สรุปข่าว
- หุ้น Metaplanet บริษัทสะสม Bitcoin สัญชาติญี่ปุ่น ร่วงลงเกือบ 10% เหลือ 244 เยน ในวันอังคาร ทำให้ยอดขาดทุนสะสมใน 2 วันทะลุ 17% สวนทางราคา Bitcoin ที่แทบไม่ขยับ
- ต้นตอปัญหาคือ แผนออปชันหุ้นผู้บริหารที่ขยายขนาดอัตโนมัติ ตามการเพิ่มทุน ทำให้กองทุนออปชันพุ่งจาก 46 ล้านหุ้น เป็น 319 ล้านหุ้น จนผู้ถือหุ้นเดิมเสียเปรียบหนัก
- แม้ CEO Simon Gerovich จะออกจดหมายชี้แจงและแก้ไขแผนออปชัน แต่นักลงทุนยังไม่พอใจ เพราะมองว่า เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ขณะที่ประเด็นความสัมพันธ์กับ MMXX Ventures ก็ยังคลุมเครือ
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Bearish
ความไม่เชื่อมั่นที่เกิดจากประเด็นธรรมาภิบาลภายในองค์กรมักใช้เวลาแก้ไขนาน โดยเฉพาะเมื่อคำชี้แจงจาก CEO ยังทิ้งคำถามสำคัญไว้โดยไม่ตอบให้ชัด แรงเทขายจากนักลงทุนที่รู้สึกว่าถูกเอาเปรียบจึงมีโอกาสกดดันราคาหุ้นต่อเนื่องในระยะสั้น จนกว่าบริษัทจะแสดงความโปร่งใสที่นักลงทุนต้องการจริง ๆ
ราคาหุ้นของ Metaplanet บริษัทจัดเก็บคลังสำรอง Bitcoin ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว ปรับตัวลดลงเกือบ 10% มาอยู่ที่ 244 เยน ($1.56) ในวันอังคาร ส่งผลให้สถิติการดิ่งลงต่อเนื่องในสองวันร่วงทะลุ 17% หลังจากที่วันจันทร์ปรับตัวลงไปแล้ว 7.5% ซึ่งถือเป็นการเปิดตลาดเซสชันแรก นับตั้งแต่ Simon Gerovich ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้เผยแพร่จดหมายเปิดผนึกเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เนื่องจากตลาดมองว่า จดหมายดังกล่าวยังคงทิ้งประเด็นสงสัยสำคัญไว้ โดยไม่มีคำชี้แจงที่ชัดเจน
นอกจากนี้การร่วงลงอย่างหนักของราคาหุ้นยังเกิดขึ้นสวนทางกับราคา Bitcoin ที่เคลื่อนไหวค่อนข้างทรงตัวตลอด 3 วันที่ผ่านมา โดยปรับตัวลดลงเพียง 1% อยู่ที่ระดับ $78,464
ชนวนเหตุความขัดแย้งเรื่องแผนสิทธิเลือกซื้อหุ้นและการเจือจางหุ้น
ต้นตอความขัดแย้งของบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นแห่งนี้ เกิดขึ้นจากแผนมอบสิทธิเลือกซื้อหุ้น (Series 10 Stock Options) ที่อนุมัติไว้ตั้งแต่ปี 2022 ซึ่งเป็นช่วงก่อนจะเปลี่ยนกลยุทธ์มาเน้นเก็บสะสม Bitcoin ในปี 2024
แผนดังกล่าวระบุให้สัดส่วนของกองทุนออปชันสำหรับผู้บริหารขยายตัวตามจำนวนหุ้นทั้งหมดอัตโนมัติที่ 20% แทนที่จะล็อกจำนวนหุ้นไว้คงที่ ทำให้เมื่อบริษัทออกหุ้นเพิ่มทุนระดมเงินไปซื้อ Bitcoin กองทุนออปชันของผู้บริหารจึงขยายขนาดตาม จากราว 46 ล้านหุ้น พุ่งขึ้นเป็นประมาณ 319 ล้านหุ้น จนสร้างความไม่พอใจแก่นักลงทุนที่มองว่า ผู้บริหารได้ประโยชน์บนความเสียหายของผู้ถือหุ้นเดิม ที่ถูกลดสัดส่วนการถือหุ้น
ยิ่งไปกว่านั้น ความสัมพันธ์ระหว่าง Gerovich กับบริษัท MMXX Ventures ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ยังถูกตั้งคำถามถึงผลประโยชน์ทับซ้อน เนื่องจากมีเอกสารระบุว่า เขาอาจถือสิทธิออกเสียงส่วนใหญ่ทางอ้อมในบริษัทดังกล่าวด้วย
เพื่อสยบกระแสความขัดแย้ง Simon Gerovich ได้โพสต์ข้อความชี้แจงผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X โดยยอมรับว่า Metaplanet ยังสื่อสารแผนงานและโครงสร้างบริษัทแก่ผู้ถือหุ้นได้ไม่ดีพอ พร้อมเปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา บริษัทได้แก้ไขแผนออปชันแล้ว
โดยยกเลิกข้อกำหนดการปรับสัดส่วนอัตโนมัติ และทำการล็อคขนาดกองทุนออปชันไว้ที่จำนวนแน่นอน 319.46 ล้านหุ้น ที่ราคาใช้สิทธิ 10 เยนต่อหุ้น พร้อมกำหนดระยะเวลาห้ามขายยาว 5 ปีจนถึงวันที่ 17 สิงหาคม 2031
นอกจากนี้ ในประเด็นของ MMXX นั้น Simon Gerovich ได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่า บริษัทดังกล่าวเป็นเพียงผู้ถือหุ้นรายใหญ่ แต่ไม่ได้ถือหุ้นเสียงข้างมากในบริษัทแม่ และตัวเขาเองก็ไม่มีบทบาทในบอร์ดบริหาร หรือมีส่วนในการตัดสินใจลงทุนของ MMXX แต่อย่างใด
กระแสต้านจากนักลงทุนยังคงลุกลาม
คำชี้แจงของ CEO ยังไม่สามารถเรียกความเชื่อมั่นจากนักลงทุนกลับคืนมาได้ ดังสะท้อนผ่านความคิดเห็นบน X ที่ผู้ถือหุ้นจำนวนมากมองว่า การแก้ไขแผนออปชันในเดือนสิงหาคม ทำเพียงแค่หยุดการเติบโตเพิ่ม แต่กลับยังคงสิทธิ์ส่วนเกินที่ขยายตัวไปแล้วไว้อย่างเดิม
โดยนักลงทุนหลายราย รวมถึงผู้ใช้งานที่ชื่อว่า “Ragnar” ได้เรียกร้องให้บริษัทยกเลิกหุ้นส่วนเกินประมาณ 273 ล้านหุ้นออกไป แล้วแทนที่ด้วยโปรแกรมแรงจูงใจใหม่
ขณะที่นักลงทุนนามแฝงที่ชื่อ “The Bitcoin Pharaoh” ชี้ให้เห็นข้อขัดแย้งว่า Gerovich ได้ใช้สิทธิออปชันรับหุ้นไปมากกว่า 64 ล้านหุ้น หลังจากการประกาศจำกัดเพดานออปชันเพียง 10 วัน ซึ่งเป็นการกระทำที่ย้อนศร และยากจะอธิบาย
นอกจากนี้ ประเด็นเรื่องความสัมพันธ์กับ MMXX ก็ยังคงไร้คำชี้แจงที่ชัดเจน เนื่องจากเอกสารในอดีต เคยจัดให้ MMXX เป็นกิจการที่เกี่ยวข้องกับผู้บริหาร ทำให้กลุ่มนักลงทุนออกมาเรียกร้องให้เปิดเผยรายชื่อผู้ถือหุ้นที่แท้จริงของ MMXX รวมถึงตรวจสอบว่า Gerovich หรือผู้เกี่ยวข้องได้รับผลประโยชน์ทางการเงินหรือไม่ ในช่วงที่ MMXX เทขายหุ้น Metaplanet ออกมาตอนที่ตลาดปรับตัวขึ้นในปี 2024
ที่มา : theblock
มุมมองผู้เขียน : หากบริษัทยังไม่เปิดเผยข้อมูลเรื่องความสัมพันธ์กับ MMXX ให้โปร่งใสและชัดเจนกว่านี้ ราคาหุ้นก็ยังมีแนวโน้มถูกกดดันต่อเนื่องไปอีกระยะ แม้ว่ามูลค่า Bitcoin ที่บริษัทถือครองอยู่จะยังคงสูงก็ตาม เพราะในความเป็นจริง นักลงทุนไม่ได้ซื้อเพียงแค่ Bitcoin ผ่านหุ้น Metaplanet เท่านั้น แต่ยังจ่ายเงินซื้อความไว้วางใจที่มีต่อทีมบริหารอีกด้วย

