สรุปข่าว
- อดีตผู้จัดการ Goldman Sachs มองว่าโอกาสทำกำไรระดับมหาศาลไม่ได้อยู่ในเหรียญใหญ่แต่ซ่อนอยู่ในบล็อกเชนเฉพาะทางที่สถาบันและนักลงทุนส่วนใหญ่ยังมองข้าม
- Pal เดิมพันว่าตลาดคริปโตจะฟื้นกลับมาได้ในอีกไม่ช้า ผ่านการยึดติดกับหลักการสภาพคล่องโลกที่มักเคลื่อนไหวสอดคล้องกับราคาของ Bitcoin
- ปัจจุบันสภาพคล่องโลกกำลังเข้าสู่ระยะขยายตัวรอบใหม่ ซึ่งจะหนุนให้เกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงินจาก BTC ไปสู่ ETH และปิดท้ายด้วย Altcoin ขนาดเล็ก
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
Raoul Pal อดีตผู้จัดการเฮดจ์ฟันด์ Goldman Sachs เผยว่า โอกาสการทำกำไรระดับ 100 เท่า ในวัฏจักรนี้ยังคงมีอยู่ แต่จะซ่อนอยู่ในกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานและบล็อกเชนเฉพาะทาง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่สถาบันยังเข้าถือครองน้อยและรายย่อยยังไม่ทันสังเกตซึ่งโปรเจกต์เหล่านี้จะพุ่งทะยานตามลำดับการหมุนเวียนของทุน และสภาพคล่องโลกที่เริ่มกลับมาขยายตัว เป็นการตอกย้ำว่าตลาดกำลังเตรียมพร้อมรับคลื่นเติบโตลูกใหญ่ที่กำลังจะมาถึง
หากพูดถึงความฝันสำหรับวงการคริปโตแล้วไม่ว่าใครก็ต่างฝันว่าในชีวิตนี้จะได้พบเจอกับเหรียญของโปรเจกต์ที่สามารถทำผลตอบแทนได้เป็นร้อยเท่า ซึ่งถึงแม้ว่าตลาดคริปโตในปัจจุบันจะเริ่มเติบโตขึ้นมาจนทำให้การหาเพชรในตมที่ไม่ใช่เหรียญมีมเริ่มทำได้ยากแต่อดีตผู้จัดการเฮดจ์ฟันด์ Goldman Sachs เชื่อมั่นว่าโอกาสนั้นยังคงมีให้เห็นอยู่
Raoul Pal ผู้ซึ่งปัจจุบันได้ผันตัวมาเป็นนักวิเคราะห์คริปโต กล่าวว่าโอกาสใหญ่ครั้งถัดไปจะไม่ได้มาในรูปแบบของโปรเจกต์ใหญ่ที่ครองตลาดอยู่ในขณะนี้ หรือโปรเจกต์ที่ได้รับความสนใจ กลับกันโอกาสจะมาในรูปแบบของ “เลเยอร์โครงสร้างพื้นฐาน” ที่นักลงทุนรายย่อยมองข้ามหรือยังไม่รู้สึกตัว
แนวคิดของ Pal
กรอบและแนวคิดของการลงทุนทั้งหมดของ Pal ยึดติดอยู่กับตัวแปรเดียวนั่นคือ สภาพคล่องทั่วโลก โดยเขาใช้วิธีติดตามทั้งงบดุลรวมของธนาคารกลางหลักๆ ปริมาณเงินในระบบของกลุ่ม G20 และทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ โดยมองเป็นดัชนีรวมชี้วัดปริมาณเงินทุนที่มีอยู่ พร้อมที่จะไหลเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยง
จากวิเคราะห์เชิงประวัติศาสตร์ของเขา พบว่าราคาของ Bitcoin เคลื่อนไหวสอดคล้องกับดัชนีสภาพคล่องทั่วโลกนี้สูงถึงราว 90% ตลอดช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เมื่อใดก็ตามที่ธนาคารกลางอัดฉีดและขยายระบบการเงิน เม็ดเงินจะไหลไปยังสินทรัพย์ที่เสี่ยงที่สุดในสเปคตรัม และ Crypto ซึ่งมีฐานะเป็นสินทรัพย์ที่มีค่าเบต้า หรือความผันผวนต่อตลาดสูงที่สุด จึงได้รับอานิสงส์จากเม็ดเงินส่วนนี้ไปในสัดส่วนที่สูงเกินหน้าเกินตา สินทรัพย์อื่น
มุมมองปัจจุบันของเขาคือ สภาพคล่องทั่วโลกกำลังเข้าสู่ระยะขยายตัวรอบใหม่ โดยธนาคารกลางนอกสหรัฐฯ ได้เริ่มผ่อนคลายนโยบายการเงินกันแล้ว ดังนั้น ภาพรวมทางมหภาคไม่ว่าเฟดจะตัดสินใจอย่างไรในการประชุม FOMC ล้วนมีแนวโน้มมุ่งหน้าไปสู่การเพิ่มสภาพคล่องมากกว่าการดึงกลับ
100X อยู่ที่ไหน?
