bitkub-banner

เจาะลึก Bitcoin ปี 2026 ส่องวัฏจักร 4 ปีและสถานะปัจจุบันผ่านกราฟ Pi Cycle

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Bitcoin ร่วงลงมาราว 50% จากจุดสูงสุดตลอดกาลที่ประมาณ 126,000 ดอลลาร์ในเดือนตุลาคม 2025 มาเคลื่อนไหวบริเวณ 60,000-64,000 ดอลลาร์ในปัจจุบัน
  • Pi Cycle Top ยังไม่ส่งสัญญาณว่าตลาดร้อนแรงเกินไป เพราะเส้น 111-day SMA ยังอยู่ห่างจากเส้น 350-day SMA x 2 มากกว่า 60% สะท้อนว่า Bitcoin ยังไม่ได้อยู่ในโซนฟองสบู่
  • Pi Cycle Bottom ยังไม่ยืนยันจุดต่ำสุดของตลาดหมี แต่ราคาที่ลงมาทดสอบโซน 60,000 ดอลลาร์ซ้ำ ๆ และ Realized Price ที่อยู่ราว 53,600 ดอลลาร์ ทำให้ตลาดเริ่มเข้าใกล้โซนสะสมระยะยาวมากขึ้น

แนวโน้มผลกระทบ: Bullish

Bitcoin ปรับฐานลงมาราว 50% จากจุดสูงสุด 126,000 ดอลลาร์ ลงมาบริเวณ 60,000-64,000 ดอลลาร์ ในเดือนกรกฎาคม 2026 โดยกราฟ Pi Cycle Top ยังบ่งชี้ว่า ตลาดไม่ได้ร้อนแรงจนเป็นฟองสบู่ ขณะที่ Pi Cycle Bottom ก็ยังไม่ยืนยันว่าตลาดหมีจบลงแล้ว อย่างไรก็ตาม การที่ราคาลงมาใกล้โซนต้นทุนเฉลี่ยของผู้ถือ Bitcoin ทั้งระบบราว 53,600 ดอลลาร์ ทำให้หลายฝ่ายเริ่มมองว่า นี่อาจเป็นช่วงสร้างฐานสำคัญก่อนเข้าสู่รอบใหม่ โดยเฉพาะหาก Bitcoin ลงไปทดสอบโซน 50,000-55,000 ดอลลาร์ในช่วงปลายปี 2026 

Bitcoin กลับมาอยู่ในจุดที่ตลาดต้องจับตาอีกครั้งในเดือนกรกฎาคม 2026 เนื่องจากราคากำลังเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงรอยต่อสำคัญของวัฏจักร 4 ปี หรือ 4-Year Cycle ซึ่งเป็นรูปแบบการขึ้นลงของ Bitcoin ที่มักเกิดซ้ำ ๆ ภายหลังจากเกิดเหตุการณ์ Halving หรือการลดจำนวนเหรียญที่ขุดได้ลงครึ่งหนึ่ง

ภาพใหญ่ตอนนี้คือ Bitcoin ไม่ได้อยู่ในช่วงขาขึ้นที่ร้อนแรงเหมือนในปี 2025 อีกต่อไป  หลังจากราคาเคยพุ่งขึ้นไปทำจุดสูงสุดตลอดกาลบริเวณ 126,000 ดอลลาร์ในเดือนตุลาคม 2025 ปัจจุบันราคากลับลงมาเคลื่อนไหวแถว 60,000-64,000 ดอลลาร์ หรือร่วงลงมาประมาณ 50% จากจุดสูงสุด

ดังนั้นคำถามที่นักลงทุนจำนวนมากกำลังอยากรู้จึงไม่ใช่แค่ว่า “Bitcoin จะลงต่อหรือไม่” แต่เป็นคำถามที่ใหญ่กว่านั้นคือ “ตอนนี้เราอยู่ตรงไหนของวัฎจักรตลาดกันแน่”

เพื่อทำให้มองเห็นภาพนี้ได้ชัดเจนขึ้น หนึ่งในเครื่องมือที่นักวิเคราะห์มักหยิบมาใช้คือ Pi Cycle Indicator หรืออินดิเคเตอร์ที่ใช้เส้นค่าเฉลี่ยราคาในอดีตมาช่วยประเมินว่า Bitcoin กำลังเข้าใกล้จุดร้อนแรงเกินไป หรือกำลังเข้าใกล้จุดต่ำสุดของรอบหรือไม่

