สรุปข่าว
- Strategy บริษัทถือครอง Bitcoin รายใหญ่ที่สุดในโลก เพิ่มทุนสำรองเงินดอลลาร์แตะระดับ 6.69 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ Net Leverage ร่วงลงมาเหลือเพียง 0.10%
- บริษัทขายหุ้นสามัญมูลค่าราว 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แล้วนำเงินไปซื้อหุ้นกู้บุริมสิทธิ STRC คืน เพิ่มทุนสำรอง และจัดตั้งกองทุนใหม่ชื่อ USD Cash
- ยอดถือครอง Bitcoin ยังคงอยู่ที่ 840,447 BTC ขณะที่หุ้นบุริมสิทธิ SRC ดีดตัวขึ้นกว่า 35% จากจุดต่ำสุดเดือนมิถุนายน
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Bullish
การลดภาระหนี้สินสุทธิลงจนเกือบเป็นศูนย์ สะท้อนว่าโครงสร้างการเงินของ Strategy แข็งแรงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ความเสี่ยงที่นักลงทุนกังวลมานานเรื่องการถูกบังคับขาย Bitcoin หากราคาร่วงแรงจึงลดลงตามไปด้วย ความมั่นใจของตลาดต่อ MSTR และต่อ Bitcoin ในภาพรวมมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น แม้ผลกระทบระยะสั้น อาจไม่หวือหวา แต่ในเชิงโครงสร้าง ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อความเชื่อมั่นระยะยาว
Strategy บริษัทจดทะเบียนที่ถือครอง Bitcoin รายใหญ่ที่สุดในโลก ได้เพิ่มสภาพคล่องเป็นเงินดอลลาร์สูงถึง 6.69 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ Net Leverage หรือสัดส่วนหนี้สินสุทธิ เทียบกับมูลค่า Bitcoin ที่บริษัทถือครองอยู่ ลดลงมาจนใกล้เคียงกับศูนย์อยู่ที่ 0.10% ซึ่งสะท้อนว่า บริษัทมีความเสี่ยงจากภาระหนี้สินต่ำมาก และมีความมั่นคงทางการเงินสูงขึ้นอย่างมาก
โดย Michael saylor ประธานกรรมการของบริษัท Strategy ได้โพสต์ข้อความลงบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X เมื่อวันที่ 24 สิงหาคมว่า “Net Leverage ของบริษัทได้กลายเป็น 0% แล้ว”
ซึ่งดัชนีนี้คำนวณจากการนำหนี้สิน ลบด้วยสินทรัพย์ดอลลาร์ แล้วหารด้วยมูลค่าของ Bitcoin ที่ถือครอง ยิ่งตัวเลขต่ำลงเท่าใด ก็ยิ่งสะท้อนถึงฐานะทางการเงินที่มั่นคงและแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น
ในการปรับโครงสร้างทุนรอบล่าสุด บริษัท Strategy ได้ขายหุ้นสามัญไปราว 18.26 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่าประมาณ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยนำเงินจำนวน 136.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไปซื้อหุ้น STRC คืน และนำเงิน 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไปเพิ่มในทุนสำรองเงินดอลลาร์ และจัดสรรเงินส่วนที่เหลืออีกประมาณ 1.59 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เข้าสู่กองทุนที่จัดตั้งขึ้นใหม่ภายใต้ชื่อ “USD Cash”
ซึ่งจากการคำนวณอย่างเป็นทางการผ่านเว็บไซต์ของบริษัท พบว่า เมื่อนำหนี้สินประมาณ 6.75 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ มาหักลบกับสินทรัพย์ที่เป็นเงินดอลลาร์ แล้วนำไปเทียบกับมูลค่า Bitcoin สำรองที่สูงถึงราว 6.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ จะได้ค่าความเสี่ยงจากหนี้สินสุทธิ (Net Leverage) อยู่ที่เพียง 0.10% เท่านั้น
ตัวเลขนี้สะท้อนว่า ในทางปฏิบัติ บริษัทแทบจะปราศจากความเสี่ยงจากการใช้ Leverage ทางการเงิน ซึ่งแตกต่างจากในอดีตอย่างมากที่ตัวเลขดังกล่าวเคยแกว่งตัวสูงถึงระดับ 5% ถึง 9%
บทบาทของกองทุน USD Cash และความคุ้มครองปันผลหุ้นบุริมสิทธิ
Michael Thaler ได้อธิบายเพิ่มเติมว่า กองทุน USD Cash ที่จัดตั้งขึ้นใหม่นี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้แก่โครงสร้างทุนเครดิตดิจิทัล โดยจะถูกนำไปใช้ในวัตถุประสงค์ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น การเข้าซื้อ Bitcoin เพิ่มเติม, การจ่ายเงินปันผลและดอกเบี้ยสำหรับหุ้นบุริมสิทธิ, การซื้อหุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธิคืน, การชำระคืนหุ้นกู้แปลงสภาพ ตลอดจนการเพิ่มทุนสำรองเงินดอลลาร์
ทั้งนี้ ในช่วงสองสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 10 ถึง 23 สิงหาคม บริษัท Strategy ไม่ได้มีการซื้อหรือขาย Bitcoin เพิ่มเติม ทำให้ยอดการถือครอง Bitcoin ยังคงถาวรอยู่ที่ 840,447 BTC
ขณะเดียวกัน ทุนสำรองเงินดอลลาร์มูลค่า 5.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่ใช้รองรับการจ่ายเงินปันผลหุ้นบุริมสิทธิรายปีราว 1.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ นั้นมีขนาดใหญ่เพียงพอที่จะครอบคลุมการจ่ายเงินปันผลได้ยาวนานถึง 3 ปี
จากการดำเนินการดังกล่าว ส่งผลให้หุ้นบุริมสิทธิชนิดไม่กำหนดวันหมดอายุอัตราดอกเบี้ยลอยตัว (SRC) ของ Strategy ดีดตัวขึ้นมากกว่า 35% จากจุดต่ำสุดในเดือนมิถุนายน กลับขึ้นมาอยู่ที่ $97.23 ซึ่งใกล้เคียงกับราคาพาร์ที่ $100
ทั้งนี้ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่บริษัทดำเนินมาตรการลดหนี้ เพราะเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา บริษัทได้เคยเข้าซื้อหุ้นกู้แปลงสภาพที่จะครบกำหนดในปี 2029 คืนมาแล้วเป็นมูลค่ากว่า 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ที่มา : coinpost
มุมมองผู้เขียน : การลดหนี้สินสุทธิลงมาเกือบศูนย์ในจังหวะที่ตลาดยังผันผวน ถือเป็นการบริหารความเสี่ยงที่ชาญฉลาดของ Saylor และทีมงาน ซึ่งสิ่งที่ต้องจับตาต่อคือ Strategy จะกลับมาเดินหน้าซื้อ Bitcoin เพิ่มเติมเมื่อไหร่ เพราะการหยุดซื้อในช่วงที่ผ่านมา อาจเป็นเพียงการตั้งหลักชั่วคราวก่อนเดินหน้าสะสมรอบใหม่

