สรุปข่าว
- ข้อมูลจากสถาบัน River เผยสถิติตลกร้ายว่า นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1690 สกุลเงิน Fiat ส่วนใหญ่ในโลกมีอายุขัยเฉลี่ยเพียง 27 ปี เท่านั้นก่อนจะกลายเป็นเศษกระดาษ
- แม้ Bitcoin จะถูกยกย่องให้เป็นเงินแห่งอนาคตแต่บิตคอยน์เองก็ยังไม่เคยประสบกับพิษเศรษฐกิจโดยตรง ทำให้เรายังไม่สามารถรู้ได้ว่าเหรียญจะอยู่ได้นานเท่าไร
- หากโดยเนื้อแท้แล้วระบบที่จำกัดจำนวนและไร้ศูนย์กลางของ Bitcoin คือคำตอบที่ถูกต้อง การอยู่รอดให้เกินกว่าค่าเฉลี่ย ก็อาจเป็นเรื่องง่ายจนไม่ต้องเสียเวลามาตั้งคำถาม
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
ข้อมูลจาก River ชี้ว่าสกุลเงินเฟียตส่วนใหญ่ในประวัติศาสตร์ตั้งแต่ปี 1690 มีอายุขัยเฉลี่ยเพียง 27 ปีก่อนล่มสลายหรือถูกแทนที่ แม้แต่สกุลเงินที่ยังรอดมาถึงปัจจุบันก็ต่างสูญเสียอำนาจซื้อไปมหาศาลจากเงินเฟ้อสะสม บทความจึงตั้งคำถามต่อว่า Bitcoin ซึ่งถูกออกแบบให้มีจำนวนจำกัดและไร้ศูนย์กลางควบคุม จะเป็นข้อยกเว้นของกฎนี้ได้หรือไม่
ในยุคที่ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและความมั่นคงของชีวิตรวมไปถึงทรัพย์สินได้กลายเป็นปัญหาหลักทุกหนแห่ง หลายคนจึงเลือกหาหนทางออกรูปแบบใหม่ในการเอาตัวรอด โดย Bitcoin เองก็เป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่ถูกหยิบยกขึ้นมามากที่สุดตัวหนึ่ง ในฐานะสินทรัพย์แห่งอนาคต ซึ่งก่อเกิดเป็นคำถามสำคัญตามมาว่าบิตคอยน์นั้นจะสามารถอยู่รอดได้นานเพียงใด
ทุกวันนี้สกุลเงินที่เรากำลังใช้งานกันอย่างแพร่หลายมากที่สุดคือ สกุลเงินเฟียต สกุลเงินที่ผูกเข้ากับความเชื่อมั่นเป็นหลัก ไม่ได้ถูกผูกมูลค่าเข้ากับสินทรัพย์หนุนหลัง 100% เหมือนในอดีต แต่คุณเชื่อหรือไม่ว่าสกุลเงินประเภทดังกล่าวกลับมีค่าเฉลี่ยอายุขัยน้อยกว่าอายุของมนุษย์เสียอีก
ข้อมูลจาก River เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1690 จวบจนถึงปัจจุบัน โลกของเรามีสกุลเงินเฟียตถือกำเนิดขึ้นมามากมาย แต่สกุลเงินที่ออกมาส่วนใหญ่นั้นต้องประสบกับจุดจบหรือการถูกแทนที่กลายเป็นกระดาษเปล่าภายในระยะเวลาเพียง 27 ปีโดยเฉลี่ย
เมื่อเงินที่มั่นคงที่สุดก็ยังหนีไม่พ้น
จากภาพดังกล่าวหลายคนจะสังเกตได้ว่า บางสกุลเงินเก่าแก่ของโลกก็ยังคงมีการใช้งานกันจนถึงทุกวันนี้ เช่น ดอลลาร์สหรัฐฯ ปอนด์อังกฤษ เยนญี่ปุ่น หรือ รูปีอินเดีย แต่สกุลเงินเหล่านี้หากเทียบกับอดีตแล้วก็ใช่ว่าจะคงกระพัน และสูญเสียอำนาจในการซื้อไปแล้วมากกว่า -99% ในหลายสกุลเงิน เพราะเงินเฟ้อและปัญหาอื่นๆ ที่รุมเร้า
แม้เงินบาทของเราจะไม่ได้อยู่ในตัวอย่างของภาพอินโฟกราฟิกนี้ แต่ประเทศไทยเองก็เคยเจอกับความเปราะบางของระบบเงินกระดาษมาแล้วอย่างเจ็บปวด ในวิกฤตต้มยำกุ้ง ที่ลามไปทั่วเอเชีย หลังจากที่เงินบาทสูญเสียมูลค่าไปเกือบครึ่งจากการลอยตัวของค่าเงิน
พูดง่ายๆ คือ ถึงสกุลเงินจะยังไม่ตาย แต่มันก็ค่อยๆ ถูกกัดกร่อนมูลค่าไปทีละนิดตลอดเวลา จนวันหนึ่งเราแทบจำไม่ได้ว่ามันเคยมีขนาดใหญ่แค่ไหน
Bitcoin เป็นข้อยกเว้นได้จริงหรือ?
