สรุปข่าว
- Phantom เตรียมถอดบล็อกเชน Sui ออกจากระบบ 24 ก.ย. นี้ หลังพบผู้ใช้งานลดลง ราคาโทเคนร่วง และมูลค่าสินทรัพย์ที่ถูกล็อก (TVL) ดิ่งลง
- ผู้ถือ SUI สามารถเลือกแปลงเป็น Wrapped SUI บน Solana โดยไม่มีค่าธรรมเนียมของ Phantom หรือนำ Recovery Phrase ไปใช้กับกระเป๋าที่รองรับ Sui เช่น Slush
- การลดการรองรับเชนของ Phantom สอดคล้องกับรายงาน BIS ที่ระบุว่าการเกิดขึ้นของเชนใหม่จำนวนมากกำลังทำลาย Network Effect ของเชนเดิม
แนวโน้มผลกระทบ: Bearish
Phantom ประกาศเตรียมยุติการสนับสนุนบล็อกเชน Sui ในวันที่ 24 กันยายนนี้ โดยมีสาเหตุมาจากความซบเซาของระบบนิเวศ Sui ที่มูลค่าสินทรัพย์ถูกล็อกหายไปเป็นจำนวนมหาศาล เช่นเดียวกับ จำนวนผู้ใช้งาน และราคาที่ลดลงอย่างหนัก แม้ว่าปัจจุบัน Sui จะยังคงไม่ถึงขั้นล่มสลายและเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานร่วมกับพันธมิตรใหม่ก็ตาม
Phantom แอปพลิเคชันกระเป๋าเงินคริปโต Hot wallet ชื่อดัง ล่าสุดได้มีการประกาศว่าทางแพลตฟอร์มจะยุติการสนับสนุนบล็อกเชน Sui (SUI) ในวันที่ 24 กันยายนนี้
การยุติการสนับสนุนในคราวนี้ส่วนหนึ่งคาดว่าเป็นผลมาจากสถานการณ์ของโทเคนที่ราคาของ Sui ยังคงร่วงลงต่ำกว่าในอดีต เช่นเดียวกันกับมูลค่าสินทรัพย์ที่ถูกล็อกไว้ (TVL) อันมีจำนวนลดลงกว่าครึ่งจากที่เคยทำได้ราว $2 พันล้าน ในตอนที่ Phantom ตัดสินใจนำ Sui เข้ามาให้บริการ รวมถึงจำนวนผู้ใช้งานที่เคยมีมากกว่า 15 ล้านรายต่อเดือน
สองทางเลือกของนักลงทุน
สำหรับใครที่มีการถือ Sui ไว้ใน Phantom ทางแพลตฟอร์มได้เสนอตัวเลือก 2 ทางให้แก่นักลงทุน โดยอย่างแรกคือ การแปลงโทเคน Sui ให้กลายเป็น wrapped SUI บน Solana และใช้งานต่อไป ซึ่งทางแพลตฟอร์มจะไม่มีการคิดค่าธรรมเนียมดังกล่าวในฝั่งของตนจนกว่าจะถึงวันที่กำหนด
อย่างไรก็ตามค่าธรรมเนียมการโอนของเครือข่ายและกระดานเทรดจะยังคงมีอยู่ตามปกติ และทาง Phantom จะไม่คิดค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมสำหรับการแลกเปลี่ยนเป็น SOL,ETH และ USDC
วิธีที่สองคือ การจัดเก็บ Sui ไว้ดังเดิม โดยผู้ใช้สามารถค้นหารหัสกู้คืนได้ในเมนูการตั้งค่า และใช้รหัสดังกล่าวเพื่อเข้าถึงกระเป๋าเงินอื่นที่รองรับเครือข่าย Sui เช่น Slush กระเป๋าเงินที่ได้รับการสนับสนุนจาก Sui Foundation
Phantom ระบุว่า ระบบจะแสดงที่อยู่กระเป๋าเงิน (Address) รวมถึงยอดเงินคงเหลือเดิมให้อย่างอัตโนมัติ โดยไม่ว่าจะเลือกทางใด ผู้ใช้ก็ยังคงสามารถบริหารจัดการสินทรัพย์ของตนเองได้ เนื่องจากสกุลเงินดิจิทัลถูกจัดเก็บอยู่บนบล็อกเชน Sui ไม่ได้ถูกเก็บไว้ภายในตัวกระเป๋าเงิน ผู้ใช้จึงสามารถดึงสินทรัพย์กลับคืนมาได้ในภายหลังโดยใช้รหัสเข้าสู่ระบบเดิม โดยไม่ต้องกังวลเรื่องระยะเวลาจำกัดใดๆ
นอกจากนี้ Phantom ยังแจ้งเตือนผู้ใช้งานว่า บริษัทไม่มีนโยบายเป็นฝ่ายติดต่อผู้ใช้ก่อน หรือขอรหัสผ่านอย่างเด็ดขาด อีกทั้งให้ถือว่าข้อเสนอความช่วยเหลือที่เกี่ยวข้องกับการย้ายสินทรัพย์ทุกรูปแบบเป็นกลโกงจากมิจฉาชีพ
Sui ไม่ใช่รายเดียว
อย่างไรก็ตาม Sui ไม่ใช่เครือข่ายเดียวที่ทาง Phantom ตัดสินใจยุติการสนับสนุนเพราะก่อนหน้านี้พวกเขาก็เพิ่งจะมีการประกาศยุติการสนับสนุน Monad ภายในวันที่ 26 สิงหาคม และมีวิธีการโยกย้ายเงินในรูปแบบเดียวกัน ส่งผลทำให้ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นในระดับภาพรวมของแพลตฟอร์มมากกว่าการมุ่งเป้าไปที่ Sui เพียงรายเดียว
แนวโน้มดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางภาพรวมของอุตสาหกรรม โดยรายงานวิจัยของ Bank for International Settlements (BIS) ในเดือนมีนาคม 2026 ระบุว่า บล็อกเชนแบบ Permissionless กำลังทำให้ตลาดเกิดความแตกแยกมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากการเกิดขึ้นของเชนใหม่ที่มีค่าธรรมเนียมต่ำได้ดึงดูดผู้ใช้งานไปจากเชนเดิม ส่งผลให้เอฟเฟกต์เครือข่ายที่เคยสร้างมูลค่าอย่างยั่งยืนให้แก่เชนเริ่มอ่อนแอลง
สำหรับเชนใหญ่อย่าง Sui การสูญเสียการเข้าถึงจากกระเป๋าเงินยอดนิยมอย่าง Phantom ถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของภาวะความแตกแยกในฝั่งผู้ใช้งานทั่วไป ทำให้ช่องทางในการเข้าสู่ระบบนิเวศลดน้อยลง ซึ่งประจวบเหมาะกับช่วงเวลาที่กิจกรรมบนบล็อกเชนเริ่มซบเซาลงอยู่ก่อนแล้ว
อนาคตของ Sui จะเป็นอย่างไรต่อ?
ประเด็นสำคัญในขณะนี้คือ กระเป๋าเงินแบบ Multichain รายอื่นจะดำเนินรอยตาม Phantom หรือจะเข้ามาฉวยโอกาสชิงฐานผู้ใช้งาน Sui ที่ Phantom ปล่อยมือไป
อย่างไรก็ตาม Sui ไม่ได้อยู่ในสภาวะล่มสลาย ระบบนิเวศของ Sui ยังคงดึงดูดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง โดยในเดือนสิงหาคม 2026 ที่ผ่านมา Para ได้ประกาศรองรับเครือข่าย Sui แบบ Native เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม พร้อมชูจุดเด่นเรื่องการเติบโตของ Stablecoin และการชำระเงิน
ที่มา: Cryptopolitan
มุมมองผู้เขียน : การสูญเสียเกตเวย์หลักอย่าง Phantom ถือเป็นโจทย์ใหญ่ของ Sui ที่ต้องเร่งสร้าง Use Case จริงและดึงดูดสภาพคล่องกลับมา ก่อนที่จะถูกลดบทบาทลงไปมากกว่านี้ในตลาด

