bitkub-banner

อัจฉริยะจาก OpenAI-FTX พ่ายต่อตลาด ทำพอร์ตกองทุน $20,000 ล้านขาดทุน 67% เซ่นหุ้น AI 

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • กองทุน AI ชื่อดัง Situational Awareness ถูก Margin Call หนัก จนต้องรีบหาหนทางนำเงินมาโปะ และหาทางออกโดยด่วนก่อนที่กองทุนจะล้มหลังขาดทุนกว่า 67%
  • Leopold Aschenbrenner อดีตทีมวิจัย OpenAI/FTX คืออัจฉริยะผู้อยู่เบื้องหลังกองทุนดังกล่าวและเคยทำกำไรหลัก 1,000% มาแล้วก่อนหน้านี้ไม่นาน
  • Ken Griffin ผู้ก่อตั้ง Citadel เข้าซื้อสินทรัพย์ฝั่งหุ้นมหาชนเกือบทั้งหมดของกองทุนในราคาลดพิเศษผ่านข้อตกลงฉุกเฉิน เพื่อป้องกันผลกระทบรุนแรงต่อตลาดภาพรวม

แนวโน้มผลกระทบ: Neutral

Leopold Aschenbrenner ผู้ก่อตั้งกองทุน Situational Awareness กำลังต้องประสบกับบทเรียนราคาแพงหลังกองทุนกำลังถูก Margin call เนื่องจากมีการใช้เลเวอเรจที่สูงในการเดิมพันหุ้น AI จนต้องเร่งจัดหาผู้ซื้อพอร์ตฉุกเฉิน นำไปสู่ข้อตกลงกับ Citadel ของ Ken Griffin ที่เข้ามาซื้อพอร์ตหุ้นมหาชน เพื่อป้องกันผลกระทบรุนแรงต่อตลาดภาพรวม

Leopold Aschenbrenner ผู้ก่อตั้งเฮดจ์ฟันด์ Situational Awareness กำลังเผชิญกับฝันร้ายทางการเงินครั้งใหญ่ เมื่อกองทุนประสบกับการขาดทุนครั้งใหญ่ หลังจากที่ราคาหุ้น AI  ร่วงลงอย่างรุนแรง ทั้งที่ก่อนหน้านี้ กองทุนที่เขาเพิ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2024 เคยทำผลงานร้อนแรงจนพอร์ตเติบโตทะยานถึง 1,000% เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

ความพินาศเริ่มปรากฏชัดขึ้นเมื่อสำนักข่าว CNBC รายงานว่า กองทุน Situational Awareness ประสบภาวะขาดทุนอย่างหนัก จนต้องเผชิญกับ Margin Call  และถึงขั้นต้องหารือกับวาณิชธนกิจเพื่อหาแนวทางลงให้เจ็บตัวน้อยที่สุด 

ต้นตอของหายนะครั้งนี้มาจากการที่ Aschenbrenner กู้ยืมเงินมาอัดเลเวอเรจเพื่อเพิ่มขนาดการเดิมพันในหุ้น AI อย่าง Sandisk, Nebius Group และ SharonAI Holdings ซึ่งหุ้นทั้งสามตัวนี้ร่วงลงอย่างหนักไม่ต่ำกว่า 30% ในเดือนกรกฎาคม การใช้เลเวอเรจที่เคยช่วยทวีคูณกำไรในขาขึ้น ได้กลับมาเชือดเฉือนพอร์ตในขาลงอย่างทารุณ 

จะเดินตามรอยรุ่นพี่หรือไม่?

ก่อนที่จะมาสร้างชื่อในฐานะผู้จัดการกองทุนหุ้น AI Aschenbrenner เคยเป็นหนึ่งในทีมงาน 5 คนของ FTX Future Fund ซึ่งเป็นกองทุนเพื่อการกุศลที่ก่อตั้งและให้เงินทุนโดย Sam Bankman-Fried รวมถึงเคยเป็นทีมวิจัยของ OpenAI มาก่อน

ราวกับถอดแบบมาจากอาจารย์ของเขา Aschenbrenner ได้เข้าซื้อหุ้นในบริษัท AI อย่าง Anthropic จนสัดส่วนพุ่งสูงถึง 1 ใน 5 ของสินทรัพย์ทั้งหมดของกองทุน การจัดพอร์ตแบบกระจุกตัวสูงบวกกับการใช้เลเวอเรจ สามารถสร้างผลตอบแทนมหาศาลในยามตลาดกระทิง แต่ก็นำมาซึ่งหายนะที่รุนแรงเท่าเทียมกันเมื่อตลาดปรับฐาน โดยสำนักข่าว Wall Street Journal รายงานว่าพอร์ตของกองทุนได้ประสบกับการขาดทุนมากถึง 67% ในเดือนกรกฎาคม 

อย่างไรก็ตามสถานการณ์ในปัจจุบันดูเหมือนว่า Aschenbrenner จะรอดพ้นจุดวิกฤติมาได้แล้วและไม่น่าจะทำบริษัทล้มเหมือนกับ SBF เพราะรายงานจากต่างประเทศเปิดเผยว่า Ken Griffin จาก Citadel ได้ยื่นข้อเสนอในการซื้อหุ้นส่วนใหญ่ในพอร์ตของ Situational Awareness ซึ่งคาดว่ามีมูลค่าพอร์ตสาธารณะราว 16 พันล้านดอลลาร์ ผ่านการเจรจาและมี prime brokers อย่าง Goldman Sachs ช่วยอำนวยความสะดวก

สุดท้ายนี้ชาวเน็ตต่างเชื่อกันว่าทาง Citadel ได้วางแผนเรื่องนี้มาตั้งแต่แรกและรอให้กองทุนของ Aschenbrenner พ่ายแพ้ เพื่อที่พวกเขาจะได้ทำการเข้าช้อนซื้อหุ้นในราคาถูก แต่ทฤษฎีนี้ก็เป็นเพียงแค่การถกเถียงกันบนโลกออนไลน์เท่านั้นและยังไม่มีหลักฐานมาสนับสนุนข้อเท็จจริง

ที่มา: Protos


มุมมองผู้เขียน : เหตุการณ์นี้ตอกย้ำกฎเหล็กของการลงทุนว่า การใช้เลเวอเรจเกินตัวนั้นไม่เคยปรานีใครไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่หรือระดับกองทุน ซึ่งสะท้อนให้เห็นอีกว่าต่อให้วิสัยทัศน์จะถูกต้องในระยะยาว แต่การบริหารความเสี่ยงทางบัญชีที่ผิดพลาดในระยะสั้นก็สามารถล้างพอร์ตจนหมดสิ้นได้ในชั่วข้ามคืน