สรุปข่าว
- SBI Shinsei Trust Bank ร่วมกับ SBI VC Trade เริ่มนำทุนสำรองของ Stablecoin สกุลเยน “JPYSC” มูลค่า 1,000 ล้านเยน หรือราว 6,511,480 ดอลลาร์ ไปลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้น
- การเคลื่อนไหวนี้ เกิดขึ้นได้จากการแก้ไขพระราชบัญญัติบริการการชำระเงินของญี่ปุ่น ที่อนุญาตให้ Stablecoin ประเภทกองทรัสต์สามารถนำเงินสำรองไปค้ำประกันด้วยพันธบัตรได้สูงสุด 50% ของมูลค่าการออกเหรียญ
- JPYSC มียอดหมุนเวียนราว 2.01 หมื่นล้านเยน หรือราว 130,880,748 ดอลลาร์และกำลังขยายความร่วมมือกับ Ondo Finance เพื่อผลักดันการใช้งานบนบล็อกเชนในวงกว้างขึ้น
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Neutral
ข่าวนี้เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินและกฎระเบียบในประเทศญี่ปุ่นเป็นหลัก ยังไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อราคาสินทรัพย์ดิจิทัลในตลาดกว้าง แต่ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อความเชื่อมั่นในภาคอุตสาหกรรม Stablecoin และ RWA ระยะยาว
SBI Shinsei Trust Bank บริษัทในเครือธนาคาร SBI Shinsei ร่วมกับ SBI VC Trade ผู้ให้บริการกระดานซื้อขายคริปโตเคอเรนซี ได้ประกาศเมื่อวันที่ 7 กันยายนที่ผ่านมาว่า ได้เริ่มนำสินทรัพย์ค้ำประกันส่วนหนึ่งของ Stablecoin ที่อิงสกุลเงินเยนอย่าง “JPYSC” เข้าไปลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้น โดยเริ่มจากทุนสำรองมูลค่า 1,000 ล้านเยน หรือประมาณ 6,511,480 ดอลลาร์
ซึ่งนับเป็นโครงการนำร่องที่ใช้ประโยชน์จากการแก้ไขพระราชบัญญัติบริการการชำระเงิน (Payment Services Act) ของญี่ปุ่น
ทั้งนี้ JPYSC คือ สื่อกลางการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกออกแบบให้ผูกมูลค่ากับเงินเยนในอัตราส่วน 1:1 ที่ออกโดย SBI Shinsei Trust Bank และมี SBI VC Trade ทำหน้าที่เป็นผู้จัดจำหน่าย ทำให้ JPYSC ถือเป็น Stablecoin อิงเงินเยนประเภทกองทรัสต์รายแรกของประเทศญี่ปุ่น
การปลดล็อกนโยบายบริหารสินทรัพย์ และการขยายความร่วมมือ
การเปิดทางให้นำสินทรัพย์มาลงทุนในครั้งนี้ เป็นผลมาจากพระราชบัญญัติบริการการชำระเงินฉบับแก้ไข ที่มีผลบังคับใช้เมื่อเดือนมิถุนายน 2026 ซึ่งอนุญาตให้ Stablecoin ประเภทกองทรัสต์ สามารถนำเงินสำรองไปค้ำประกันด้วยพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้นที่มีอายุไม่เกิน 3 เดือน หรือเงินฝากประจำ ได้สูงสุดไม่เกิน 50% ของมูลค่าการออกเหรียญ จากเดิมที่ถูกจำกัดให้ต้องเก็บรักษาไว้ในรูปแบบเงินฝากกระแสรายวันหรือออมทรัพย์เท่านั้น
ซึ่งทาง SBI Shinsei Trust Bank และ SBI VC Trade ระบุว่า การดำเนินการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อบริหารจัดการสินทรัพย์ค้ำประกันให้อยู่ในสินทรัพย์สกุลเงินเยนที่มีความน่าเชื่อถือสูง ควบคู่ไปกับการรักษาความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง สำหรับการถอนคืนเงิน
ทั้งนี้ ณ วันที่ 7 กันยายน 2026 เหรียญ JPYSC มียอดคงค้างหมุนเวียนอยู่ที่ 2.01 หมื่นล้านเยน หรือประมาณ 130,880,748 ดอลลาร์ และมียอดคำขอสินเชื่อราว 6,900 ล้านเยน ประมาณ 44,929,212 ดอลลาร์ รวมมูลค่าโครงสร้างระบบแล้วอยู่ที่ราว 2.7 หมื่นล้านเยน หรือ 175 ล้านดอลลาร์
ขณะเดียวกัน ความร่วมมือระหว่าง JPYSC กับพันธมิตรทางธุรกิจอื่น ๆ ก็กำลังเติบโตขึ้น โดยเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา SBI Holdings บริษัทแม่ของกลุ่ม SBI ได้ประกาศลงนามเป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์กับ Ondo Finance ผู้ให้บริการชั้นนำด้านการแปลงสินทรัพย์ในโลกจริงให้เป็นโทเคน (RWA)
โดยทั้งสองบริษัทระบุว่า กำลังพิจารณานำ JPYSC มาใช้เป็นสื่อกลางการชำระเงินบนบล็อกเชน และนำมาใช้เป็นหลักประกัน เพื่อมุ่งหวังที่จะนำเสนอแพลตฟอร์มการเงินที่มีความหลากหลาย และสะดวกสบายให้แก่นักลงทุนทั้งใน และต่างประเทศต่อไป
ที่มา : coinpost
มุมมองผู้เขียน : การที่ญี่ปุ่นเปิดทางให้ Stablecoin ประเภทกองทรัสต์นำเงินสำรองไปลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลได้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้ผู้ออกเหรียญ มีช่องทางสร้างผลตอบแทนจากเงินสำรองมากขึ้น โดยไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงที่สูง ซึ่งเป็นโมเดลที่ใกล้เคียงกับผู้ออก Stablecoin รายใหญ่ในตลาดโลกอย่าง USDT หรือ USDC มากขึ้นเรื่อย ๆ

