bitkub-banner

อดีตกัปตันนักบิน ชีวิตตกอับ ขาดทุนหุ้นจนหมดตัว นอนป่วยไร้บ้านใต้สะพานลอย BTS 

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • อดีตกัปตันนักบินของ Philippine Airlines และ AirAsia Philippines ถูกพบนอนป่วยหนัก อยู่ใต้บันไดทางขึ้น BTS เพลินจิต หลังชีวิตล้มละลายจากการขาดทุนหุ้น จนหมดตัว
  • แผลที่ขาติดเชื้อรุนแรง มีหนองไหล ขาบวมแดง แต่เจ้าตัวปฏิเสธการรักษาเพราะไม่มีเงิน ไม่มีประกัน และพาสปอร์ตหาย
  • สุดท้ายมีรถพยาบาล พร้อมตำรวจและมูลนิธิกระจกเงาเข้ารับตัวส่งโรงพยาบาลได้สำเร็จ ในช่วงบ่ายของวันที่ 29 กรกฎาคม

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Neutral 

เรื่องราวเชิงมนุษยธรรมที่ไม่เกี่ยวข้องกับตลาดสินทรัพย์ใดโดยตรง แต่สะท้อนความเสี่ยงของการลงทุนแบบทุ่มสุดตัว โดยไม่มีการบริหารความเสี่ยงรองรับ

เรื่องราวสะเทือนใจของอดีตกัปตันนักบินสายการบินฟิลิปปินส์ กำลังถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางบนโลกโซเชียล หลังผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งที่ชื่อ กั๊ก บายอัส โมเดลลิ่ง ได้โพสต์ภาพและเรื่องราวของชายที่นอนป่วยหนักอยู่ใต้บันไดทางขึ้นสถานี BTS เพลินจิต ก่อนพบว่า แท้จริงแล้วเขาคืออดีตกัปตันบนเครื่องบินที่เคยบินเข้าออกดอนเมืองมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน แต่ต้องมาใช้ชีวิตบั้นปลาย ด้วยการเป็นคนไร้บ้าน หลังพลาดพลั้งจากการเล่นหุ้นจนหมดตัว

เรื่องราวเกิดขึ้น เมื่อเช้าวันที่ 28 กรกฎาคม เวลาประมาณ 10.30 น. ผู้โพสต์พบชายคนดังกล่าว นอนอยู่ริมถนนปากซอย สภาพร่างกายป่วยอย่างเห็นได้ชัด บาดแผลที่ขาแห้งแตก มีน้ำหนองไหลเยิ้ม ขาบวมแดงจนดูน่าเป็นห่วงว่า ติดเชื้อรุนแรง

จากการสอบถามพนักงานรักษาความปลอดภัยของตึกคิวเฮาส์ พบว่าชายคนนี้มานอนอยู่บริเวณดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 27 กรกฎาคมแล้ว แม้จะมีหลายหน่วยงานเข้ามาช่วยเหลือ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากนัก เพราะตัวผู้ป่วยเอง ปฏิเสธที่จะไปโรงพยาบาล ทำให้ไม่มีใครสามารถนำตัวส่งการรักษาได้สักครั้ง

ระหว่างนั้นมีเจ้าหน้าที่หญิงจากมูลนิธิกระจกเงา มาถ่ายภาพอยู่ห่างๆ เพื่อประสานรถพยาบาลที่มีข้อตกลงด้านการรักษาระบบประสาทไว้ล่วงหน้า แต่กำหนดวันรับตัวคือวันรุ่งขึ้น ซึ่งเมื่อดูจากสภาพบาดแผลแล้วดูเหมือนจะช้าเกินไป

บทสนทนาที่เปิดเผยตัวตนที่แท้จริง

ผู้โพสต์ตัดสินใจเข้าไปพูดคุยด้วยตัวเอง เริ่มจากถามอาการบาดเจ็บ ชายคนดังกล่าวตอบว่า เป็นโรคเบาหวาน และเมื่อถูกถามว่า ทำไมไม่ยอมให้รถพยาบาลพาไปส่งโรงพยาบาล เขาตอบว่าไม่มีเงิน ไม่มีประกันชีวิต และพาสปอร์ตก็หายไปแล้ว จึงกลัวว่าจะไม่มีเงินจ่ายค่ารักษา

หลังได้น้ำดื่มและอาหารเล็กน้อยจากผู้โพสต์ บทสนทนาก็ค่อยๆ เผยให้เห็นตัวตนของชายคนนี้มากขึ้น เขาบอกชื่อว่า Larry พร้อมเขียนชื่อเต็มลงกระดาษว่า Mr. Larry Malpaya แล้วเล่าว่า มีภรรยาชื่อรุ่งนภาอยู่ที่ปทุมธานี แต่ดูเหมือนจะเลิกรากันไปแล้ว ซึ่งน้ำตาเขาเริ่มไหลเมื่อพูดถึงเรื่องนี้

