bitkub-banner

กระทิงตื่น ราคา Bitcoin พุ่งทะลุ $81,000 อย่างรุนแรง รับเม็ดเงิน ETF ไหลเข้าทะลัก 

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Bitcoin ทะลุระดับ 81,000 ดอลลาร์สำเร็จเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม ล่าสุดซื้อขายอยู่ที่ 80,807 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 4.35% ใน 24 ชั่วโมง อ้างอิงข้อมูลจาก coinmarketcap
  • ราคาปรับตัวขึ้นมาแล้วราว 38% จากจุดต่ำสุดช่วงปลายเดือนมิถุนายนถึงต้นเดือนกรกฎาคม ที่เคยหลุด 58,000 ดอลลาร์ โดยมีแรงหนุนหลักจากกองทุน Spot Bitcoin ETF ที่ดูดเม็ดเงินเข้าไป 1.9 พันล้านดอลลาร์ในสัปดาห์เดียว สูงสุดนับตั้งแต่ตุลาคม 2025
  • กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เพิ่มวงเงินซื้อคืนพันธบัตรระยะยาวเป็นสองเท่า พร้อมส่งสัญญาณดึงเงินจากบัญชีกลางเกือบ 1 ล้านล้านดอลลาร์มาใช้ ถือเป็นการอัดฉีดสภาพคล่องที่หนุนความกล้าเสี่ยงของนักลงทุน

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Bullish

การที่เงินจากสถาบันไหลกลับเข้าสู่ ETF สูงเป็นประวัติการณ์ ผสมกับสภาพคล่องที่ผ่อนคลายจากนโยบายคลัง ทำให้แรงซื้อรอบนี้มีน้ำหนักมากกว่าแค่แรงเก็งกำไรระยะสั้น ทิศทางระยะสั้นถึงกลางจึงเอียงไปทางขาขึ้น แต่ตัวเลข PCE ที่จะประกาศสัปดาห์นี้จะเป็นตัวชี้ชะตาว่าโมเมนตัมนี้จะไปต่อได้ไกลแค่ไหน

Bitcoin กลับมาผงาดสร้างความตื่นเต้นให้กับตลาดอีกครั้ง  ล่าสุดวันนี้ราคาได้พุ่งทะยานทะลุระดับ 81,000 ดอลลาร์สหรัฐได้สำเร็จเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการสานต่อโมเมนตัมขาขึ้นที่กำลังก่อตัวอย่างแข็งแกร่งทั่วทั้งกระดาน 

การฟื้นตัวอย่างร้อนแรงในรอบนี้ ส่งผลให้พี่ใหญ่แห่งวงการคริปโทฯ มีราคาปรับตัวขึ้นมาแล้วราว ๆ 38% เมื่อเทียบกับจุดต่ำสุดในช่วงปลายเดือนมิถุนายนถึงต้นเดือนกรกฎาคม ที่ราคาเคยร่วงหลุดระดับ 58,000 ดอลลาร์ไปชั่วขณะ 

โดยแรงผลักดันสำคัญระลอกใหม่นี้ มาจากการหวนคืนสนามของกลุ่มนักลงทุนสถาบันและตลาดดั้งเดิม สะท้อนให้เห็นจากกองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ ที่กวาดเม็ดเงินลงทุนไหลเข้าไปได้สูงถึง 1.9 พันล้านดอลลาร์เมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งถือเป็นสถิติรายสัปดาห์ที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคมปี 2025

นอกจากนี้ ภาพรวมการฟื้นตัวของตลาดคริปโทฯ ยังได้รับแรงหนุนจากสภาวะเศรษฐกิจมหภาคที่เริ่มผ่อนคลายลง หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง 

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ประกาศเพิ่มวงเงินการรับซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวขึ้นเป็นสองเท่าไปจนถึงช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน และมีท่าทีว่าจะดึงเงินจากบัญชีกลางของรัฐบาลที่มีเม็ดเงินหน้าตักสูงเกือบ 1 ล้านล้านดอลลาร์มาใช้เป็นทุนในการดำเนินการ ซึ่งนโยบายดังกล่าวเปรียบเสมือนการอัดฉีดสภาพคล่องที่ช่วยกระตุ้นความกล้าเสี่ยงของนักลงทุนให้กลับมาอีกครั้ง

สำหรับก้าวต่อไปที่นักลงทุนต้องจับตาดูแบบห้ามกะพริบตา คือ การประกาศตัวเลขดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ในสัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ให้ความสำคัญมากที่สุด

ทางด้าน Thadeu Dos Santos ผู้อำนวยการระดับภูมิภาคจากบริษัทโบรกเกอร์ Infinox ได้ประเมินสถานการณ์ไว้ว่า หากตัวเลข PCE ออกมาแข็งแกร่งกว่าที่คาดการณ์ไว้ อาจส่งผลให้ดอลลาร์และผลตอบแทนพันธบัตรแข็งค่าขึ้น เพื่อสกัดกั้นราคาคริปโทฯ 

แต่ในทางกลับกัน หากตัวเลขเงินเฟ้อส่งสัญญาณชะลอตัวลง ก็จะช่วยล้างความกังวลเรื่องการใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดของ Fed และอาจกลายเป็นไฟเขียวสำคัญ ที่เปิดทางให้ราคา Bitcoin พุ่งทะยานขึ้นไปสร้างสถิติใหม่ได้ในระยะยาว

ในขณะที่รายงาน ราคา Bitcoin กำลังซื้อขายอยู่ที่ 80,807 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 4.35% ภายใน 24 ชั่วโมง อ้างอิงข้อมูลจาก coinmarketcap


มุมมองผู้เขียน : โครงสร้างเม็ดเงินรอบนี้ต่างจากรอบก่อนหน้าตรงที่มีแรงหนุนจากสถาบันเป็นหลัก ไม่ใช่แค่แรงเก็งกำไรรายย่อย ทำให้มีโอกาสยืนเหนือ 80,000 ดอลลาร์ได้ แต่ตัวเลข PCE สัปดาห์นี้คือด่านสำคัญ ที่จะพิสูจน์ว่าขาขึ้นรอบนี้จะไปต่อได้จริงหรือแค่จังหวะพักฐานก่อนเผชิญความผันผวนรอบใหม่