สรุปข่าว
- Galaxy Digital ปรับลดโอกาสผ่านร่าง CLARITY Act เหลือ 10% ภายในปี 2026 จากเดิมที่เคยประเมินไว้สูงถึง 75% ในช่วงมีนาคม
- ร่างกฎหมายยังคงติดขัดในประเด็นอ่อนไหวเรื่องข้อบังคับทางจริยธรรมและผลตอบแทน Stablecoin
- Alex Thorn ชี้ว่ามีโอกาสผ่านได้ก็ต่อเมื่อวุฒิสภานำขึ้นมาพิจารณาเป็นวาระหลักทันทีที่เปิดสภา 14 กันยายนนี้
แนวโน้มผลกระทบ: Bearish
Galaxy Digital ปรับลดโอกาสที่ร่างกฎหมายความชัดเจนด้านสินทรัพย์ดิจิทัล (CLARITY Act) จะได้รับการอนุมัติภายในปี 2026 ลงเหลือเพียง 10% เท่านั้น จากที่เคยประเมินไว้สูงถึง 75% เมื่อเดือนมีนาคม โดยทีมวิจัยระบุว่าเวลาเพียง 3 สัปดาห์หลังนัดประชุมใหม่ ไม่เพียงพอต่อการเคลียร์ประเด็นขัดแย้งที่อ่อนไหว เว้นแต่ตัวกฎหมายจะถูกยกขึ้นมาเป็นวาระหลักทันทีที่เปิดสภา
Galaxy Digital บริษัทด้านสินทรัพย์ดิจิทัล ได้มีการปรับเปลี่ยนมุมมองและคาดการณ์ว่าโอกาสที่ร่างกฎหมาย Clarity Act จะได้รับการอนุมัติในปี 2026 ลดลงเหลือเพียง 10% เท่านั้น
แม้ว่าในวันที่ 14 กันยายน สภาจะมีการนัดประชุมเพื่อหาข้อตกลงในเรื่องนี้อีกครั้ง แต่ทางบริษัทกลับมองว่าเวลาเพียง 3 สัปดาห์ ที่เหลือไม่เพียงพอต่อการแก้ปัญหาในขณะนี้
ปัจจุบัน Clarity Act ยังคงติดในด้านของข้อกฎหมายจริยธรรม รวมถึงประเด็นเรื่องของผลตอบแทน Stablecoin ซึ่งทั้งสองต่างเป็นหัวข้อที่มีความอ่อนไหวและสร้างแรงกดดันอย่างมหาศาลให้กับตัวกฎหมาย
Alex Thorn หัวหน้าทีมวิจัยของบริษัท ลงความเห็นว่า CLARITY Act จะสามารถเดินหน้าต่อได้ก็ต่อเมื่อ มีการลงมติในญัตติเปิดทางพิจารณาร่างกฎหมายในทันทีที่ฝ่ายนิติบัญญัติเดินทางกลับมายังวอชิงตัน และตัวกฎหมายต้องครองวาระการทำงานทั้งหมดโดยพื้นฐานเท่านั้น
อย่างไรก็ตามการปรับเป้าหมายในครั้งนี้ของ Galaxy ถือว่าน่าสนใจเป็นอย่างมากเพราะแต่เดิมพวกเขาเคยประมาณการว่า Clarity Act จะมีโอกาสผ่านสูงถึง 75% เมื่อช่วงเดือนมีนาคม แต่พอเข้าสู่ช่วงสิ้นเดือนมิถุนายนพวกเขาก็ได้ปรับลงมาเหลือ 60% จนมาถึง 10% ในเดือนสิงหาคม
หากกฎหมาย Clarity Act ไม่ผ่านสิ่งที่จะตามมาจากนี้คือ ตลาดคริปโทฯ จะยังคงมีความคลุมเครือด้านกฎหมาย ซึ่งถึงแม้ตลาดจะยังคงไปต่อได้และมีหน่วยงานอย่าง SEC มารับช่วงต่อแทนชั่วคราว แต่สิ่งเหล่านั้นก็เทียบไม่ได้เลยกับการผ่านกฎหมายให้แล้วเสร็จและรีบทำให้สหรัฐฯ กลับมาเป็นหัวแถวด้านคริปโทฯ
ที่มา: Cointelegraph
มุมมองผู้เขียน : ถ้าเดือนกันยายนสภายังไม่สามารถตกลงกันได้ไม่แน่ว่าร่างกฎหมายดังกล่าวอาจถูกโยกวาระประชุมไปได้ไกลถึงปีหน้า หรือไกลกว่า แถมนักลงทุนยังต้องมาลุ้นกันอีกทอดว่ารัฐบาลทรัมป์จะยังคงรักษาอำนาจไว้ได้มากขนาดไหนหลังการเลือกตั้งกลางเทอม