เขาเล่าต่อว่า อาศัยอยู่เมืองไทยมากว่า 20 ปี ปัจจุบันอายุ 58 ปี และก่อนหน้านี้เคยเล่นหุ้นมาก่อน โดยคำตอบสั้นๆ นี้ ก็มาพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมาอีกครั้ง

หากมองย้อนไทม์ไลน์ และวิเคราะห์เนื้อหาบนหน้าโปรไฟล์ จะเห็น “เรื่องราวการลงทุน” ของเขาที่เชื่อมโยงกันอย่างมีนัยสำคัญ

โพสต์เมื่อวันที่ 24 ม.ค. 2014 เขาโพสต์ข่าวด่วนเกี่ยวกับหุ้น Ranbaxy ที่ราคาดิ่งลงทีเดียวถึง 20% จากการที่องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐฯ (US FDA) สั่งแบนการนำเข้ายาจากโรงงานแห่งที่ 4 ของบริษัท

ผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ในประวัติศาสตร์ ถือเป็นข่าวใหญ่ที่ทำให้นักลงทุนในหุ้น Ranbaxy ติดดอยหรือขาดทุนมหาศาลทันที การที่เขานำข่าวนี้มาโพสต์ บ่งชี้ว่า เขาน่าจะถือหุ้นตัวนี้อยู่ หรือติดตามมันอย่างใกล้ชิดจนเจ็บหนักจากเหตุการณ์ครั้งนั้น

จากนักบินผู้กล้า สู่คนไร้บ้านนอนข้างถนน

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้น เมื่อผู้โพสต์ลองค้นชื่อ Larry Malpaya ใน Google และพบภาพถ่ายชายคนเดียวกัน ในเครื่องแบบกัปตันเครื่องบินบน Twitter เมื่อนำภาพไปให้ดู แล้วพร้อมถามว่า ใช่ตัวเขาหรือไม่ ชายคนนี้ร้องไห้หนักกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา

หลังตั้งสติได้ เขาเปิดใจว่า เคยเป็นกัปตันให้กับ Philippine Airlines สายการบินแห่งชาติของฟิลิปปินส์ และเคยบินให้ AirAsia Philippines ด้วย เคยนำเครื่องลงจอดที่สนามบินดอนเมืองอยู่บ่อยครั้ง

จากการค้นข้อมูลเพิ่มเติมพบว่า Captain Larry Malpaya เคยเป็นหนึ่งในนักบินที่อาสาปฏิบัติภารกิจพิเศษช่วงการระบาดของโควิด-19 ร่วมกับ Captain Romeo Donayre และ First Officer Willex Amelliam โดยรับหน้าที่บินฝ่าความเสี่ยงในช่วงที่สถานการณ์ยังไม่แน่นอนสูง เพื่อลำเลียงผู้โดยสารและปฏิบัติภารกิจสำคัญให้สายการบิน

ข้อมูลจากบัญชี Twitter ของเขาเมื่อ 12 ปีก่อน ก็มีแต่เนื้อหาเกี่ยวกับการเล่นหุ้นเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งสอดคล้องกับคำบอกเล่าที่ว่า เขาขาดทุนหุ้นจนหมดตัว

ความช่วยเหลือมาถึงในที่สุด

ช่วงบ่ายสามโมงของวันที่ 29 กรกฎาคม รถพยาบาลเดินทางมารับตัว Larry โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่จากมูลนิธิกระจกเงา ร่วมนำส่งโรงพยาบาลจนสำเร็จ ผู้โพสต์ทิ้งท้ายด้วยความหวังว่า เขาจะปลอดภัยและไม่ต้องถูกตัดขาจากการติดเชื้อ

พร้อมฝากทิ้งท้ายไว้ว่า ยังไม่สามารถยืนยันตัวตนของเขาได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ว่า คือ Mr. Larry Malpaya ตัวจริงหรือไม่ แต่หวังว่า จะมีคนที่รู้จักหรือเป็นญาติช่วยกันตามหาเพื่อยืนยันข้อเท็จจริงต่อไป

ที่มา : กั๊ก บายอัส โมเดลลิ่ง


มุมมองผู้เขียน : เรื่องราวของ Larry สะท้อนให้เห็นว่า ความสำเร็จในอาชีพการงานไม่ได้การันตีความมั่นคงทางการเงินเสมอไป การลงทุนโดยไม่มีการกระจายความเสี่ยงหรือวางแผนสำรองไว้ อาจพาชีวิตพลิกผันได้ในพริบตา แม้จะเคยอยู่ในตำแหน่งที่คนทั่วไปมองว่า มั่นคงและมีรายได้สูงอย่างกัปตันสายการบินก็ตาม