bitkub-banner

ร่วงตกรุ้ง  กราฟ Bitcoin Rainbow Chart ติดอยู่ในโซน “ราคาลดกระหน่ำ” นานที่สุดเท่าที่เคยมีมา

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Bitcoin (BTC) ยังเคลื่อนไหวอยู่ในโซนที่นักวิเคราะห์บางส่วนเรียกว่า “Fire Sale” หรือช่วงที่ราคาถูก เมื่อเทียบกับมูลค่าในอดีต และครั้งนี้ใช้เวลาอยู่ในโซนดังกล่าวนานผิดปกติ
  • ประวัติศาสตร์ชี้ว่า ช่วงที่ตลาดเต็มไปด้วยความกลัวมักเปิดโอกาสให้นักลงทุนระยะยาวทยอยสะสม แต่ราคาถูกไม่ได้ แปลว่า Bitcoin ถึงจุดต่ำสุดแล้ว
  • ปัจจุบัน Bitcoin มีทั้งกองทุน Bitcoin ETF, นักลงทุนสถาบัน และตลาดอนุพันธ์ เข้ามาเกี่ยวข้องมากขึ้น ทำให้รูปแบบในอดีตอาจไม่เกิดซ้ำเหมือนเดิม

แนวโน้มผลกระทบ: Neutral

Bitcoin ปรับตัวร่วงหลุดโซนล่างสุดของ Rainbow Chart หรือกราฟที่มีลักษณะเหมือนสายรุ้ง ซึ่งใช้แบ่งระดับราคาโซนถูกและแพงของ BTC โซนดังกล่าวถูกนักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าเป็นช่วง “Fire Sale” หรือช่วงที่ราคาปรับตัวลงจนมีราคาถูกมาก เมื่อเทียบกับวัฏจักรราคาในอดีต โดยครั้งนี้กินเวลานานกว่าปกติ จนตลาดเริ่มตั้งคำถามว่า นี่คือช่วงสร้างฐานก่อนฟื้นตัว หรือขาลงยังไม่จบ แม้ในอดีตช่วงที่ตลาดเต็มไปด้วยความกลัวมักกลายเป็นจังหวะสะสม แต่ราคาถูกไม่ได้แปลว่าถึงจุดต่ำสุดเสมอไป

Bitcoin กำลังอยู่ในช่วงที่น่าจับตามอง เพราะราคา BTC ยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในโซนที่นักวิเคราะห์บางส่วนเรียกว่า “Fire Sale” หรือภาวะที่ราคาถูกเทขายจนดูเหมือนอยู่ในช่วงลดกระหน่ำ เมื่อเทียบกับมูลค่าที่เคยเกิดขึ้นในอดีต

สิ่งที่น่าสนใจคือ รอบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วคราว แต่ Bitcoin กลับใช้เวลาอยู่ในโซนดังกล่าวนานกว่าปกติ จนทำให้เกิดคำถามว่า ตลาดกำลังอยู่ระหว่างการสร้างฐานเพื่อเตรียมฟื้นตัว หรือความอ่อนแอของราคายังมีโอกาสลากยาวออกไปอีก

สื่อข่าวคริปโต Cointelegraph ได้หยิบประเด็นนี้ขึ้นมาพูดถึงผ่าน X สะท้อนให้เห็นว่า คำถามเรื่อง “Bitcoin ถูกเกินไปหรือยัง” กำลังกลับมากลายเป็นประเด็นที่ตลาดให้ความสนใจอีกครั้ง

ทั้งนี้ คำว่า “Fire Sale” ไม่ใช่ศัพท์ทางการเงินอย่างเป็นทางการ แต่เป็นคำที่นักลงทุนใช้เรียกช่วงเวลาที่ราคาสินทรัพย์ปรับตัวลงมาอยู่ในระดับที่ถูกมาก เมื่อเทียบกับโมเดลประเมินมูลค่าหรือวัฏจักรตลาดในอดีตที่ผ่านมา

“ราคาถูก” ไม่ได้แปลว่า “ถึงจุดต่ำสุด”

Bitcoin เคยผ่านช่วงเวลาที่ตลาดเต็มไปด้วยความกลัวมาแล้วหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นตลาดหมีปี 2018 วิกฤตตลาดในเดือนมีนาคมปี 2020 หรือการล่มสลายของตลาดคริปโตในปี 2022

ในช่วงเวลาเหล่านั้น นักลงทุนจำนวนมากหมดความเชื่อมั่น ปริมาณการเก็งกำไรลดลง และราคาถูกกดดันอย่างหนัก ก่อนที่ตลาดจะค่อย ๆ ตั้งหลักและเข้าสู่วัฏจักรขาขึ้นครั้งใหม่

เรื่องนี้จึงเป็นเหตุผลหลักที่นักลงทุนระยะยาวมักให้ความสนใจกับช่วงเวลาที่ตลาดดูสิ้นหวังมากที่สุด

แต่ประวัติศาสตร์ก็มีบทเรียนอีกด้านเช่นกัน นั่นคือ ตลาดสามารถอยู่ในโซนของถูกได้นานกว่าที่นักลงทุนคาดคิด

ดังนั้น แม้ Bitcoin จะเคยฟื้นตัวจากช่วงตกต่ำอย่างหนักมาแล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่า รอบนี้ราคาจะกลับตัวเป็นขาขึ้นได้ทันที

Rainbow Chart บอกอะไรเราได้บ้าง?

