิงโครงสร้าง แต่การที่เงินทุนสถาบันผ่านกองทุน ETF ยังคงไหลออกต่อเนื่อง บวกกับดัชนีความผันผวนที่ยังไม่แตะระดับตื่นตระหนกสุดขีด ทำให้ยังเร็วเกินไปที่จะฟันธงว่าตลาดผ่านจุดต่ำสุดมาแล้วจริง ความเสี่ยงขาลงรอบใหม่ก็ยังมีอยู่ ควบคู่กับโอกาสในการฟื้นตัว

Glassnode บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชนระดับโลก ได้ออกรายงานเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา ระบุว่าแม้ราคา Bitcoin จะร่วงหลุดระดับ 60,000 ดอลลาร์ ท่ามกลางแรงเทขายจากสถาบันและความกังวลในตลาด แต่สัญญาณลึกๆ บนบล็อกเชนกลับชี้ว่า “กลุ่มผู้ถือระยะยาว” และ “นักลงทุนสายแข็ง” กำลังทยอยช้อนซื้อเหรียญที่ถูกเทขายออกมา ซึ่งถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นของการสร้างฐานราคาหรือการทำจุดต่ำสุดรอบใหม่

ข้อมูลชี้ให้เห็นว่า ดัชนีการสะสม Bitcoin พุ่งสูงขึ้นอย่างชัดเจนในรอบเดือนที่ผ่านมา หลังจากที่ตลาดเผชิญแรงเทขายมานานหลายเดือน ปัจจุบันนักลงทุนแทบทุกกลุ่มได้เปลี่ยนพฤติกรรมกลับมา “ซื้อสะสม” อีกครั้ง สะท้อนให้เห็นว่าราคา Bitcoin ที่ย่อตัวลงมานี้ เริ่มดึงดูดความสนใจและเม็ดเงินระลอกใหม่ได้สำเร็จ

เจาะพฤติกรรม: ใครกำลังซื้ออยู่บ้าง? 

เมื่อเจาะดูข้อมูลจะพบว่า กลุ่มที่เก็บของหนักที่สุดในตอนนี้คือ “นักลงทุนรายย่อย” (ถือครองต่ำกว่า 1 BTC) และ “นักลงทุนขนาดกลางถึงใหญ่” (ถือครอง 100 ถึง 1,000 BTC) ในขณะเดียวกัน กลุ่ม “วาฬ” (ถือครอง 1,000 ถึง 10,000 BTC) ก็เริ่มพลิกกลับมาเป็นฝั่งทยอยซื้อสะสมเช่นกัน แม้แรงซื้ออาจจะยังไม่ดุดันเท่าช่วงต้นรอบขาขึ้นก็ตาม

ทาง Glassnode วิเคราะห์ว่า การที่นักลงทุนทุกไซส์กระเป๋าพร้อมใจกันกลับมาซื้อสะสม สะท้อนให้เห็นว่าความเชื่อมั่นกำลังฟื้นตัว ซึ่งตามสถิติในอดีต พฤติกรรมเช่นนี้มักจะเป็นรากฐานที่ดีสำหรับการฟื้นตัวของราคาในระยะยาว อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญหลังจากนี้คือแรงซื้อเหล่านี้จะต้องมีเข้ามาอย่างต่อเนื่องเพื่อพยุงตลาดเอาไว้

นอกจากนี้ รายงานยังมีตัวเลขที่น่าสนใจคือ ปัจจุบันมี Bitcoin จำนวนถึง 10.83 ล้าน BTC ที่ตกอยู่ในสถานะ “ขาดทุน” (ติดดอย) ซึ่งมากกว่าเหรียญที่มีกำไร (9.22 ล้าน BTC) ตามปกติแล้ว สถานการณ์ที่คนส่วนใหญ่ขาดทุนมักจะทำให้ตลาดเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและเกิดแรงเทขาย

แต่ในทางกลับกัน ช่วงเวลานี้กลับเป็นโอกาสทองสำหรับนักลงทุนกระเป๋าหนักที่รอจังหวะช้อนซื้อ พูดง่ายๆ คือ Bitcoin กำลังอยู่ในเฟสเปลี่ยนมือจาก “นักลงทุนที่ตื่นตระหนกตกใจง่าย” ไปสู่ “นักลงทุนที่มั่นใจและมีสายป่านยาวมากกว่า”

ดาบสองคมในตลาดฟิวเจอร์ส และคำเตือนก่อนจุดต่ำสุดที่แท้จริง

ในส่วนของตลาดฟิวเจอร์สนั้น ข้อมูลระบุว่า ตอนนี้นักลงทุนจำนวนมากกำลังเปิดโพซิชันฝั่งซื้อโดยมีการใช้เงินกู้ยืมหรือเลเวอเรจในระดับที่สูงมากเพื่อเก็งกำไรว่าราคาจะขึ้น ซึ่งสถานการณ์แบบนี้ถือเป็นดาบสองคมที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

หากตลาดมีแรงซื้อเข้ามาหนุน สถานะฝั่งซื้อที่สะสมไว้เหล่านี้จะกลายเป็นพลังบวกที่ช่วยดันให้ราคาบิตคอยน์พุ่งกลับขึ้นไปได้อย่างรวดเร็ว แต่ในทางกลับกัน หากราคาเกิดร่วงทะลุแนวรับสำคัญลงมา นักลงทุนที่กู้ยืมเงินมาเทรดเหล่านี้จะถูกบังคับล้างพอร์ตทันที ซึ่งจะกลายเป็นการกระหน่ำเทขายซ้ำเติมตลาด และทำให้ราคาทิ้งดิ่งลงลึกกว่าเดิมอย่างรุนแรง

นอกจากนี้เมื่อดูตัวชี้วัดความคาดหวังเรื่องความผันผวนของราคาในช่วงสามสิบวันข้างหน้า จะพบว่าตัวเลขยังไม่ได้พุ่งสูงขึ้นจนถึงระดับที่สะท้อนว่านักลงทุนในตลาดกำลังตื่นตระหนกสุดขีด ซึ่งตามสถิติในอดีต ตลาดมักจะต้องเจอกับความตื่นตระหนกขั้นสุดก่อนเสมอจึงจะถือว่าเป็นจุดต่ำสุดที่แท้จริง

ทางผู้ประเมินข้อมูลจึงสรุปว่า แม้ตอนนี้เราจะเริ่มเห็นสัญญาณการช้อนซื้อเพื่อสะสมเหรียญบ้างแล้ว แต่ภาพรวมก็ยังไม่สามารถฟันธงได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ตลาดยังมีความเสี่ยงที่จะถูกทุบให้ราคาร่วงหนักได้อีกระลอก เพื่อสลัดนักลงทุนออกไปก่อนที่ตลาดจะสร้างฐานราคาต่ำสุดของจริง และสามารถกลับตัวเป็นแนวโน้มขาขึ้นรอบใหม่อย่างยั่งยืนต่อไป

ที่มา : coinpost


มุมมองผู้เขียน : สัญญาณการสะสมจากรายย่อยและนักลงทุนขนาดกลางเป็นเรื่องที่ต้องจับตา เพราะในหลายรอบที่ผ่านมา กลุ่มนี้มักเคลื่อนไหวก่อนตลาดจะกลับตัวจริง