ฝั่งผู้สนับสนุน Bitcoin มักหยิบภาพแบบนี้มาใช้เป็นข้อโต้แย้งหลักในการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับ Bitcoin ที่มีคุณสมบัติเด่นเหนือกว่าเงินเฟียตที่ออกโดยรัฐทุกประการ
พวกเขาเชื่อมั่นว่า จุดอ่อนหลักของเฟียตที่ทำให้มันล้มซ้ำแล้วซ้ำเล่าคือการที่ “มนุษย์สามารถควบคุมปริมาณเงินในระบบได้” แต่ Bitcoin ซึ่งเป็นเงินที่ไร้ซึ่งจุดศูนย์กลางทำเช่นนั้นไม่ได้ แต่การยกข้อดีนี้ขึ้นมาก็อาจยังไม่สามารถตอบได้ว่า Bitcoin จะมีชะตาที่ต่างออกไป
ฝ่ายที่เห็นต่างนอกเหนือจากกลุ่มที่มองว่า Bitcoin เป็นเพียงเหรียญที่ถูกเสกขึ้นมาบนอินเทอร์เน็ต พวกเขาก็มองว่าสกุลเงินดิจิทัลนี้เพิ่งจะมีอายุเพียงแค่ 17 ปีเท่านั้น (เหลืออีก 10 ปีจากค่าเฉลี่ย) เมื่อเทียบกับเฟียตบางสกุลที่อยู่มา 200-300 ปี
Bitcoin ถูกสร้างขึ้นมาโดย ซาโตชิ นากาโมโตะ ภายหลังเหตุการณ์วิกฤติซับไพร์มในปี 2008 เพื่อเป็นเงินแห่งอนาคต แต่ตัวของมันเองนั้นยังไม่เคยเจอเข้ากับวิกฤติเศรษฐกิจของจริงเลยแม้แต่ครั้งเดียว เว้นเพียงแค่ช่วงโควิดเท่านั้น ที่สุดท้ายแล้วราคาก็ได้รับอานิสงส์จากการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านนโยบายอัดฉีด (QE)
ท้ายที่สุดแล้ว คำถามที่ว่าภายในอีก 10 ปี Bitcoin จะรอดหรือจะตาย ก็ยังไม่สามารถหาคำตอบได้แน่ชัด บางทีอาจจะอยู่รอดได้อีก 20-30 ปี บางทีอาจจะเป็นถึงหลักร้อย แต่นั่นก็ขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคนว่าจะใช้ “ปัจจัย” ไหนเป็นตัวตัดสินและวิเคราะห์
ถ้าอยากได้ตัวเลขออกมาจริงๆ อย่างน้อยตามกลไกของ Bitcoin แล้ว ก็ควรจะมีอายุขัยได้ถึงประมาณปี 2140 หรืออีก 144 ปีถัดจากนี้ โดยอ้างอิงจากการ halving ในทุก 4 ปี จนกว่าอุปทานจะถูกเรียกออกมาใช้งานจนหมด และไม่มีการมอบรางวัลใหม่ให้แก่นักขุดอีก แต่สิ่งนี้ก็เป็นเพียงแค่การคาดคะเนเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ได้รับประกันว่าเครือข่ายหรือมูลค่าของ Bitcoin จะยังคงอยู่รอดถึงเวลาดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม บทเรียนของเงินเฟียตก็ได้เตือนให้เราเห็นความจริงข้อหนึ่งอย่างชัดเจนซึ่งนั่นก็คือ “ไม่มีเงินสกุลไหนที่อยู่ยั้งยืนยง” ทุกสกุลเงินล้วนต้องพิสูจน์ตัวเองในทุกทศวรรษที่ผ่านไป และ Bitcoin เองก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น ยกตัวอย่างเช่นการรับมือกับภัยควอนตัม หรือ คริปโตรุ่นใหม่ที่ดีกว่า
สุดท้ายแล้วโลกมีทางเลือกเพียงสองทางเท่านั้น ว่าจะเปิดรับเงินที่ขับเคลื่อนด้วยสัญญาของมนุษย์ที่แปรเปลี่ยนได้ หรือ เงินที่ควบคุมด้วยกฎคณิตศาสตร์ที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ จนกว่าจะมีตัวเลือกที่ 3 ปรากฏขึ้นมา
ดังนั้น คำถามที่แท้จริงที่ควรจะตั้งอาจไม่ใช่การมานั่งกังวลว่า Bitcoin จะอยู่ได้กี่ปี และจะมีมูลค่าเท่าไร แต่คือการลองมองย้อนกลับมาถามดูว่าการจะเป็นเงินที่ดีควรจะมีคุณสมบัติอะไร เพราะถ้าโดยเนื้อแท้แล้ว Bitcoin ดีจริงๆ ไร้ซึ่งจุดบอด การจะอยู่รอดให้ได้เกินกว่า 27 ปี อาจเป็นเรื่องที่ง่ายจนไม่ต้องเสียเวลามาตั้งคำถาม
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงินหรือการลงทุน

