สรุปข่าว
- Chainlink จับมือ Bottomline ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงินระดับโลก เปิดทางให้ลูกค้ากลุ่มธนาคารเชื่อมระบบการชำระเงินเข้ากับบล็อกเชนทั้งแบบ Public และ Private Blockchain
- Bottomline ระบุว่า ระบบของบริษัทประมวลผลธุรกรรมผ่านเครือข่าย Swift ราว 15% ของธุรกรรมข้ามพรมแดนทั่วโลก คิดเป็นมูลค่ามากกว่า 16 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี
- อย่างไรก็ตาม ดีลนี้ยังอยู่ในขั้น Proof-of-Concept (PoC) หรือการทดสอบต้นแบบ ยังไม่ได้หมายความว่า เงิน 16 ล้านล้านดอลลาร์จะถูกย้ายขึ้นบล็อกเชนจริงทั้งหมด
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
Chainlink (LINK) จับมือ Bottomline Technologies เปิดทางให้ธนาคารเชื่อมระบบชำระเงินเดิมเข้ากับโลกบล็อกเชน โดย Bottomline มีเครือข่ายธนาคารกว่า 600 แห่ง และจัดการธุรกรรมผ่าน Swift มูลค่ามากกว่า 16 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือยังอยู่ในขั้น Proof-of-Concept (POC) จึงยังไม่ใช่การนำเงินจำนวนดังกล่าวขึ้นบล็อกจริงทั้งหมด
วันนี้ Chainlink ประกาศความร่วมมือกับ Bottomline Technologies เพื่อเชื่อมโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงินของธนาคารเข้ากับโลกบล็อกเชน สิ่งที่ทำให้ตลาดจับตาดีลนี้คือ ขนาดของเครือข่าย Bottomline ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการ Swift Service Bureau รายใหญ่ที่สุดของโลก และมีลูกค้าธนาคารมากกว่า 600 แห่ง
Bottomline ระบุว่า ระบบของบริษัทประมวลผลธุรกรรมข้ามพรมแดนผ่านเครือข่าย Swift ราว 15% และจัดการธุรกรรมมูลค่ามากกว่า 16 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี พร้อมประมวลผลธุรกรรมและข้อความทางการเงินมากกว่า 10 ล้านรายการต่อวัน

ปัจจุบันความร่วมมือยังอยู่ในขั้น Proof-of-Concept (PoC) หรือการทดสอบต้นแบบ เพื่อสำรวจว่าระบบชำระเงินดั้งเดิมของธนาคารจะสามารถเชื่อมต่อกับเครือข่ายบล็อกเชนได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด ดังนั้น สิ่งที่ตลาดต้องจับตาต่อจากนี้คือ การเปลี่ยนผ่านจาก PoC ไปสู่ธุรกรรมที่เกิดขึ้นจริง
โครงสร้างความร่วมมือครั้งนี้ถูกออกแบบให้ธนาคารยังสามารถใช้มาตรฐาน ISO 20022 ในการส่งคำสั่งชำระเงิน ขณะที่ Chainlink Runtime Environment (CRE) ทำหน้าที่ประสานกระบวนการต่าง ๆ และ Cross-Chain Interoperability Protocol (CCIP) ช่วยเชื่อมต่อบล็อกเชนหลายเครือข่ายเข้าด้วยกัน
ในด้าน Tokenomic หรือ ‘เศรษฐศาสตร์ของเหรียญ’ Chainlink มีระบบ Payment Abstraction ซึ่งเปิดทางให้ค่าบริการจากการใช้งานเครือข่ายสามารถชำระผ่านสินทรัพย์อื่น ก่อนถูกแปลงกลับมาเป็น LINK หากการใช้งานของสถาบันการเงินเพิ่มขึ้นในอนาคต กลไกดังกล่าวก็มีโอกาสสร้างดีมานด์ต่อ LINK ตามมา
แต่ในตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะบอกว่า ดีลกับ Bottomline จะสร้างแรงซื้อ LINK ได้มากเพียงใด เพราะทั้งสองบริษัทยังไม่ได้เปิดเผยจำนวนธุรกรรมที่จะเกิดขึ้นบนบล็อกเชน ค่าธรรมเนียม หรือจำนวนธนาคารที่จะนำระบบไปใช้งานจริง
อีกหนึ่งปัจจัยที่ตลาดจับตาคือ Charles Schwab ซึ่งยืนยันว่า LINK, SOL และ AVAX จะพร้อมให้ซื้อขายผ่าน Schwab Crypto ในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งอาจช่วยเพิ่มช่องทางการเข้าถึง LINK ในตลาดสหรัฐฯ
ในขณะที่รายงาน LINK มีการซื้อขายกันอยู่ที่ราคา 11.82 ดอลลาร์ ปรับตัวขึ้น 6.71% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา และมีมูลค่าตลาดอยู่ที่ระดับ 8.82 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งราคาปัจจุบันยังอยู่ต่ำกว่าจุดสูงสุดตลอดกาลที่ 52.88 ดอลลาร์ราว 77% ตามข้อมูลจาก CoinMarketCap

ที่มา:cryptopolitan
มุมมองผู้เขียน: ดีลระหว่าง Chainlink และ Bottomline อาจไม่ได้เป็นเพียงแค่ความร่วมมือระหว่างบริษัทเทคโนโลยีสองราย แต่กำลังเปิดประตูให้บล็อกเชนเข้าไปเชื่อมต่อกับระบบชำระเงินที่มีธุรกรรมระดับ 16 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี หากการทดลองครั้งนี้พัฒนาไปสู่การใช้งานจริงได้สำเร็จ นี่อาจกลายเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของวงการคริปโต

