สรุปข่าว
- Bitcoin เด้งกลับเหนือ $64,000 สร้างความหวังว่า ตลาดอาจเริ่มฟื้น แต่นักวิเคราะห์กลับมองว่า การดีดตัวขึ้นรอบนี้อาจเป็นแค่ “กับดักกระทิง”
- เนื่องจากแรงขายยังรอ BTC อยู่รอบด้าน ทั้งนักขุดที่ขาย 1,648 BTC, เงินไหลออกจาก Spot Bitcoin ETF เกือบ 400 ล้านดอลลาร์ และ Bitcoin ที่ไหลเข้าสู่กระดานเทรดเพิ่มอีก 24,700 BTC
- จุดชี้ชะตาอยู่ที่โซน $61,850-$63,110 หาก Bitcoin ยืนเหนือโซนนี้ได้ มีโอกาสลุ้นฟื้นต่อ แต่หากหลุดลงมา ราคาอาจไหลลงสู่แนวรับ $54,300
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
Bitcoin ฟื้นกลับมาเหนือ 64,000 ดอลลาร์ แต่การดีดตัวครั้งนี้ นักวิเคราะห์มองว่ายังไม่ควรปักใจเชื่อ เพราะแรงเทขายยังรออยู่รอบด้าน ทั้งนักขุด เงินไหลออกจาก Bitcoin ETF และจำนวนเหรียญ BTC ที่ถูกโอนเข้าสู่กระดานเทรดเพิ่มขึ้น นักวิเคราะห์ Ali Martinez จึงมองว่า การฟื้นตัวอาจเป็นเพียง “กับดักกระทิง” โดยนักลงทุนต้องจับตาแนวรับ 61,850-63,110 ดอลลาร์ไว้ให้ดี หากราคาหลุดโซนนี้ Bitcoin มีโอกาสไหลลงต่อถึง 54,300 ดอลลาร์
ช่วงบ่ายวันนี้ Bitcoin กลับมาเคลื่อนไหวเหนือระดับ 64,000 ดอลลาร์อีกครั้ง หลังเมื่อคืนราคาพุ่งขึ้นไปถึง 65,000 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 7-8 วัน ก่อนจะย่อตัวลงมาเล็กน้อย
การพุ่งขึ้นครั้งนี้อาจจุดประกายความหวังให้กับนักลงทุนหลายคน แต่ทางฝั่งนักวิเคราะห์คริปโตกลับมองว่า การดีดตัวรอบนี้ยังไม่แข็งแรงมากพอ เนื่องจาก Bitcoin กำลังเผชิญแรงเทขายจากรอบด้าน

แรงขายจากนักขุด-ETF ยังเป็นโจทย์ใหญ่
Ali Martinez นักวิเคราะห์คริปโตชื่อดัง มองว่าการที่ Bitcoin ขึ้นไปเหนือระดับ 64,000 ดอลลาร์ ยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันว่า ตลาดกำลังกลับเข้าสู่ขาขึ้นรอบใหม่ โดยหนึ่งในสัญญาณที่ต้องจับตาคือ แรงเทขายจากกลุ่มนักขุด Bitcoin
ข้อมูลจาก CryptoQuant ระบุว่า นักขุดขาย Bitcoin ออกมาประมาณ 1,648 BTC ในช่วง 10 วันที่ผ่านมา คิดเป็นมูลค่าราว 106 ล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นปริมาณที่ไม่น้อย หากแรงขายยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ก็อาจกลายเป็นตัวฉุดรั้งราคาในช่วงที่แรงซื้อยังไม่กลับมาเต็มที่
อีกด้านที่น่าจับตาคือ Spot Bitcoin ETF ซึ่งในสัปดาห์ที่ผ่านมาเผชิญเงินไหลออกเกือบ 400 ล้านดอลลาร์ หลังจากสัปดาห์ก่อนหน้ามีเงินไหลเข้าสุทธิมากกว่า 850 ล้านดอลลาร์
การที่กระแสเงินเปลี่ยนจาก “ไหลเข้า” เป็น “ไหลออก” อย่างรวดเร็ว ทำให้เห็นว่า นักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายใหญ่ผ่านช่องทาง ETF ยังไม่ได้กลับมาเพิ่มน้ำหนักการลงทุนใน Bitcoin อย่างชัดเจน
