สรุปข่าว
- ประธานาธิบดี Trump ให้สัมภาษณ์กับ Punchbowl News เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม โดยระบุว่า “คริปโตคือเรื่องใหญ่” และมองเห็นความนิยมได้มากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยความที่คนใช้ Bitcoin ในการชำระเงินจนลืมเงินสดไปแล้ว พร้อมเน้นย้ำว่า Bitcoin ช่วย “ลดแรงกดดันให้เงินดอลลาร์ของเรา” และเป็น “สิ่งดีสำหรับประเทศ”
- Trump ยังมีท่าทีการสนับสนุนคริปโตด้วยประเด็นที่ว่านี่เป็นเรื่องความมั่นคงแห่งชาติ เขากล่าวว่า “ถ้าเราไม่มี Bitcoin จีนจะมีมันแน่นอน” และได้เหน็บแนม Joe Biden ว่าเพิ่งมาสนับสนุนคริปโต เมื่อเห็นว่าเขากำลังชนะใจชุมชนคริปโต
- คำพูดนี้ออกมาระหว่างที่ CLARITY Act กำลังเผชิญการหน่วงเหนี่ยวจากฝ่าย Democrat ที่ต้องการเพิ่มบทบัญญัติด้านจริยธรรมห้ามเจ้าหน้าที่รัฐมีผลประโยชน์ทับซ้อนในคริปโตซึ่งจะกระทบธุรกิจคริปโตของครอบครัว Trump โดยตรง
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish
คำพูดของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ยืนยันจุดยืนเชิงบวกต่อ Bitcoin และการมีบทบาทของมันในระดับชาติช่วยส่งเสริมทัศนะและ เรื่องราวของ Bitcoin ให้มันถูกยกระดับเป็นสินทรัพย์ที่มีประโยชน์เชิงเศรษฐกิจ แม้ผลต่อราคาระยะสั้นอาจจะยังไม่เกิดขึ้นก็ตาม
“คนเริ่มจ่ายเงินด้วย Bitcoin จนลืมเงินสดไปแล้ว”
ในการให้สัมภาษณ์กับ Punchbowl News เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2026 ประธานาธิบดี Donald Trump กล่าวว่า “คริปโตคือเรื่องใหญ่ ผมเห็นคนใช้ Bitcoin ชำระเงินมากขึ้นเรื่อย ๆ และพวกเขาใช้เสมือนว่าไม่รู้จักเงินสด นั่นช่วยผ่อนแรงกดดันจากดอลลาร์ของเราได้มาก มันเป็นสิ่งดีสำหรับประเทศ” คำพูดนี้ออกมาในช่วงเวลาที่ Bitcoin ยังราคาอยู่ในโซน $59,000-$62,000 ซึ่งต่ำกว่า ATH กว่า 50% แต่ Trump เลือกที่จะพูดถึงโอกาสและศักยภาพ ไม่ใช่ราคา
บริบทที่ซับซ้อนของ CLARITY Act
คำถามที่กระตุ้นให้ Trump พูดเรื่องนี้คือท่าทีของตัวเองต่อบทบัญญัติด้านจริยธรรมที่ฝ่าย Democrat ต้องการเพิ่มเข้าไปใน CLARITY Act ซึ่งจะห้ามเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลาง รวมถึงสมาชิกรัฐสภาและประธานาธิบดี มีผลประโยชน์ทับซ้อนในคริปโตขณะดำรงตำแหน่ง ซึ่งหมายถึงการกระทบต่อธุรกิจ World Liberty Financial (WLFI), เหรียญมีม TRUMP และ Stablecoin USD1 ของครอบครัว Trump โดยตรง
Trump ตอบสนองโดยชี้ไปที่ Nancy Pelosi เป็นตัวอย่างว่าไม่มีการกำหนดข้อจำกัดการลงทุนแบบเดียวกันกับเธอขณะดำรงตำแหน่ง สะท้อนว่าการต่อสู้เรื่อง CLARITY Act ไม่ใช่แค่เรื่องของข้อกำหนดนโยบายด้านคริปโตแต่กำลังกลายเป็นการเปิดศึกกันระหว่างสองพรรคในเรื่องจริยธรรมทางการเมือง
“ถ้าสหรัฐฯ ไม่มี จีนจะมี”
Trump ตอกย้ำข้อกังวลที่เขาพูดถึงมาตลอดตั้งแต่ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งปี 2024 ว่าการที่สหรัฐฯ เป็นผู้นำด้านคริปโตคือเรื่องความมั่นคงแห่งชาติในระดับเดียวกับ AI “ถ้าเราไม่มี จีนจะมี” Trump กล่าว พร้อมพูดเสริมด้วยว่า Biden เพิ่งมาสนับสนุนคริปโตเมื่อเห็นว่าตัวเขากำลังชนะใจชุมชนอย่างล้นหลาม
คำพูดนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในสุญญากาศ ตลอดสมัยที่สองของ Trump รัฐบาลได้แปลงคำพูดเป็นนโยบายจริงมาแล้วหลายอย่างทั้งการจัดตั้ง กองทุนสำรอง Bitcoin ของชาติในเดือนมีนาคม 2025, การลงนาม GENIUS Act ที่เปิดทางให้ Stablecoin ในเดือนกรกฎาคม 2025 และการออกคำสั่งบริหารเพื่อนำ Fintech เข้าสู่กรอบกฎหมายการเงินของสหรัฐฯ ทำให้จุดยืนของ Trump ต่อคริปโตในวันนี้ไม่ใช่แค่คำพูดลอย ๆ แต่มีร่องรอยนโยบายรองรับอย่างชัดเจน
คำพูดของ Trump ในครั้งนี้มีน้ำหนักมากกว่าแค่การเชิดชูหรืออวย Bitcoin ทั่วไป เพราะมันเชื่อมโยงกับภาพรวมที่ใหญ่กว่า ทั้งการแข่งขันกับจีน และจุดยืนต่อ CLARITY Act ที่กำลังดำเนินไปอยู่
ที่น่าสนใจที่สุดไม่ใช่สิ่งที่ Trump พูด แต่คือ เวลาที่เขาเลือกพูดในช่วงที่ Bitcoin ยังอยู่ในโซน $59,000-$62,000 และ CLARITY Act กำลังถูกชะลอด้วยประเด็นด้านจริยธรรมที่กระทบผลประโยชน์ส่วนตัวของครอบครัวเขาโดยตรง การที่ประธานาธิบดียังออกมาย้ำจุดยืนว่า Bitcoin ดีสำหรับประเทศ สะท้อนว่าการสนับสนุนคริปโตไม่ใช่แค่วาทศิลป์โปรโมทแต่เป็นส่วนหนึ่งของการแสดงออกทางการเมืองที่เขาไม่ยอมถอย และนั่นคือสัญญาณที่ดีที่สุดที่ตลาดคริปโตจะได้รับจากทำเนียบขาวในปีนี้
ที่มา : BitcoinMagazine, Watcher.Guru, Tekedia, Benzinga

