สรุปข่าว
- แหล่งข่าววงในเผยว่า ร่างกฎหมาย Digital Asset Market Clarity Act ฉบับปรับปรุงใหม่ อาจถูกเปิดเผยออกมาเร็วที่สุดภายในสัปดาห์หน้า เพื่อพยายามดันให้ทันโหวต ภายในสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้
- อุปสรรคใหญ่ยังคงอยู่ที่ประเด็นจริยธรรมนักการเมืองที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจคริปโต และการแย่งชิงโควตาตำแหน่งในบอร์ด ก.ล.ต. และ CFTC ซึ่งฝ่ายเดโมแครตยังไม่ยอมตกลง
- แม้จะมีความคืบหน้าจากการรวมร่างของสองคณะกรรมาธิการ แต่เวลาที่เหลือมีจำกัดมาก ก่อนสภาจะปิดสมัยประชุมฤดูร้อนและหันไปโฟกัสเลือกตั้งกลางเทอม
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Neutral
ตลาดคริปโตน่าจะยังไม่ตอบสนองรุนแรงต่อข่าวนี้ เพราะแม้จะมีสัญญาณความคืบหน้าในการเจรจา แต่ตัวร่างกฎหมายเองยังไม่ผ่านแม้แต่ขั้นตอนวุฒิสภา ความไม่แน่นอนเรื่องกรอบเวลาและอุปสรรคทางการเมืองที่ยังหนักหน่วงทำให้นักลงทุนคงต้องรอดูท่าทีต่อไปมากกว่าจะเข้าซื้อหรือเทขายตามข่าวนี้ในทันที
แหล่งข่าววงในเปิดเผยว่า หลังจากที่ร่างกฎหมายจัดระเบียบโครงสร้างตลาดคริปโตของสหรัฐฯ ต้องติดหล่มและไม่มีความคืบหน้ามาเป็นเวลานาน ล่าสุดเริ่มมีสัญญาณว่า ร่างเอกสารฉบับใหม่ของกฎหมาย “Digital Asset Market Clarity Act” อาจจะถูกเผยโฉมออกมาเร็วที่สุดภายในสัปดาห์หน้า
ซึ่งถือเป็นความพยายามในการผลักดันให้เกิดการลงมติภายในสิ้นเดือนกรกฎาคม 2026 นี้ แต่ร่างกฎหมายดังกล่าวยังคงเผชิญอุปสรรคสำคัญ เนื่องจากยังไม่สามารถดึงคะแนนเสียงสนับสนุนจากทั้งสองพรรคได้อย่างเป็นเอกฉันท์
ปัจจุบัน ร่างกฎหมายที่จะเข้ามากำกับดูแลอุตสาหกรรมคริปโตในวุฒิสภาสหรัฐฯ กำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างทุลักทุเล ซึ่งนี่น่าจะเป็นช่วงโค้งสุดท้ายแล้วสำหรับการผลักดันให้กฎหมายนี้มีผลบังคับใช้ทันภายในปี 2026
โดยกลุ่มผู้สนับสนุนคาดหวังว่า หากร่างกฎหมายใหม่ออกมาทันสัปดาห์หน้า ก็จะพอมีเวลาเหลืออีกเพียงไม่กี่สัปดาห์ให้วุฒิสภาได้พิจารณา ก่อนที่ปฏิทินการประชุมสภาและการเมืองเรื่องการเลือกตั้งสภาคองเกรสจะทำให้โอกาสริบหรี่จนกลายเป็นศูนย์
อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการเจรจาระบุว่า เริ่มเห็นความคืบหน้าอยู่บ้าง โดยเฉพาะการรวมเนื้อหาร่างกฎหมาย จาก 2 คณะกรรมาธิการวุฒิสภาที่เกี่ยวข้องเข้าด้วยกัน ได้แก่ คณะกรรมาธิการการธนาคาร และคณะกรรมาธิการการเกษตร ซึ่งส่งผลให้มีเนื้อหาถูกเพิ่มเข้ามาหนากว่า 70 หน้า และเน้นย้ำเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภคมากขึ้น
แต่เจ้าหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติส่งสัญญาณว่า ฝ่ายเดโมแครตยังไม่ยอมตกลงรับร่างร่างกฎหมายนี้ แม้ว่าเนื้อหาร่างกฎหมายล่าสุดจะพยายามแก้ไข เพื่อตอบสนองต่อข้อกังวลของพวกเขาแล้วก็ตาม
ปมขัดแย้งเรื่อง “จริยธรรมนักการเมือง” และโควตาบอร์ด ก.ล.ต. สหรัฐฯ
จุดแตกหักสำคัญที่ทำให้การเจรจายังคงชะงัก และเดินหน้าได้ช้า คือ ข้อเรียกร้องของฝั่งเดโมแครตที่ต้องการห้ามไม่ให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาล รวมถึงตัวประธานาธิบดี มีความสัมพันธ์หรือผลประโยชน์ทางธุรกิจกับภาคธุรกิจคริปโต ซึ่งหากไม่มีข้อสรุป หรือการประนีประนอมในประเด็นข้อจำกัดด้านจริยธรรมนี้ สมาชิกสภาหลายรายยื่นคำขาดว่าจะไม่ลงคะแนนเสียงผ่านร่างกฎหมายนี้เด็ดขาด