ขณะเดียวกัน Strategy ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทที่ถือ Bitcoin มากที่สุดในโลก ก็ไม่ได้เข้ามาช่วยเพิ่มแรงซื้ออย่างที่ตลาดคาดหวัง หลังบริษัทหยุดซื้อ BTC อย่างไม่มีกำหนด และมีการขาย Bitcoin หลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้จำนวน Bitcoin ที่ถือครองลดลงมากกว่า 3,300 BTC ภายในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์
ภาพรวมจึงกลายเป็นว่า Bitcoin กำลังพยายามฟื้นตัว ในช่วงเวลาที่แรงซื้อจากผู้เล่นรายใหญ่ยังไม่กลับมาอย่างเต็มที่
BTC ไหลเข้าสู่กระดานเทรดเพิ่ม 24,700 BTC
สิ่งที่ทำให้ตลาดต้องระวังมากขึ้นคือ Bitcoin จำนวนมากกำลังเคลื่อนเข้าสู่กระดานเทรด
Martinez ระบุว่า จำนวน Bitcoin บนกระดานเทรดเพิ่มขึ้นประมาณ 24,700 BTC ภายในช่วง 10 วันที่ผ่านมา คิดเป็นมูลค่าราว 1.6 พันล้านดอลลาร์
ตัวเลขนี้ไม่ได้หมายความว่า Bitcoin ทั้งหมดกำลังจะถูกขาย เพราะการนำเหรียญเข้ากระดานเทรดอาจมีเหตุผลอื่นได้เช่นกัน แต่ในมุมมองของตลาด สิ่งที่น่ากังวลคือ BTC จำนวนมากขึ้นกำลังอยู่ในจุดที่สามารถถูกนำออกมาขายได้ง่ายกว่าเดิม
หากแรงซื้อไม่เพียงพอที่รองรับอุปทานดังกล่าว แรงขายก็อาจกลับมากดดันราคา BTC ได้ทุกเมื่อ
ขณะที่ดัชนี Coinbase Premium ยังคงติดลบอย่างต่อเนื่อง หมายความว่า Bitcoin บน Coinbase มีราคาต่ำกว่า Binance ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว สามารถใช้เป็นหนึ่งในสัญญาณดูแรงซื้อจากตลาดสหรัฐฯ ได้
เมื่อ Coinbase Premium ยังติดลบ ประกอบกับเงินไหลออกจาก ETF และ Bitcoin ไหลเข้าสู่กระดานเทรดมากขึ้น ภาพรวมในตอนนี้จึงยังไม่ใช่สัญญาณที่ชัดเจนว่าแรงซื้อกลับมาอย่างแข็งแกร่ง
หากหลุด $61,850 เสี่ยงลงต่อถึง $54,300
จากข้อมูลเหล่านี้ Martinez มองว่า การขึ้นของ Bitcoin ไปเหนือ 64,000 ดอลลาร์อาจเป็นเพียงการดีดตัวระยะสั้น และมีโอกาสกลายเป็น “กับดักกระทิง” (Bull Trap) หากราคาไม่สามารถรักษาระดับราคาสำคัญเอาไว้ได้
Martinez ระบุว่า แนวรับแรกของ Bitcoin อยู่ที่ 61,850-63,110 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นโซนที่มีการทำธุรกรรม Bitcoin มากกว่า 2 ล้าน BTC และถือเป็นโซนสำคัญที่อาจช่วยรองรับแรงเทขายได้
แต่หากราคา Bitcoin หลุดโซนดังกล่าวลงมา ความเสี่ยงในการปรับตัวลงต่อจะเพิ่มขึ้นทันที โดย Martinez มองแนวรับถัดไปไว้ที่ประมาณ 54,300 ดอลลาร์
มุมมองผู้เขียน: ถ้าเกิด Bitcoin ร่วงลงมาถึง 54,300 ดอลลาร์จริง นั่นจะหมายถึงการทำจุดต่ำสุดใหม่ของปี 2026 โดยจุดต่ำสุดของปัจจุบันอยู่ที่ 57,800 ดอลลาร์ แม้ภาพดังกล่าวจะเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่อยากเห็น แต่สำหรับนักลงทุน Bitcoin ระยะยาว ระดับราคานี้อาจกลายเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญในการสะสม BTC ในราคาถูกที่สุดของปี
ที่มา:cryptopotato