Pal มองว่าสำหรับ Bitcoin มีโอกาสโตขึ้นได้อีกเท่าตัวจากจุดนี้ แต่สิ่งที่เขาจับตาจริงๆ คือการเดิมพันกับสิ่งที่เรียกว่า “โครงสร้างพื้นฐาน” ซึ่งแทรกตัวอยู่ระหว่างบล็อกเชนหลักกับแอปพลิเคชันสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นเครือข่าย Layer 2, โปรเจกต์ DePIN หรือบล็อกเชนเฉพาะทางที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานเฉพาะด้าน ซึ่งสินทรัพย์กลุ่มนี้ยังเป็นพื้นที่ที่สถาบันทางการเงินเข้าถือครองน้อยที่สุด และนักลงทุนกระแสหลักยังคงมองข้ามและไม่เข้าใจมากที่สุด
เขาเน้นย้ำชัดว่าลำดับการหมุนเวียนของเม็ดเงินที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในทุกวัฏจักรที่ผ่านมาจะเกิดขึ้นอีกครั้งโดยเริ่มต้นจาก Bitcoin ที่เป็นหัวหอกลากเงินทุนระดับสถาบันเข้ามาในตลาด จากนั้นเงินจะค่อยๆ ไหลต่อไปยัง Ethereum และ Altcoin ขนาดใหญ่
ก่อนจะปิดท้ายด้วยการหมุนเข้าสู่สินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐานขนาดเล็กที่เคยถูกละเลยในช่วงตลาดหมี ซึ่งช่วงสุดท้ายของการหมุนเวียนเงินนี้เอง ที่มักสร้างผลตอบแทนพุ่งทะยานแรงที่สุดอย่างเป็นประวัติการณ์ เพราะก่อนหน้านั้นแทบไม่มีเงินทุนเข้าไปจับจองพื้นที่ไว้เลย
อย่างไรก็ดี สัญญาณบนบล็อกเชนหลายอย่างกำลังบ่งชี้ไปในทิศทางเดียวกันทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นปริมาณการสะสม Bitcoin ของผู้ถือระยะยาวที่พุ่งสูงที่สุดในรอบหกปี ปริมาณ Bitcoin บนกระดานเทรดที่ลดลงไปถึง 2.3 หมื่นล้านดอลลาร์ภายในเวลาเพียง 90 วัน รวมถึงอัตราส่วน LTH/STH Realized Cap ที่กำลังขยับเข้าใกล้ระดับที่เคยสร้างจุดต่ำสุดของวัฏจักรใหญ่มาแล้วถึงสองครั้ง ซึ่งในมุมมองของ Pal เวลานี้จึงอาจเป็นจุดเริ่มต้นของคลื่นลูกใหญ่ที่กำลังจะปะทุขึ้นในไม่ช้า
ที่มา: Coinpedia
มุมมองผู้เขียน : แนวคิดของ Raoul Pal ได้สะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มโครงสร้างพื้นฐานขนาดเล็กยังคงมีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนแบบก้าวกระโดดได้อยู่ แม้ว่าตอนนี้หลายโปรเจกต์จะเริ่มทยอยปิดตัวลงไป ทำให้ความท้าทายสำคัญของนักลงทุนคือการคัดกรองโปรเจกต์ที่เป็นของจริง ไม่อย่างนั้นนอกจากจะเสียเวลาแล้วยังมีโอกาสที่จะเสียเงินได้เป็นจำนวนมากเช่นกันหากไปไม่ถึงฝั่งฝัน

