bitkub-banner

‘ลุงโฉลก’ ตอบชัด Bitcoin รอบนี้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วหรือยัง 

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ลุงโฉลก สัมพันธารักษ์ นักลงทุนชื่อดังและผู้ก่อตั้งชมรม CDC วิเคราะห์กราฟทางเทคนิคของ Bitcoin ชี้จุดต่ำสุดปัจจุบันอาจเป็นการจบ Wave 2 ก่อนเข้าสู่ Wave 3 ขาขึ้นใหญ่ แต่ก็มีโอกาสที่ราคาปรับฐานลงลึกไปได้ถึงระดับ 30,000 – 40,000 ดอลลาร์
  • หากเกิดสถานการณ์ในแบบ Strong B ราคา Bitcoin ก็มีโอกาสวิ่งไปแตะ 100,000 ดอลลาร์ และหากราคาย่อลึกกว่านั้น เป้าหมายอาจขยับไปถึง 200,000 ดอลลาร์ 
  • แนะนำกลยุทธ์บริหารพอร์ตแบบ 3 บัญชี แยกตามระยะเวลาการลงทุน เพื่อจับจังหวะตลาดโดยไม่สับสน

แนวโน้มที่ส่งผลต่อราคาอย่างไร: Bullish

มุมมองของลุงโฉลกเอนไปทาง Bullish ค่อนข้างชัดเจน แม้จะยังมีเงื่อนไขที่ต้องรอการยืนยันจากราคาจริงอยู่บ้าง แต่ภาพรวมของ Wave ที่นับได้ บ่งชี้ว่า ตลาดกำลังอยู่ในช่วงท้ายของการปรับฐาน ไม่ใช่จุดเริ่มต้นของขาลงรอบใหม่ ซึ่งเป็นมุมมองเชิงบวกที่อาจสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนบางส่วนกลับเข้าตลาด

คุณลุงโฉลก สัมพันธารักษ์ นักลงทุนชื่อดังของไทย และผู้ก่อตั้งชมรม CDC Chaloke.com ได้ร่วมพูดคุยในรายการ ทันโลกกับ Trader KP  เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ในหัวข้อ ” Bitcoin รอบนี้… ผ่านจุดต่ำสุดแล้วหรือยัง ?”  โดยแสดงมุมมองเชิงลึกเกี่ยวกับ ราคา Bitcoin ผ่านการดูกราฟวิเคราะห์ทางเทคนิค 

ในช่วงแรก ผู้ดำเนินรายการได้เปิดประเด็นสอบถามคุณลุงโฉลกเกี่ยวกับแนวโน้มทางเทคนิคของ Bitcoin ในช่วงปัจจุบัน ซึ่งพบว่า ราคามักจะหลุดระดับ 60,000 ดอลลาร์ อยู่บ่อยครั้ง แต่ก็ไม่เคยดิ่งลงไปไกลกว่านั้นมากนัก และยังมีแรงซื้อกลับเข้ามาช่วยให้รีบาวด์ได้อยู่ตลอดเวลา ตอนนี้เทรนด์ของเทคนิคัลเป็นอย่างไรบ้างคะ 

คุณลุงโฉลกได้อธิบายพฤติกรรมการร่วงลงของ Bitcoin ครั้งใหญ่นี้ว่า คือ การลงจากครั้งใหญ่ เริ่มต้นการปรับฐานจากจุดสูงสุดลงมาในรูปแบบ Common Wave 1-2-3-4-5 จนกระทั่งกลายมาเป็น Major Wave  Wave 3 

จากนั้นราคาได้ย่อตัวลงมาไกล ใน Wave 4 ในลักษณะ Typical ที่ย่อลงมาทำ Low แล้วดีดตัวขึ้นในรูปของ C ยก (A-B-C ยก) ลักษณะของ Wave 3 – 4 เพื่อเตรียมรอวิ่งขึ้นสู่ Wave 5 ที่ตามกฎแล้วจะสูงกว่า Wave 3 เล็กน้อย

เมื่อนำ Wave ทั้งหมด 1-2-3-4-5  นี้ มารวมกัน จะปรากฏเป็นโครงสร้างหลักสีฟ้า ที่เรียกว่า Super Cycle Wave เป็น Wave ใหญ่

หากมองตามภาพใหญ่ จากสีฟ้านี้มันลงไกล Wave 1 ย่อลง 2 จึงมีโอกาสปรับฐานลงลึกไปได้ถึงระดับประมาณ 30,000 – 40,000 ดอลลาร์

แต่ถ้าหากราคาไม่ลงลึก และเกิดการกลับตัวเป็นขาขึ้น ก็มีความเป็นไปได้ ที่จะเข้าสู่ตลาดกระทิงครั้งใหญ่มโหฬาร ในรูปแบบลักษณะที่เขาเรียกว่า เป็น Strong B ขึ้นไป เพื่อวิ่งทะยานขึ้นไป ซึ่งประเด็นนี้คุณลุงโฉลกระบุว่า ค่อยว่ากันทีหลัง

การวิเคราะห์แนวรับและทางเลือกในการนับคลื่นแบบต่าง ๆ 

คุณลุงโฉลกอธิบายต่อว่า เมื่อเราลองพิจารณาแนวโน้มราคาที่ลากจากจุดสูงสุดลงมายังจุดต่ำสุด เพื่อดูว่า เทรนของมันเป็นยังไง 

เทรนของมันเริ่มจาก จุดสูงสุดลงมายังจุดต่ำสุด จะเห็นได้ชัดเจนว่า ราคาสามารถ Break out ไปเรียบร้อยแล้ว พอ Break out ไปแล้ว ข้างบนสีเขียว เรียกว่า Resistance พอ Break out Resistance เรียบร้อยแล้ว 

เมื่อราคาเกิดการย่อตัวลงมาทดสอบอีกครั้ง แล้วมาหยุดอยู่ที่ระดับแนวต้านเดิมพอดิบพอดี ซึ่งตามหลักการวิเคราะห์ทางเทคนิคจะเรียกว่า แนวต้านเปลี่ยนเป็นแนวรับ

ในส่วนของวิธีการนับ Wave คุณลุงโฉลกชี้ให้เห็นว่าโครงสร้างการลงรอบนี้ มันนับอย่างอื่นไม่ได้เลย นอกจาก 1-2-3-4-5 เป็น  A

จะนับ 1-2-3 เป็น A ก็ได้ เป็นแบบ 3-3-5

แต่ 3 ตรงนี้ แล้วดีดขึ้นเป็น B ตรงนี้ แล้วลงอีกทีปรากฎ Wave นี้มันใหญ่กว่า มันต้องเป็นจาก A ไป B ไม่ใช่ 3 ไป 4 เราทดลองไปเรื่อยๆ จนในที่สุดเราก็ได้ 1-2-3-4-5 เป็น  A แล้วขึ้นเป็น A-B-C เป็น 3 Wave เพราะฉะนั้นลงอันนี้ต้องลง 5 Wave คือเรารู้แล้ว ก็ลงมาจาก B ก็มาเป็น 1-2-3-4-5 ลงมาแถว 30,000 – 40,000 ดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม คุณลุงได้อธิบายเสริมว่า การนับ Wave นั้นไม่มีคำว่าถูกหรือผิดตายตัว แต่หัวใจสำคัญคือ ถ้าเรานับถูกแล้ว เราจะจัดการความเสี่ยงเพื่อ Take Profit ยังไง และถ้านับผิด เราจะ Stop Loss ยังไง อาจจะถูกได้ผิดได้ แต่ต้องทำไปเรื่อยๆ ประสบการณ์จะทำให้เราถูกมากกว่าผิด

เราก็ดู ถ้า Bitcoin มันเป็น Strong B คือ Super Bullish  การย่อตัวที่ผ่านมา อาจเป็นการจบ Wave 1-2 ย่อย  3 ยาวที่สุด แล้ว 4-5 เพราะฉะนั้นตรงนี้มีสิทธิ์เป็นฐานของการจบ Wave 1-2

