bitkub-banner

อัปเดต ความเสียหายจากช่องโหว่ Coldcard พุ่ง 2 เท่า แตะ 1,082 BTC มูลค่ากว่า 2.3 พันล้านบาท กระทบหลายรุ่น

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Galaxy Research อัปเดตความเสียหายจากช่องโหว่ของ Coldcard เพิ่มจากเดิม 594 BTC เป็น 1,082.65 BTC หรือราว 70.2 ล้านดอลลาร์คิดเป็นมูลค่าประมาณ 2.3 พันล้านบาท ครอบคลุมกระเป๋าคริปโต 1,196 ใบ ภายในเวลาเพียง 41 นาที 
  • Coinkite ขยายขอบเขตคำเตือนจากเดิมที่ครอบคลุมเฉพาะ Coldcard Mk3 ไปยัง Mk4, Mk5 และ Coldcard Q บางเวอร์ชัน พร้อมปล่อยเฟิร์มแวร์ฉุกเฉินสำหรับอุปกรณ์ที่ได้รับผลกระทบ
  • Rodolfo Novak ซีอีโอของ Coinkite ออกมาขอโทษผู้ใช้งานและยอมรับความรับผิดชอบ พร้อมย้ำว่าผู้ที่สร้าง Seed Phrase ด้วยเฟิร์มแวร์ที่มีปัญหาควรสร้าง Seed ใหม่และย้ายสินทรัพย์ทันที

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bearish

แม้ความเสียหายกว่า 70 ล้านดอลลาร์จะยังไม่มากพอที่จะกระทบราคา Bitcoin โดยตรง แต่เหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นใน Hardware Wallet และการทำ Self-Custody อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อพบว่าช่องโหว่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ Coldcard Mk3 แต่ยังครอบคลุมอุปกรณ์รุ่นใหม่บางเวอร์ชันด้วย

Galaxy Research เปิดเผยข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับเหตุการณ์ช่องโหว่ของ Hardware Wallet ยี่ห้อ Coldcard โดยระบุว่าความเสียหายล่าสุดเพิ่มขึ้นเป็น 1,082.65 BTC หรือประมาณ 70.2 ล้านดอลลาร์ จากกระเป๋าคริปโต 1,196 ใบ ภายในเวลาเพียง 41 นาทีเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าจากตัวเลขเบื้องต้นที่เคยประเมินไว้ราว 594 BTC พร้อมกันนี้ Coinkite ยังได้ขยายคำเตือนไปยังอุปกรณ์รุ่น Mk4, Mk5 และ Coldcard Q บางเวอร์ชัน หลังพบว่าช่องโหว่ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะ Coldcard Mk3 ตามที่เข้าใจกันในช่วงแรก

ตัวเลขความเสียหายเพิ่มขึ้น เพราะพบกระเป๋าที่ได้รับผลกระทบมากกว่าที่ประเมินไว้

AMBCrypto รายงานว่าตัวเลขความเสียหายก่อนหน้านี้ราว 594 BTC มาจากการประเมินของ Chainalysis ขณะที่ Galaxy Research ใช้ข้อมูลการติดตามธุรกรรมเพิ่มเติม ทำให้สามารถระบุกระเป๋าที่ได้รับผลกระทบได้มากขึ้น ส่งผลให้ยอดรวมเพิ่มเป็น 1,082.65 BTC อย่างไรก็ตาม ตัวเลขทั้งสองไม่ได้ขัดแย้งกัน แต่เป็นผลจากการวิเคราะห์ที่มีข้อมูลแตกต่างกัน และสะท้อนว่าขอบเขตของเหตุการณ์ใหญ่กว่าที่คาดไว้ในช่วงแรก

Galaxy Research พบรูปแบบธุรกรรมที่บ่งชี้การโจมตีแบบอัตโนมัติ

จากข้อมูลที่ Galaxy Research เปิดเผย ธุรกรรมที่ใช้กวาด Bitcoin ออกจากกระเป๋าทั้งหมดมีลักษณะคล้ายกันอย่างมาก โดยใช้ค่าธรรมเนียม 30 sat/vB เท่ากันทุกธุรกรรม ซึ่งสูงกว่าค่ามัธยฐานของเครือข่ายในช่วงเวลานั้นหลายสิบเท่า และไม่มีธุรกรรมใดส่งเงินทอนกลับมายังกระเป๋าเดิมเลย นักวิจัยจึงมองว่ามีความเป็นไปได้สูงที่ผู้โจมตีใช้ระบบอัตโนมัติในการสแกนและกวาดเงินจาก Seed Phrase ที่มีช่องโหว่ ไม่ใช่การโอนย้ายโดยเจ้าของกระเป๋าเอง

Coinkite ออกเฟิร์มแวร์ฉุกเฉิน พร้อมแนะนำให้สร้าง Seed ใหม่

DailyHodl รายงานว่า Coinkite ได้ปล่อยเฟิร์มแวร์เวอร์ชันใหม่สำหรับอุปกรณ์ที่ได้รับผลกระทบทุกซีรีส์ พร้อมย้ำว่าการอัปเดตเฟิร์มแวร์เพียงอย่างเดียว ไม่สามารถแก้ปัญหาให้กับ Seed Phrase ที่ถูกสร้างไว้ก่อนหน้านี้ได้ ผู้ใช้งานที่เคยสร้าง Seed บนเฟิร์มแวร์ที่มีช่องโหว่ควรสร้าง Seed Phrase ใหม่ทั้งหมด และโอนสินทรัพย์ออกจากกระเป๋าเดิมโดยเร็วที่สุด เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการถูกขโมยในอนาคต


สิ่งที่น่ากังวลที่สุดของเหตุการณ์นี้ไม่ใช่เพียงตัวเลขความเสียหายที่เพิ่มจาก 594 BTC เป็นกว่า 1,082 BTC แต่คือการที่ขอบเขตของช่องโหว่ถูกขยายไปยัง Coldcard รุ่นใหม่อย่าง Mk4, Mk5 และ Coldcard Q ด้วย ทำให้ผู้ใช้จำนวนมากที่คิดว่าตนเองไม่ได้รับผลกระทบอาจต้องกลับมาตรวจสอบอีกครั้ง หากเคยสร้าง Seed Phrase ด้วยเฟิร์มแวร์ที่อยู่ในช่วงเวอร์ชันที่มีปัญหา การสร้างกระเป๋าใหม่และย้ายสินทรัพย์ทันทีถือเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดในเวลานี้

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: