bitkub-banner

Helium (HNT) เหรียญ Depin เจ้าดังพุ่งทะลุ 300%ในสัปดาห์เดียว อะไรเป็นสาเหตุ ?

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Helium (HNT) พุ่งขึ้นกว่า 304% ในสัปดาห์เดียว จากต่ำกว่า 0.20 ดอลลาร์ ขึ้นไปแตะจุดสูงสุด 0.989 ดอลลาร์ ก่อนย่อตัวลงมาแถว 0.776 ดอลลาร์
  • การพุ่งขึ้นรอบนี้มีแรงหนุนจาก Short Squeeze เมื่อเทรดเดอร์ที่เดิมพันว่าราคาจะลงถูกบังคับปิดสถานะ และต้องซื้อ HNT คืนจากตลาด
  • ปริมาณซื้อขายและ Open Interest ในตลาด Futures พุ่งแรง สะท้อนโมเมนตัมที่ยังร้อนแรง แต่ก็เพิ่มความเสี่ยงจากการใช้เลเวอเรจ

แนวโน้มผลกระทบ: Bullish

Helium (HNT) ปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงกว่า 304% ภายในสัปดาห์เดียว แต่เบื้องหลังการขึ้นครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงข่าวดี และแรงซื้อจากนักลงทุนเท่านั้น เพราะเทรดเดอร์ที่เดิมพันว่าราคาจะลงกลับถูกบังคับให้ซื้อเหรียญคืน จนเกิดแรงผลักดันแบบ Short Squeeze ขณะเดียวกันวอลุ่มซื้อขายและเงินเดิมพันในตลาด Futures ก็พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งสัญญาณว่า HNT กลับมาอยู่ในความสนใจของตลาดอีกครั้ง แม้ความร้อนแรงที่เพิ่มขึ้นจะมาพร้อมความเสี่ยงจากการใช้เลเวอเรจก็ตาม

Helium (HNT) กลับมาเป็นหนึ่งในเหรียญที่ตลาดคริปโทฯ จับตาอีกครั้ง หลังราคาพุ่งจากระดับต่ำกว่า 0.20 ดอลลาร์ ขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 0.989 ดอลลาร์ ก่อนย่อตัวลงมาเคลื่อนไหวแถว 0.776 ดอลลาร์ แต่ยังคงเพิ่มขึ้นกว่า 304% ภายในเวลาเพียงสัปดาห์เดียว

สิ่งที่น่าสนใจกว่าตัวเลขการพุ่งขึ้นคือ เบื้องหลังของการเคลื่อนไหวครั้งนี้อาจไม่ได้เกิดจากนักลงทุนแห่เข้าซื้อเหรียญ HNT ของ Helium ในตลาด Spot เพียงอย่างเดียว แต่ยังมีแรงผลักจากตลาด Futures ที่ทำให้คนซึ่งเดิมพันว่า ราคาจะลง ต้องกลายเป็นแรงซื้อโดยไม่ตั้งใจ

Helium เป็นโปรเจกต์คริปโตในกลุ่ม DePIN ที่เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้ามามีส่วนร่วมสร้างเครือข่ายไร้สายแบบกระจายศูนย์ผ่านการติดตั้งอุปกรณ์ โดยจุดเด่นสำคัญคือโปรเจกต์ยังมีการใช้งานจริงรองรับอยู่เบื้องหลัง

รายงานเกี่ยวกับการติดตั้งระบบ Wi-Fi ในรัฐเท็กซัสกลายเป็นหนึ่งในชนวนเหตุที่ปลุกความสนใจให้กลับมาอีกครั้ง แต่ปฏิกิริยาของตลาดกลับรุนแรงเกินกว่าตัวข่าว จากเหรียญที่เคยเคลื่อนไหวต่ำกว่า 0.20 ดอลลาร์ เหรียญ HNT ทะยานขึ้นเกือบ 170% ก่อนขยายการปรับตัวเป็นมากกว่า 300% ภายในเวลาไม่นาน

อย่างไรก็ตาม เส้นทางของ Helium ก็ไม่ได้ราบรื่นเสมอไป โดย Nova Labs ผู้พัฒนาโปรเจกต์เคยจ่ายเงิน 200,000 ดอลลาร์ เพื่อยอมความกับ SEC ในปี 2025 จากประเด็นการให้ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานเครือข่ายของบริษัทบางแห่ง ซึ่งกรณีดังกล่าวไม่ได้เกี่ยวข้องกับตัวโทเคน HNT โดยตรง

เมื่อคนที่เดิมพันว่าราคาจะลง กลายเป็นแรงผลักให้ราคาขึ้น

กราฟ HNT แสดงการพุ่งขึ้นเป็นสองระลอก เริ่มจากบริเวณ 0.33 ดอลลาร์ ขยับสู่ 0.45 ดอลลาร์ ก่อนเร่งตัวต่อไปถึง 0.70 ดอลลาร์ จากนั้นพักฐานอยู่หลายชั่วโมง ก่อนแรงซื้อระลอกใหม่จะผลักราคาเข้าใกล้ระดับ 0.98 ดอลลาร์

เบื้องหลังการพุ่งขึ้นของ HNT เกิดจากเหตุการณ์ Short Squeeze หรือการที่เทรดเดอร์จำนวนมากเปิดโพสิชัน Short แต่เมื่อราคา HNT กลับพุ่งขึ้นสวนทางจนขาดทุน กระดานเทรดจึงเริ่มบังคับปิดสถานะเหล่านั้น และต้องซื้อ HNT คืนจากตลาดเพื่อปิดโพสิชัน

ผลลัพธ์คือ ยิ่งราคาขึ้น ก็ยิ่งมีแรงกดดันให้ฝั่ง Short ต้องซื้อคืนมากขึ้น และแรงซื้อเหล่านั้นก็ยิ่งช่วยผลักราคา HNT ให้พุ่งสูงขึ้นไปอีก 

ข้อมูลจาก Coinglass ระบุว่า โพสิชัน Short ถูกบังคับปิดสถานะไปเกือบ 1.5 ล้านดอลลาร์ในวันเดียว และรวมกว่า 1.6 ล้านดอลลาร์ตลอดช่วงสุดสัปดาห์ ขณะที่ฝั่ง Long ถูกล้างพอร์ตไปเพียงแค่ 196,650 ดอลลาร์

ที่มา: Coinglass

ความสนใจที่กลับมาเห็นได้ชัดจากปริมาณการซื้อขาย HNT ซึ่งพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 2 ปี จากเดิมราว 45 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 110 ล้านดอลลาร์ ขณะที่มูลค่าการซื้อขายหมุนเวียนรวมแตะ 248.26 ล้านดอลลาร์

ภาพนี้สะท้อนว่า HNT กำลังเปลี่ยนมืออย่างรวดเร็ว และนักลงทุนจำนวนไม่น้อยเพิ่งเข้ามาถือเหรียญหลังราคาปรับตัวขึ้นแรงแล้ว ทำให้ฐานต้นทุนของผู้เล่นในตลาดขยับสูงขึ้นตามไปด้วย

ขณะเดียวกัน Open Interest หรือมูลค่ารวมของโพสิชันในตลาด Futures ที่เปิดอยู่ ก็พุ่งขึ้นถึง 197.6% สู่ 13.64 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบประมาณหนึ่งปี การที่ราคาและ Open Interest เพิ่มขึ้นพร้อมกันสะท้อนว่าโมเมนตัมขาขึ้นยังแข็งแกร่ง แต่ในอีกด้านหนึ่งก็หมายความว่า ตลาดเริ่มมีเม็ดเงินจากการใช้เลเวอเรจเข้ามามีบทบาทมากขึ้นเช่นกัน

ตัวเลขเหล่านี้จึงช่วยอธิบายได้ว่า เหตุใด HNT จึงพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะส่วนหนึ่งของแรงซื้อไม่ได้มาจากนักลงทุนรายใหม่ แต่เกิดจากคนที่เดิมพันผิดและถูกบังคับให้ซื้อเหรียญกลับคืน

ในขณะที่รายงาน HNT มีการซื้อขายกันอยู่ที่ 25.21 บาท ตามข้อมูลจากกระดานเทรด Bitkub

ที่มา:beincrypto


มุมมองผู้เขียน: ประเด็นนี้อาจเป็นจุดที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะหลังจาก HNT พุ่งขึ้นกว่า 300% คำถามสำคัญคือ เมื่อแรงหนุนจากเหตุการณ์ Short Squeeze เริ่มลดลงแล้ว Helium จะมีแรงซื้อจริงมากพอที่จะรักษาระดับราคาที่สูงขึ้นเอาไว้ได้หรือไม่