สรุปข่าว
- นักพัฒนาชาวไทยเผยบอทเทรดคริปโตสร้างกำไรเฉลี่ยเดือนละ 25,000-30,000 บาท จากเป้าหมายแรกเพียงวันละ 500 บาท
- หลังเพิ่ม Take Profit เป็น 0.2% และลดเกณฑ์ RSI เพื่อเข้าออเดอร์ถี่ขึ้น บอททำกำไรเพิ่ม 42,000 บาทภายใน 9 วัน
- แม้เจ้าของระบบระบุว่ามีวินเรต 100% แต่บอทไม่ได้ตั้ง Stop Loss และใช้ Leverage 10 เท่า จึงต้องมีเงินทุนสำรองจำนวนมากรองรับสถานะขาดทุน
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
ล่าสุดนักพัฒนาชาวไทยเจ้าของเฟซบุ๊ก “ตาเล็ก วินโด้เก้าแปดเอสอี” เผยว่า ระบบบอทเทรดคริปโตที่ตนเองสร้างขึ้นมา ทำกำไรเฉลี่ยเดือนละ 25,000-30,000 บาทตลอด 3 เดือน และหลังปรับ Take Profit เป็น 0.2% พร้อมลดเงื่อนไข RSI เพื่อเข้าออเดอร์ถี่ขึ้น กำไรก็พุ่งแตะ 42,000 บาทในเวลาเพียง 9 วัน จากการเทรดราว 800 ครั้ง แม้เจ้าของจะระบุว่า Win Rate ยังอยู่ที่ 100% แต่บอทใช้ Leverage 10 เท่าและไม่มี Stop Loss จึงต้องกันเงินทุนส่วนใหญ่ไว้เป็น Buffer รองรับสถานะที่ติดลบ โดยข้อมูลผลกำไรและสถิติทั้งหมดมาจากการเปิดเผยผ่านโซเชียลมีเดียของเจ้าของบอท
จากเป้าหมายเล็ก ๆ ที่หวังเพียงให้บอทเทรดหาเงินได้วันละ 500 บาท สำหรับเป็นค่าข้าว กลับกลายเป็นว่าบอทเทรดคริปโตของนักพัฒนาชาวไทยรายหนึ่งสามารถทำกำไรได้เฉลี่ยเดือนละ 25,000-30,000 บาทตลอดช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ก่อนที่การปรับค่ากลยุทธ์รอบล่าสุดจะผลักดันกำไรให้ขึ้นไปแตะ 42,000 บาทภายในเวลาเพียง 9 วัน
วันนี้ (10 ก.ค. 69) เจ้าของเฟซบุ๊ก “ตาเล็ก วินโด้เก้าแปดเอสอี” ได้เปิดเผยผลการทำงานของบอทเทรดคริปโตที่เจ้าตัวพัฒนาขึ้น โดยระบุว่า หลังปล่อยให้บอททำงานต่อเนื่องเป็นเวลา 3 เดือน ผลลัพธ์ที่ได้กลับสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยบอทของเขาสามารถทำกำไรได้ประมาณเดือนละ 25,000-30,000 บาท ทำให้เจ้าของระบบเริ่มมีความมั่นใจและตัดสินใจปรับค่ากลยุทธ์ให้มีความเสี่ยงและความถี่ในการซื้อขายเพิ่มขึ้น

ค่าที่ถูกปรับคือ การเพิ่ม Take Profit เป็น 0.2% เพื่อขยายกำไรต่อออเดอร์เป็นประมาณ 2 เท่า พร้อมลดเกณฑ์ตรวจสอบ RSI ลงอีก 5% เพื่อให้ระบบพบจังหวะเข้าเทรดและวางคำสั่งได้ถี่กว่าเดิม
หลังกำหนดค่าชุดใหม่เป็นเวลา 9 วัน บอทสามารถทำกำไรได้ประมาณ 42,000 บาท จากการซื้อขายราว 800 ครั้ง ซึ่งใกล้เคียงกับกำไรที่ระบบใช้เวลาสะสมจากการเทรด 7,000 ครั้งในช่วง 90 วันแรก
ตลอดระยะเวลา 100 วัน บอทเปิดและปิดโพซิชันไปแล้วทั้งหมด 7,809 ครั้ง ในหลายคู่เหรียญอาทิ BTC, ETH, XRP ,BNB และ HYPE โดยสามารถสร้างกำไรสะสมได้ประมาณ 3,244 ดอลลาร์ในช่วง 90 วัน
บอทเปิดออเดอร์ครั้งละ 200 ดอลลาร์ และใช้ Leverage 10 เท่า ส่งผลให้โพซิชันหนึ่งมีมูลค่าเทียบเท่าประมาณ 2,000 ดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม เจ้าของโพสต์ระบุว่า มูลค่า Position รวมยังไม่เกิน 20,000 ดอลลาร์ หรือใช้เงินประกันจริงไม่เกินประมาณ 2,000 ดอลลาร์ จากทุนทั้งหมด 50,000 ดอลลาร์ที่ฝากไว้ในบัญชี
สำหรับกลยุทธ์ เจ้าของโพสต์ระบุว่า บอทใช้รูปแบบแท่งเทียนประมาณ 10 รูปแบบ ซึ่งเป็นแพตเทิร์นที่หาได้ทั่วไปบนอินเทอร์เน็ต ก่อนใช้ RSI เป็นตัวกรองจังหวะในการเปิดสถานะ
อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังวินเรต 100% คือระบบไม่ได้ตั้ง Stop Loss เมื่อราคาวิ่งสวนทาง บอทจะไม่ปิดสถานะขาดทุนทันที แต่เลือกถือรอจนกว่าราคาจะกลับมา เจ้าของโพสต์จึงต้องเตรียมเงินทุนส่วนใหญ่ไว้เป็น Buffer เพื่อรองรับผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง
กลยุทธ์ลักษณะนี้มีโอกาสทำงานได้ดีในตลาดที่ราคาแกว่งขึ้นลงและกลับเข้าสู่ค่าเฉลี่ย เพราะบอทสามารถเก็บกำไรทีละน้อยจากการเคลื่อนไหวระยะสั้น แต่หากตลาดวิ่งไปในทิศทางเดียวอย่างรุนแรง สถานะขาดทุนอาจสะสมต่อเนื่อง พร้อมภาระ Funding Fee และความเสี่ยงถูกบังคับปิดสถานะ
การใช้ Leverage 10 เท่ายิ่งขยายความเสี่ยงดังกล่าว แม้จะช่วยให้บอทเปิด Position ขนาดใหญ่โดยใช้เงินประกันเพียงส่วนเดียว แต่ทุกการเคลื่อนไหวที่สวนทางก็จะกระทบเงินประกันรุนแรงขึ้นเช่นกัน
ผลกำไรเดือนละ 25,000-30,000 บาท รวมถึงกำไร 42,000 บาทภายใน 9 วัน แสดงให้เห็นว่าบอทสามารถเก็บรอบจากตลาดในช่วงที่ผ่านมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ ข้อมูลผลกำไร ข้อมูล Winrate และสถิติการซื้อขายทั้งหมดมาจากการเปิดเผยของเจ้าของบอทผ่านบัญชีโซเชียลมีเดีย
คำเตือน: บทความนี้ตั้งใจนำเสนอข้อมูลที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์ แต่ไม่ได้เป็นการแนะนำการลงทุนในบอทเทรด และคริปตเคอร์เรนซีมีความเสี่ยงสูงผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจ

