bitkub-banner

แฉกลยุทธ์ บริษัทคลัง Bitcoinใน Nasdaq เจือจางหุ้น 98% โดยที่นักลงทุนแทบไม่รู้ตัว

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Next Technology Holding Inc. (NXTT) เตรียมรวมหุ้นในอัตรา 100 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ ในวันที่ 10 สิงหาคม 2026 หลังจำนวนหุ้นพุ่งจากการออกหุ้นใหม่ต่อเนื่อง
  • แม้บริษัทจะยังถือครอง Bitcoin 5,833 BTC เท่าเดิม แต่สัดส่วน Bitcoin ต่อหุ้นกลับลดลงกว่า 98% ภายในเวลาไม่ถึง 11 เดือน เพราะจำนวนหุ้นเพิ่มขึ้นกว่า 51 เท่า
  • การรวมหุ้นช่วยลดจำนวนหุ้นในตลาด แต่ไม่ได้เพิ่มมูลค่าที่ผู้ถือหุ้นได้รับจาก Bitcoin และบริษัทยังมีศักยภาพออกหุ้นเพิ่มได้อีกในอนาคต

แนวโน้มผลกระทบ: Bearish

กรณีของบริษัท Next Technology (NXTT) สะท้อนให้เห็นว่า การลงทุนในบริษัทที่ถือครอง Bitcoin จำนวนมาก ไม่ได้หมายความว่า ผู้ถือหุ้นจะได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้นเสมอไป หลังสัดส่วน Bitcoin ต่อหุ้นลดลงกว่า 98% ภายในเวลาไม่ถึง 11 เดือน ทั้งที่บริษัทไม่ได้ขาย Bitcoin ออกแม้แต่เหรียญเดียว สาเหตุหลักมาจากการออกหุ้นใหม่ต่อเนื่องจนจำนวนหุ้นเพิ่มขึ้นกว่า 51 เท่า ก่อนประกาศรวมหุ้นอีกครั้งในอัตรา 100 หุ้นต่อ 1 หุ้น ทำให้นักลงทุนต้องจับตาความเสี่ยงจากการลดสัดส่วนความเป็นเจ้าของมากกว่าการดูเพียงจำนวน Bitcoin ที่บริษัทถือครองเพียงอย่างเดียว

บริษัท Next Technology Holding Inc. (NXTT) กำลังกลายเป็นตัวอย่างที่สะท้อนความเสี่ยงของการลงทุนในหุ้นคลังสำรอง Bitcoin หลังสัดส่วน Bitcoin ต่อหุ้นลดลงกว่า 98% ภายในเวลาไม่ถึง 11 เดือน ทั้งที่บริษัทไม่ได้ขาย Bitcoin ออกแม้แต่เหรียญเดียว สาเหตุเกิดจากการออกหุ้นใหม่อย่างต่อเนื่อง จนต้องประกาศการรวมหุ้นเพื่อลดจำนวนหุ้นในตลาดเป็นครั้งที่สองในรอบไม่ถึงหนึ่งปี

เอกสารที่บริษัทยื่นต่อ ก.ล.ต.สหรัฐฯ (SEC) เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2026 ระบุว่า บริษัทจะรวมหุ้นในอัตรา 100 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ โดยมีผลวันที่ 10 สิงหาคม 2026 ส่งผลให้จำนวนหุ้นที่หมุนเวียนอยู่ในตลาด ลดลงจากประมาณ 147.3 ล้านหุ้น เหลือราว 1.47 ล้านหุ้น ก่อนเริ่มซื้อขายบนตลาด Nasdaq ในวันเดียวกัน

การรวมหุ้นครั้งนี้เกิดขึ้นหลังบริษัทเพิ่งดำเนินการรวมหุ้นในอัตรา 200 หุ้นต่อ 1 หุ้น เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2025 ซึ่งทำให้จำนวนหุ้นลดลงจากกว่า 566 ล้านหุ้น เหลือประมาณ 2.86 ล้านหุ้น ก่อนที่บริษัทจะทยอยออกหุ้นใหม่หลายรอบในเวลาต่อมา

ออกหุ้นใหม่ต่อเนื่อง ดันจำนวนหุ้นเพิ่มกว่า 51 เท่า

หลังการรวมหุ้นครั้งแรก บริษัททยอยออกหุ้นใหม่หลายรอบ เริ่มจากการจัดสรรหุ้นภายใต้ 2025 Equity Incentive Plan เพิ่มหุ้นกว่า 2 ล้านหุ้น ก่อนระดมทุนผ่านการเสนอขายหุ้นให้นักลงทุนโดยตรง (Registered Direct Offering) ในเดือนมีนาคม ซึ่งเพิ่มหุ้นอีก 71.38 ล้านหุ้น

ต่อมาในไตรมาสที่สอง ผู้ถือ Pre-funded Warrants หรือใบสำคัญแสดงสิทธิแบบชำระเงินล่วงหน้า ใช้สิทธิแปลงเป็นหุ้นสามัญอีก 71.03 ล้านหุ้น ส่งผลให้จำนวนหุ้นทั้งหมดเพิ่มจาก 2.86 ล้านหุ้น เป็น 147.3 ล้านหุ้น ณ วันที่ 30 มิถุนายน หรือเพิ่มขึ้นกว่า 51 เท่า

หากรวมผลของการรวมหุ้นทั้งสองครั้ง นักลงทุนที่ถือหุ้นมาตั้งแต่ก่อนเดือนกันยายน 2025 จะเหลือหุ้นในสัดส่วน 20,000 หุ้นเดิม ต่อ 1 หุ้นใหม่ (ก่อนการปัดเศษหุ้น)

Bitcoin เท่าเดิม แต่ Bitcoin ต่อหุ้นลดลงกว่า 98%

แม้จำนวนหุ้นจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ Next Technology ยังคงถือครอง Bitcoin ประมาณ 5,833 BTC เท่าเดิม โดยเอกสารที่ยื่นในเดือนมิถุนายนประเมินมูลค่าทรัพย์สินดังกล่าวไว้ที่ประมาณ 351.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของจำนวนหุ้นทำให้สัดส่วน Bitcoin ต่อหุ้น ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมประมาณ 204,000 ซาโตชิต่อหุ้น หลังการรวมหุ้นครั้งแรก เหลือเพียงประมาณ 4,000 ซาโตชิต่อหุ้น ณ สิ้นเดือนมิถุนายน หรือลดลงกว่า 98% แม้ว่าบริษัทจะไม่ได้ขาย Bitcoin ออกเลยก็ตาม

หลังการรวมหุ้นในวันที่ 10 สิงหาคม ตัวเลข Bitcoin ต่อหุ้นจะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 396,000 ซาโตชิ แต่เป็นเพียงผลจากการลดจำนวนหุ้นลง 100 เท่า ไม่ได้ทำให้ผู้ถือหุ้นได้รับ Bitcoin เพิ่มขึ้นจริง เนื่องจากสัดส่วนการถือครองยังคงเท่าเดิม

ยังมีศักยภาพออกหุ้นเพิ่มในอนาคต

รายงานไตรมาสล่าสุดยังระบุว่า บริษัทมีหุ้นสำรองภายใต้ 2025 Equity Incentive Plan อีกประมาณ 7.98 ล้านหุ้น สำหรับใช้เป็นค่าตอบแทนในอนาคต โดยการรวมหุ้นครั้งนี้จะไม่ส่งผลต่อหุ้นสำรองดังกล่าว

เมื่อเทียบกับจำนวนหุ้นที่คาดว่าจะเหลือประมาณ 1.47 ล้านหุ้น หลังการรวมหุ้น หุ้นสำรองดังกล่าวมีขนาดคิดเป็นประมาณ 5.4 เท่า ของจำนวนหุ้นทั้งหมด ขณะที่บริษัทก็ยังคงมีอำนาจในการออกหุ้นสามัญเพิ่มเติมได้ในอนาคต

อย่างไรก็ตาม เอกสารที่ยื่นต่อ SEC ไม่ได้ระบุเหตุผลของการรวมหุ้นครั้งนี้ และไม่ได้กล่าวถึงประเด็นการปฏิบัติตามเกณฑ์การจดทะเบียนของ Nasdaq แต่อย่างใด


มุมมองผู้เขียน: ประเด็นนี้น่าจะทำให้นักลงทุนเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับตัวชี้วัดอย่าง Bitcoin ต่อหุ้นมากขึ้น แทนการดูเพียงตัวเลขการถือครอง Bitcoin รวมของบริษัท โดยเฉพาะในยุคที่หลายบริษัทแข่งขันกันสะสม Bitcoin และใช้การออกหุ้นเป็นเครื่องมือในการระดมทุน

ที่มา:cryptoslate