สรุปข่าว
- STONK พุ่งกว่า 250% ใน 24 ชั่วโมง แตะ ATH ที่ $0.212 ก่อนย่อลงมาแถว $0.16 ดันมูลค่าตลาดแตะ $140 ล้าน
- StonkFun ผนึก LaunchLab ของ Raydium หวังลดปัญหา Sniping และเพิ่มสภาพคล่องให้โทเคนใหม่
- กระแส Solana กลับมาคึกคัก หลัง RAY และ JUP พุ่งขึ้น 46% และ 21% ตามลำดับ ขณะที่ StonkFun มีระบบซื้อคืนโทเคนคอยหนุนราคา
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
StonkFun (STONK) พุ่งกว่า 250% สร้างจุดสูงสุดใหม่ที่ $0.212 และมีมูลค่าตลาดราว 140 ล้านดอลฯ หลังประกาศเชื่อมกับ LaunchLab ของ Raydium เพื่อยกระดับการเปิดตัวโทเคนบน Solana ขณะที่ RAY และ JUP ปรับตัวขึ้นตาม กระแสยังได้แรงหนุนจากระบบซื้อคืนโทเคนของ StonkFun และการแสดงจุดยืนสนับสนุนจากบัญชี Solana อย่างไรก็ตาม ราคาที่พุ่งแรงทำให้ตลาดต้องจับตาว่า StonkFun จะสร้างวอลุ่มและผู้ใช้งานจริงได้ต่อเนื่องหรือไม่
STONK โทเคนหลักของ StonkFun แพลตฟอร์ม Launchpad บนเครือข่าย Solana พุ่งกว่า 250% ภายใน 24 ชั่วโมง แตะระดับสูงสุดตลอดกาลที่ 0.212 ดอลลาร์ ก่อนย่อตัวลงมาเคลื่อนไหวใกล้ 0.16 ดอลลาร์ ส่งผลให้มูลค่าตลาดพุ่งขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 140 ล้านดอลลาร์ ขณะที่วอลุ่มซื้อขายรายวันแตะ 135 ล้านดอลลาร์
การปรับตัวขึ้นครั้งนี้เกิดขึ้นหลัง StonkFun ประกาศผสานระบบเปิดตัวโทเคนเข้ากับแพลตฟอร์ม LaunchLab ของ Raydium ทำให้กระแสความสนใจกลับมาสู่ระบบนิเวศบน Solana อีกครั้ง ขณะที่โทเคนของทั้ง Raydium (RAY) และ Jupiter (JUP) ก็ปรับตัวขึ้นตาม โดย RAY เพิ่มขึ้นประมาณ 46% สู่ 1.27 ดอลลาร์ และ JUP เพิ่มขึ้น 21% สู่ 0.27 ดอลลาร์
STONK คืออะไร? ทำไมถึงกลายเป็นกระแส
StonkFun เป็นแพลตฟอร์มที่เปิดให้ผู้ใช้สร้างโทเคนซึ่งผูกกับสินทรัพย์ประเภทต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นหุ้น หรือกองทุน ETF ไปจนถึงเหรียญคริปโต เงินตรา และสินค้าโภคภัณฑ์ โดย STONK เองมีคู่ซื้อขายกับ SPYx ซึ่งเป็นโทเคนของ Backed Finance ที่ออกแบบมาให้ติดตามดัชนีหุ้น S&P 500 ผ่าน SPDR S&P 500 ETF
อย่างไรก็ตาม การที่ STONK ซื้อขายคู่กับ SPYx ไม่ได้หมายความว่า ผู้ถือ STONK มีสิทธิ์เป็นเจ้าของหุ้นหรือ ETF จริง ราคาของ STONK ในรูปดอลลาร์จึงขึ้นอยู่ทั้งกับราคาของ SPYx และแรงซื้อขายของ STONK เอง ทำให้แม้ S&P 500 จะปรับตัวขึ้น แต่ STONK ก็สามารถร่วงลงได้หากแรงขายมีมากกว่า