Pi Cycle Top พื้นที่ปลอดภัยที่ยังห่างไกลจากฟองสบู่

เริ่มจากฝั่งแรกคือ Pi Cycle Top ซึ่งใช้ดูว่า ตลาดกำลังเข้าใกล้จุดสูงสุดของวัฏจักรหรือไม่ โดยปกติแล้วสัญญาณอันตรายจะเกิดขึ้นเมื่อเส้นค่าเฉลี่ย 111 วัน หรือราคาเฉลี่ยของ Bitcoin ในช่วง 111 วันที่ผ่านมา ตัดขึ้นเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 350 วันคูณ 2 ซึ่งเปรียบได้กับเพดานด้านบนของรอบตลาด

แต่สถานการณ์ปัจจุบันยังห่างจากจุดนั้นมาก ข้อมูล ณ วันที่ 8 กรกฎาคม 2026 ระบุว่า เส้น SMA 111 วัน อยู่ที่ประมาณ 70,652 ดอลลาร์ ขณะที่เส้น 350-day SMA x 2 อยู่สูงถึง 176,934 ดอลลาร์ หมายความว่า ทั้งสองเส้นยังอยู่ห่างกันมากกว่า 60%

ช่องว่างที่กว้างขนาดนี้สะท้อนว่า Bitcoin ยังไม่ได้อยู่ในภาวะ Overheated หรือภาวะที่ตลาดร้อนแรงเกินไปจากแรงเก็งกำไร ตรงกันข้าม ตลาดตอนนี้ยังอยู่ในโซนที่เรียกว่า Safe Zone หรือพื้นที่ที่ยังไม่ส่งสัญญาณฟองสบู่ในระยะสั้น

ที่มา:X/Bitcoin Archive

อย่างไรก็ตาม จุดที่น่าสนใจคือ การทำจุดสูงสุดในเดือนตุลาคม 2025 กลับแตกต่างจากวัฏจักรก่อนหน้า เพราะครั้งนั้น Pi Cycle Top ไม่ได้ส่งสัญญาณตัดกัน ทั้งที่ Bitcoin ทำ All-Time High ไปแล้ว นักวิเคราะห์บางส่วนจึงมองว่า จุดสูงสุดของตลาดรอบนี้อาจเป็นจุดสูงสุดที่เกิดขึ้นที่เงียบกว่าปกติ

สาเหตุสำคัญอาจมาจากแรงซื้อของสถาบันการเงินผ่านกองทุน Spot Bitcoin ETF หรือกองทุนที่เปิดให้นักลงทุนซื้อขาย Bitcoin ผ่านตลาดหลักทรัพย์โดยไม่ต้องถือเหรียญเองโดยตรง แรงซื้อประเภทนี้ทำให้ตลาดขึ้นแบบมีโครงสร้างมากขึ้น และไม่ได้ระเบิดจากกระแสเก็งกำไรของรายย่อยเหมือนในหลายรอบที่ผ่านมา

Pi Cycle Bottom: สัญญาณการสิ้นสุดของตลาดหมี

แต่เมื่อดูฝั่งขาลง ภาพก็เริ่มน่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะ Pi Cycle Bottom ซึ่งใช้ประเมินจุดต่ำสุดของตลาดหมี ยังไม่ได้ส่งสัญญาณยืนยันเต็มรูปแบบ

โดยปกติแล้ว Pi Cycle Bottom จะเกิดสัญญาณเมื่อเส้นค่าเฉลี่ย SMA 150 วัน ตัดลงต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย SMA 471 วัน x 0.745 ซึ่งเป็นแนวรับเชิงคณิตศาสตร์ที่ใช้ประเมินว่า ตลาดอาจเข้าสู่โซนจุดต่ำสุดของวัฏจักรแล้ว

ปัจจุบันเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้นยังอยู่เหนือแนวดังกล่าว โดยมีอัตราส่วนทางเทคนิคอยู่ที่ระดับ 1.12 นั่นหมายความว่า Bitcoin ยังไม่ได้เข้าสู่จุดตัดสมบูรณ์หรือ Macro Bottom Signal ซึ่งเป็นสัญญาณว่า ตลาดหมีอาจจบลงอย่างเป็นทางการ

ถึงอย่างนั้น ภาพที่เกิดขึ้นก็ไม่ได้ควรถูกมองข้าม เพราะเส้นค่าเฉลี่ยเริ่มขยับเข้าใกล้กันมากขึ้น ขณะที่ราคากลับลงมาทดสอบโซน 60,000 ดอลลาร์หลายครั้ง สัญญาณเหล่านี้ทำให้หลายฝ่ายเริ่มมองว่า Bitcoin อาจกำลังเข้าสู่ช่วงที่ตลาดค่อย ๆ สร้างฐาน ก่อนเลือกทิศทางรอบใหม่

ปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาช่วงครึ่งหลังของปี 2026

อีกหนึ่งระดับสำคัญที่ต้องจับตาคือ Realized Price หรือราคาต้นทุนเฉลี่ยของผู้ถือ Bitcoin ทั้งระบบ ซึ่งเป็นข้อมูลแบบ On-chain หรือข้อมูลที่ตรวจสอบได้จากธุรกรรมบนบล็อกเชน ปัจจุบัน Realized Price อยู่ที่ประมาณ 53,600 ดอลลาร์

ระดับนี้มีความสำคัญอย่างมาก เพราะในหลายวัฏจักรที่ผ่านมา Realized Price มักกลายเป็นโซนแนวรับใหญ่ในตลาดหมี และเป็นบริเวณที่สะท้อนว่า พอร์ตของผู้ถือ Bitcoin โดยเฉลี่ยเริ่มกลับมาใกล้ต้นทุน และมักเป็นพื้นที่ที่แรงขายเริ่มอ่อนลง

อย่างไรก็ตาม ภาพของ Bitcoin ในครึ่งหลังของปี 2026 ไม่ได้ขึ้นอยู่กับกราฟเพียงอย่างเดียว เพราะตลาดยังถูกกดดันจากปัจจัยภายนอกหลายด้าน ทั้งความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งเพิ่งเริ่มผ่อนคลายลงหลังข้อตกลงสันติภาพในเดือนมิถุนายน รวมถึงกระแสเงินบางส่วนที่ไหลออกจาก ETF ไปหาหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี AI แทน

ส่วนกองทุน ETF ก็ส่งผลต่อ Bitcoin มากขึ้นในรอบนี้ เพราะเป็นช่องทางหลักที่นักลงทุนสถาบันใช้เข้ามาลงทุนใน Bitcoin ดังนั้นเมื่อเงินไหลเข้า ราคามักได้แรงหนุน แต่เมื่อเงินเริ่มไหลออก ตลาดก็อาจถูกกดดันตามไปด้วย

ท่ามกลางแรงกดดันเหล่านี้ นักวิเคราะห์จำนวนหนึ่งยังมองตรงกันว่า Bitcoin มักใช้เวลาประมาณ 12-13 เดือนหลังจากทำจุดสูงสุด ก่อนจะสร้างจุดต่ำสุดของวัฏจักร หากยึดกรอบเวลานี้ จุดต่ำสุดที่แท้จริงของรอบปัจจุบันอาจเกิดขึ้นในไตรมาส 4 ของปี 2026 หรือช่วงเดือนตุลาคมถึงธันวาคม

สำหรับช่วงราคาที่ถูกจับตามองมากที่สุดคือ โซน 50,000-55,000 ดอลลาร์ เพราะเป็นพื้นที่ใกล้กับ Realized Price และอาจกลายเป็นจุดสำคัญที่ตลาดใช้ทดสอบความแข็งแรงของแรงซื้อระยะยาว

โดยสรุป Bitcoin ในวันที่ 9 กรกฎาคม 2026 ดูเหมือนกำลังอยู่ในช่วงล้างสถานะเก็งกำไร หรือ Capitulation ซึ่งหมายถึงช่วงที่นักลงทุนจำนวนหนึ่งยอมขายขาดทุน หลังราคาปรับตัวลงแรงตามรอบวัฏจักร

แม้ Pi Cycle Bottom จะยังไม่ส่งสัญญาณซื้อที่ชัดเจนที่สุด แต่ราคาที่ลดลงมาราว 50% จากจุดสูงสุด บวกกับการเคลื่อนไหวใกล้เส้นค่าเฉลี่ยระยะยาว และโซนต้นทุนเฉลี่ยของระบบ ทำให้ Bitcoin เริ่มกลับมาอยู่ในพื้นที่ที่มี Risk ต่อ Reward หรืออัตราผลตอบแทนเมื่อเทียบกับความเสี่ยง น่าสนใจอย่างมาก

สำหรับนักลงทุนระยะยาว นี่อาจไม่ใช่จุดที่ต้องรีบไล่ซื้อทั้งหมดในครั้งเดียว แต่เป็นช่วงที่เหมาะกับการจับตาอย่างใกล้ชิด และอาจใช้กลยุทธ์ DCA หรือการทยอยสะสมแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน เพื่อเตรียมตัวสำหรับวัฏจักรขาขึ้นรอบถัดไปในปีต่อไป

ในขณะที่รายงาน Bitcoin มีการซื้อขายกันอยู่ที่ 62,976 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 0.96% ช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ตามข้อมูลจาก CoinMarketCap