นอกจากเรื่องจริยธรรมแล้ว ยังมีปัญหาเรื่องการตกลงโควตาตำแหน่งว่างในคณะกรรมาธิการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC) และคณะกรรมาธิการซื้อขายสัญญาล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์ (CFTC) โดยทำเนียบขาวได้ส่งจดหมายถึงผู้นำเสียงข้างมาก และเสียงข้างน้อยในวุฒิสภา ตัดพ้อว่า ฝั่งเดโมแครตยังไม่ได้ส่งรายชื่อตัวแทนเข้ามา ในขณะที่ สส. ฝั่งเดโมแครตก็โต้กลับและวิพากษ์วิจารณ์ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ว่า ตั้งใจจะปล่อยให้ตำแหน่งสำคัญเหล่านี้ว่างลงโดยไม่มีกำหนด
ท่ามกลางความขัดแย้ง ยังคงมีแสงสว่างแห่งความหวังปรากฏขึ้น เมื่อ สว. Ron Wyden จากพรรคเดโมแครต ได้ส่งจดหมายแสดงการสนับสนุนเนื้อหาในส่วนของกฎหมายย่อยที่ชื่อว่า “Blockchain Regulatory Certainty Act (BRCA)” ซึ่งเป็นกฎหมายที่จะช่วยคุ้มครองแก่เหล่านักพัฒนา โดยการันตีว่า นักพัฒนาบล็อกเชนและคริปโตจะไม่ถูกตีความภายใต้กฎระเบียบของรัฐบาลกลางว่า เป็น “ผู้ให้บริการโอนเงิน (Money Transmitters)” ตราบใดที่พวกเขาไม่ได้เป็นผู้ถือครองหรือจัดการสินทรัพย์ของลูกค้า ซึ่งภาคส่วนการเงินไร้ศูนย์กลาง (DeFi) ถือว่าข้อบัญญัตินี้เป็นหัวใจสำคัญสูงสุดที่ต้องรักษาไว้ให้ได้ในการเจรจา Clarity Act
ร่างกฎหมายยังต้องผ่านด่านสภาผู้แทนฯ และการลงนามของประธานาธิบดีทรัมป์
แม้ว่าเหล่าวงในของอุตสาหกรรมคริปโตในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เริ่มจะแสดงความไม่มั่นใจเกี่ยวกับโอกาสที่ร่างกฎหมายฉบับนี้จะได้ไปต่อ แต่โครงการนี้ก็ยังไม่ถือว่าล่มสลายอย่างเป็นทางการ เพราะยังมีเวลาเหลืออีก 3 สัปดาห์ในเดือนกรกฎาคม และสัปดาห์แรกของเดือนสิงหาคม ก่อนที่สภาจะปิดสมัยประชุมช่วงฤดูร้อน และเบนความสนใจทั้งหมดไปที่การเลือกตั้งกลางเทอม (Midterm Elections) ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง
แต่เวลาที่มีอยู่นั้นน้อยมาก จนแทบไม่เหลือ ยิ่งไปกว่านั้น ร่างกฎหมายงบประมาณกลาโหมที่กำลังจะเข้าสภาก็อาจจะเข้ามาแย่งโควตาเวลาของวุฒิสภาไปจนหมด
สุดท้าย ต่อให้วุฒิสภาสามารถผ่านร่างกฎหมาย Clarity Act นี้ไปได้สำเร็จ กฎหมายก็ยังต้องผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ซึ่งในปัจจุบันกำลังอยู่ในสภาวะเกือบเป็นอัมพาตจากความขัดแย้งภายในของพรรครีพับลิกันเอง และด่านสุดท้ายคือ ต้องส่งไปให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามประกาศใช้
สุดท้าย ต่อให้วุฒิสภาผ่านร่างกฎหมาย Clarity Act ได้สำเร็จ แต่ก็ยังต้องฝ่าด่านสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ที่ปัจจุบันกำลังเผชิญภาวะชะงักงันจากความขัดแย้งภายในพรรครีพับลิกัน ก่อนจะส่งต่อเป็นด่านสุดท้ายให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามประกาศใช้
ซึ่งตัวประธานาธิบดีทรัมป์เองก็เพิ่งจะปฏิเสธการลงนามในกฎหมายยอดนิยมอย่างร่างกฎหมายที่อยู่อาศัย Bipartisan Housing Bill มาแล้ว เนื่องจากเขาดึงดัน และย้ำว่า สภาคองเกรสจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับข้อเรียกร้องของเขา ในเรื่องการออกกฎระเบียบการเลือกตั้งใหม่ก่อนเป็นอันดับแรก
ที่มา : coindesk
มุมมองผู้เขียน : โอกาสที่ Clarity Act จะผ่านทันปี 2026 นั้นค่อนข้างริบหรี่ลงเรื่อย ๆ เพราะนอกจากจะติดล็อกเรื่องจริยธรรมทางการเมืองแล้ว ตัวประธานาธิบดีทรัมป์เองก็แสดงออกว่า พร้อมจะยึดวาระของตัวเองเป็นเงื่อนไขต่อรอง