และภาพปัจจุบันคือ การยืนบนฐานราคาเพื่อเตรียมตัววิ่งขึ้นสู่ Wave 3 ใหญ่ ซึ่งมีเป้าหมายที่ระดับราคาถึง 100,000 ดอลลาร์ – 200,000 ดอลลาร์ แต่ก็ต้องดูว่ามันเอาอยู่ไหม และมันทำ A-B-C ได้ไหม

สิ่งที่เราต้องสังเกตคือ หากราคาเริ่มกลับตัวขึ้นจากจุดนี้ แล้วมันขึ้นโดยที่ไม่ย่อเป็น Wave 1 ก่อนจะไปย่อตัวอีกครั้งที่ Wave 3 นั่นจะเป็นการยืนยันสถานะ เตรียมตัวที่จะพุ่งสู่ระดับแสนกว่าดอลลาร์อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งตอนนี้ก็ต้องรออย่างเดียว เพราะมันยังไม่มีอะไร 

แผนการเทรดและวินัยการลงทุนผ่าน 3 บัญชีหลัก

เพื่อไม่ให้สับสนในการจับจังหวะตลาด คุณลุงโฉลกจึงแนะนำให้แบ่งกลยุทธ์การเทรดออกเป็น 3 บัญชีหลัก เพื่อให้บริหารความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสม

บัญชีที่ 1 (บัญชีลงทุนระยะยาว) แนะนำให้สะสมเงินลงทุนด้วยวิธี DCA (Dollar-Cost Averaging) ต่อไปตามปกติเรื่อยๆ

บัญชีที่ 2 (บัญชีรันเทรนด์ระยะกลาง) ในปัจจุบันบัญชีนี้ยังต้อง “รอคอยอย่างมีวินัย”

บัญชีที่ 3 (บัญชีเก็งกำไรระยะสั้น): บัญชีนี้เน้นการตอบสนองที่รวดเร็วขึ้น โดยให้เข้าไปวิเคราะห์สัญญาณในกราฟระดับ 4 ชั่วโมง 

ซึ่งปัจจุบันเริ่มส่งสัญญาณแคบลงและจวนจะกลับมาเป็นสีเขียวเต็มทีแล้ว หากราคาปิดวันนี้สามารถแสดงสัญญาณสีเขียวได้ ในวันรุ่งขึ้นก็สามารถเริ่มทยอยเข้าซื้อเก็งกำไรในบัญชีที่ 3 ได้ทันที แต่บัญชี 2 ยังไม่เข้านะ เข้าบัญชี 3 ก่อน

โดยตั้งเป้าหมายทำกำไรระยะสั้นไว้ที่แนวต้านเส้นสีเขียว หากเข้าซื้อที่ประมาณ 60,000 ดอลลาร์ 

ก็ไปออกที่ราคาประมาณ 61,000 – 62,000 ดอลลาร์ ก็โอเค กำไรส่วนต่างประมาณ 1,000 ดอลลาร์

ส่วนบัญชี 2  ไปดู Daily Chart ตามเดิม รอให้มันเขียวถึงเข้า ในขณะที่ บัญชี 1 ให้ DCA มาเรื่อยๆ

ซึ่งบัญชี 1 สำหรับผู้ที่ DCA มาเรื่อยๆ ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นจะมีราคาทุนเฉลี่ยต่ำมากเพียง 30,000 – 40,000 ดอลลาร์ เท่านั้น  ซึ่งคุณลุงโฉลกวิเคราะห์ว่า ในการย่อตัวรอบนี้ จุดต่ำสุดของ Bitcoin น่าจะอยู่แถวระดับ 50,000 – 60,000 ดอลลาร์ โดยไม่น่าจะลงลึกถึงระดับ 30,000 ดอลลาร์แล้ว ทำให้บัญชีที่ 1 ปลอดภัยแต่แรก

บัญชีที่ 2 จะต้องรอให้ราคาเสร็จสิ้นการปรับฐานจนจบรอบ มีการ Break out จาก Channel เล็ก พร้อมทำพฤติกรรม Higher Low, Higher High และสัญญาณกราฟกลับมาเปลี่ยนเป็นสีเขียวเสียก่อน จึงค่อยเริ่มเข้าซื้อตามระบบ

การจัดสรรรูปแบบเช่นนี้จะช่วยให้จัดสัดส่วนการลงทุน (Position Sizing) ได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย ไม่พลาด

การคาดการณ์เป้าหมายราคา และการสรุปความหมายของจุดกลับตัว

หากภาพจำลองเป็นไปตามกรณีที่คาดไว้ว่า Wave 1 ย่อตัวลง Wave  2 เสร็จสิ้นแล้วเพื่อเตรียมพร้อมพุ่งขึ้นสู่ Wave 3 เมื่อเราลองพล็อตเครื่องมือวัดสัดส่วน อย่าง Fibonacci Extension จากฐานขึ้น ไปหา Wave 1 แล้วย่อตัวลงมา Wave 2 (อ้างอิงตำแหน่งแถวแนวรับปัจจุบัน) จะพบว่า มีเป้าหมายราคาของ Bitcoin อยู่ที่ระดับ 100,000 ดอลลาร์ พอดีซึ่งเป็นระดับราคาที่น่าตื่นเต้นมาก หากเกิดสถานการณ์แบบ Strong B 

“ถึงได้บอกว่า น่าตื่นเต้นมาก ถ้ามันเป็น Strong B จริง ๆ เราได้เห็น 100,000 ดอลลาร์ อีกแน่นอน”

นอกจากนี้ คุณลุงโฉลกยังให้มุมมองที่น่าสนใจว่า หากราคารอบนี้ไม่ได้ดีดกลับแบบ Strong B ทันที แต่เลือกที่จะย่อลึกในระดับ Wave 1 ลง Wave 2 ตามปกติ เมื่อถึงเวลาที่ราคากลับตัวขึ้น มันจะมีแรงส่งผลักดันให้ขึ้นไปได้ไกลยิ่งกว่าเดิม ถึงระดับ 200,000 ดอลลาร์ เนื่องจากพฤติกรรมปกติของการที่ลงลึก มักจะสะสมพลังเพื่อดีดกลับขึ้นได้สูงกว่าคลื่นที่ย่อตัวตื้น

ในช่วงท้ายของการสนทนา ผู้ดำเนินรายการได้สอบถามเพื่อความชัดเจนว่า “จุดรู้ดำรู้แดง” ที่คุณลุงพูดถึงนั้นหมายความถึงจุดต่ำสุด หรือไม่

คุณลุงโฉลกยืนยันว่า นี่คือ จุดต่ำสุดของ Wave ย่อย 2 เพื่อขึ้นสู่ Wave 3 ซึ่งถือเป็นจุดที่สำคัญที่สุดของการลงทุน เพราะตามกฎของการเทรด หากเราสามารถค้นพบตำแหน่ง Wave 2 ที่แท้จริงได้ ไม่ว่าจะเป็นหุ้นหรือสินทรัพย์ชนิดใดก็ตาม เราจะสามารถทำกำไรและสร้างความมั่งคั่งจากการรันเทรนด์ใน Wave 3 ได้

ผู้ดำเนินรายการจึงได้สรุปทิ้งท้ายให้ผู้ที่มีบัญชี 2 รอคอยสัญญาณอย่างอดทน ส่วนบัญชี 3 ให้ปฏิบัติตามแผนเก็งกำไรระยะสั้นตามที่คุณลุงแนะนำ 


มุมมองผู้เขียน : การแบ่งพอร์ตเป็น 3 บัญชี ตามลุงโฉลกถือเป็นแนวทางที่ช่วยลดความกดดันในการจับจังหวะตลาดได้เป็นอย่างดี