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ StonkFun ประกาศว่า เหรียญใหม่จะเปิดตัวผ่าน LaunchLab ของ Raydium โดยระบุว่า จะช่วยลดต้นทุนการเปิดตัว ลดความเสี่ยงจาก Sniping หรือการที่บอทหรือผู้ซื้อบางรายเข้าซื้อเหรียญทันทีที่เปิดตัว และช่วยเพิ่มสภาพคล่องหลังผ่านช่วง Bonding Curve หรือกลไกกำหนดราคาตามอุปสงค์และอุปทานในช่วงแรก
ระบบ LaunchLab จะให้ผู้ใช้ซื้อขายโทเคนผ่าน Bonding Curve ก่อนย้ายสภาพคล่องเข้าสู่พูลของ Raydium เมื่อถึงเงื่อนไขที่กำหนด จากนั้นสามารถซื้อขายต่อผ่าน Raydium และแพลตฟอร์ม Aggregator อื่น ๆ ได้
Buyback ดันกระแส ขณะที่ StonkFun เร่งแก้ปัญหาเปิดตัว
อีกหนึ่งกลไกที่น่าจับตาคือ Buyback หรือการซื้อโทเคนคืนของ StonkFun ซึ่งใช้รายได้จากค่าธรรมเนียมการซื้อขายในพูล V3 มาซื้อและเผาโทเคนที่มีมูลค่าตลาดสูงสุด 10 อันดับแรกของแพลตฟอร์ม
ปัจจุบันโทเคนที่จับคู่กับ Zcash (ZEC), Hyperliquid (HYPE) และ Bittensor (TAO) ครอง 3 อันดับแรกของระบบ และ StonkFun ระบุว่า มีโทเคนมากกว่า 78 รายการที่ถูกซื้อและเผาผ่านกลไกดังกล่าวแล้ว
การผสานระบบกับ LaunchLab ของ Raydium ยังเกิดขึ้นหลังผู้ใช้งานบางส่วนร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาในการเปิดตัวโทเคน โดยเฉพาะเรื่อง Sniping, การเปิดตัวผ่านกระเป๋าเงินเดียว และต้นทุนการเปิดตัวที่สูง ซึ่ง StonkFun ระบุว่า การอัปเดตครั้งใหม่จะเข้ามาแก้ปัญหาเหล่านี้ พร้อมเพิ่มเพดานการซื้อของนักพัฒนาเป็นการชั่วคราวเพื่อสกัดกั้นกลุ่ม Sniper
ประเด็นที่น่าสนใจคือ กระแสของ StonkFun ยังได้รับความสนใจจากบัญชี X อย่างเป็นทางการของ Solana ซึ่งเข้ามาตอบโพสต์ของแพลตฟอร์มว่า “พวกเราสนับสนุนโทเคน Stonk”
ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ STONK กลายเป็นอีกหนึ่งเหรียญที่ตลาด Solana กำลังจับตา แต่คำถามสำคัญต่อจากนี้คือ StonkFun จะสามารถเปลี่ยนกระแสเก็งกำไรระยะสั้นให้กลายเป็นวอลุ่มและผู้ใช้งานจริงได้หรือไม่ เพราะการพุ่งขึ้น 250% อาจสร้างโมเมนตัมได้อย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันก็หมายถึงความเสี่ยงด้านความผันผวนที่สูงขึ้นตามไปด้วย
ที่มา:theblock
มุมมองผู้เขียน: STONK กำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการกลับมาเป็นกระแส หลังความสนใจของตลาดก่อนหน้านี้เทไปยังระบบนิเวศของ Robinhood Chain อย่างไรก็ตาม จุดชี้วัดสำคัญที่จะบอกได้ว่ากระแส Launchpad บน Solana ครั้งนี้เป็นเพียงกระแสระยะสั้นหรือสามารถเติบโตอย่างยั่งยืนอาจอยู่ที่รายได้และปริมาณการใช้งานของ StonkFun เมื่อเทียบกับคู่แข่ง ซึ่งเป็นตัวเลขที่นักลงทุนคริปโตควรจับตาต่อจากนี้อย่างใกล้ชิด