หนึ่งในเครื่องมือที่ถูกนำมาใช้อธิบายว่า Bitcoin อยู่ในโซนราคาถูกหรือไม่ คือ Rainbow Chart หรือกราฟที่มีลักษณะเหมือนสายรุ้ง ซึ่งใช้แบ่งระดับราคาตามโมเดลที่อ้างอิงข้อมูลในอดีต โดยโซนด้านล่างมักถูกมองว่าเป็นพื้นที่ที่ Bitcoin มีมูลค่าต่ำเมื่อเทียบกับแนวโน้มระยะยาว

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนไม่ควรมองกราฟนี้เป็น “สัญญาณบอกจุดซื้อ” เพราะเหตุผลสำคัญคือ Bitcoin ในวันนี้ไม่เหมือน Bitcoin ในอดีต

ตลาดมีทั้งกองทุน Spot Bitcoin ETF นักลงทุนสถาบัน บริษัทที่ถือ Bitcoin ในงบดุล รวมถึงตลาดอนุพันธ์ขนาดใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องมากขึ้น ปัจจัยที่ขับเคลื่อนราคาจึงซับซ้อนกว่าวัฏจักรก่อน ๆ อย่างมาก

สถาบันเข้ามา ไม่ได้แปลว่า ราคา Bitcoin จะไม่ลง

การเปิดตัว Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ ช่วยให้นักลงทุนแบบสถาบันเข้าถึง Bitcoin ได้ง่ายขึ้น และเปิดช่องให้เงินทุนรายใหญ่ไหลเข้ามาในตลาดมากกว่าเดิม

แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องจำไว้คือ สถาบันไม่ได้มีหน้าที่พยุงราคา Bitcoin เมื่อเศรษฐกิจไม่แน่นอน อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูง หรือความต้องการรับความเสี่ยงลดลง นักลงทุนสถาบันก็สามารถลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยงได้เช่นกัน

และนั่นทำให้ Bitcoin ยังคงอ่อนไหวต่อปัจจัยอย่าง สภาพคล่องโลก อัตราดอกเบี้ย เงินดอลลาร์ และทิศทางของตลาดการเงิน และนี่อาจเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ตลาดรอบนี้ใช้เวลาฟื้นตัวนานกว่าที่หลายคนคาด

21 ล้าน BTC ยังสำคัญ แต่ไม่ใช่คำตอบทั้งหมด

อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนยังเชื่อใน Bitcoin ระยะยาวคือ อุปทานสูงสุดที่ถูกจำกัดไว้เพียง 21 ล้าน BTC

ขณะที่จำนวน Bitcoin ใหม่ที่เข้าสู่ตลาดจะลดลงตามกลไก Halving ทำให้เกิดแนวคิดว่า หากความต้องการเพิ่มขึ้นในขณะที่อุปทานใหม่ลดลง ก็อาจช่วยสนับสนุนราคาในระยะยาว

แต่ความขาดแคลนเพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้ราคาขึ้น สุดท้ายต้องมี “ความต้องการซื้อ” เข้ามารองรับด้วย นั่นทำให้การยอมรับจากสถาบัน การเติบโตของตลาด ETF และการใช้งาน Bitcoin ในวงกว้าง ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญ

หรือว่าช่วงเวลานี้คือช่วงสะสม ?

สำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุน Bitcoin (BTC) ในระยะยาว ช่วงเวลาที่ตลาดเต็มไปด้วยความกลัวอาจเป็นจังหวะที่น่าสนใจสำหรับการทยอยสะสม โดยเฉพาะเมื่อราคาปรับตัวลงมาจากจุดสูงสุดอย่างมีนัยสำคัญ แต่สิ่งที่ต้องแยกให้ออกคือ “การสะสม” ไม่ใช่ “การพยายามจับจุดต่ำสุด” เพราะไม่มีใครรู้ว่าจุดต่ำสุดของรอบนี้จะอยู่ตรงไหน

ด้วยเหตุนี้ นักลงทุนบางส่วนจึงเลือกใช้กลยุทธ์ DCA หรือการทยอยซื้อเป็นงวด ๆ แทนการนำเงินทั้งหมดเข้าสู่ตลาดในครั้งเดียว วิธีนี้ไม่ได้ทำให้ความเสี่ยงหายไป แต่ช่วยลดแรงกดดันจากการต้องคาดเดาว่า “วันนี้คือจุดต่ำสุดแล้วหรือยัง” และเปิดโอกาสให้รับมือกับความผันผวนได้ดีขึ้น หากตลาดยังปรับตัวลงต่อ

ในขณะที่รายงาน Bitcoin มีการซื้อขายอยู่ที่ 63,284 ดอลลาร์ ลดลง 0.97% ช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ตามข้อมูลจาก CoinMarketCap

ที่มา:hokanews


มุมมองผู้เขียน: การลงทุนที่ดีไม่จำเป็นต้องซื้อได้ตรงจุดต่ำสุดเสมอไป แต่ควรเป็นราคาที่มีความได้เปรียบมากพอให้เราสามารถถือผ่านช่วงที่ตลาดผันผวนได้โดยไม่ต้องรีบขายเพราะความกลัว เพราะท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่สำคัญกว่าการซื้อถูกที่สุดคือ การได้ถือสินทรัพย์ที่เราเชื่อว่าจะมีมูลค่าสูงขึ้นในอนาคต และสามารถขายออกมาในราคาที่สูงกว่าต้นทุนได้จริง