สรุปข่าว
- Consensys ประกาศแยกองค์กรออกเป็นสองบริษัทอย่างอิสระ โดยฝั่ง MetaMask จะใช้ชื่อแบรนด์ใหม่ทั้งหมด มี Joe Lubin ลงมานั่งเก้าอี้ CEO ด้วยตัวเอง
- ธุรกิจโปรโตคอลและโครงสร้างพื้นฐานสำหรับสถาบันการเงิน อย่าง Ethereum, Hyperledger Besu และ Linea จะแยกไปอยู่ภายใต้บริษัท Consensys เดิม นำโดย Mike Kriak
- การปรับโครงสร้างเกิดขึ้นท่ามกลางแผน IPO ที่ถูกเลื่อนออกไป ขณะที่ทิศทางธุรกิจของ MetaMask หลังแยกตัว เน้นไปที่การเป็นแพลตฟอร์มการเงินส่วนบุคคลแบบ Self-custodial ที่ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งการชำระเงิน การออม และการลงทุน ผ่านบริการ Money Account และ Stablecoin mUSD
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Neutral
สำหรับฝั่งผู้ใช้งานและระบบนิเวศ Ethereum ในระยะยาว การแยกบริษัทครั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับโทเคนใดโดยตรง เพราะทั้ง MetaMask และ Consensys ไม่มีโทเคนของตัวเองที่ซื้อขายในตลาด แต่การที่ MetaMask ได้รับอิสระในการโฟกัสธุรกิจฟินเทครายย่อยเต็มตัว อาจสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้งานที่ถือ Stablecoin mUSD มากขึ้น
Consensys บริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลยีบน Ethereum ประกาศปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ ด้วยการแยกองค์กรออกเป็นสองบริษัทอย่างเป็นอิสระต่อกัน เพื่อแยกธุรกิจกระเป๋าเงินดิจิทัล MetaMask ออกจากฝั่งโปรโตคอลและโครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชนสำหรับสถาบันการเงิน โดยบริษัทเดิมอย่าง Consensys Software Inc. จะเปลี่ยนชื่อแบรนด์เป็น MetaMask และมี Joe Lubin ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum นั่งเก้าอี้ CEO
ในขณะที่กลุ่มงานโปรโตคอล โครงสร้างพื้นฐานสถาบัน และบล็อกเชน Layer-2 อย่าง Linea จะย้ายไปอยู่ภายใต้บริษัทใหม่ที่ใช้ชื่อ Consensys เดิม นำโดย Mike Kriak ในตำแหน่ง CEO เพื่อมุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับ Tokenized assets , Stablecoin และระบบชำระเงินสำหรับสถาบันการเงิน โดยกระบวนการแยกบริษัทนี้คาดว่า จะเสร็จสิ้นภายในสิ้นปี 2026
MetaMask แยกตัวทำเดี่ยว Lubin ลงคุมบังเหียนเอง
Joe Lubin ประธานบริหารของ Consensys เปิดเผยว่า ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา บริษัทได้ร่วมวางรากฐานให้ Ethereum จนส่งผลให้ MetaMask ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในกระเป๋าเงินดิจิทัลแบบ Self-custodial ที่มีผู้ใช้มากที่สุดในโลก ซึ่งปัจจุบันกำลังต่อยอดสู่การเป็นแพลตฟอร์มจัดการการเงินส่วนบุคคลที่ครอบคลุมทุกมิติ
โดย Lubin จะลงมารับตำแหน่งประธานและ CEO ของ MetaMask ด้วยตนเอง เพื่อผลักดันระบบการเงินรายย่อยอย่างเต็มที่
ขณะที่บริษัท Consensys ยุคใหม่จะแยกไปโฟกัสการพัฒนาโปรโตคอลและโครงสร้างพื้นฐานอย่าง Ethereum, Hyperledger Besu และ Linea เพื่อสนับสนุนสถาบันการเงินให้ดำเนินงานบนบล็อกเชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยทั้งสองบริษัทยังคงทำงานร่วมกันในระบบนิเวศเดิม แต่จะมุ่งเน้นการเจาะกลุ่มเป้าหมายของตนเองให้ชัดเจนและตรงจุดยิ่งขึ้น
ปรับโครงสร้างท่ามกลางความไม่แน่นอนของแผน IPO และการเติบโตของ MetaMask
การปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่นี้ เกิดขึ้นหลังจาก Consensys ตัดสินใจเลื่อนแผนการเสนอขายหุ้น IPO ในสหรัฐฯ ออกไปเป็นอย่างน้อยช่วงใบไม้ร่วงปีนี้ เนื่องจากสภาวะตลาดที่ไม่เอื้ออำนวย
โดยแถลงการณ์ล่าสุดไม่ได้มีการกล่าวถึงแผน IPO แม้ก่อนหน้านี้จะมีรายงานว่า บริษัทเคยว่าจ้าง JPMorgan และ Goldman Sachs มาดูแลกระบวนการดังกล่าว
สำหรับฝั่ง MetaMask ที่มียอดดาวน์โหลดทะลุ 100 ล้านครั้ง กำลังขยายบริการจากการเป็นเพียงวอลเล็ตไปสู่ฟินเทคครบวงจร ทั้งการชำระเงิน การออม และการลงทุน ผ่านการเปิดตัวบริการ “Money Account” ที่ใช้เหรียญ mUSD ซึ่งเป็น Stablecoin อิงดอลลาร์สหรัฐของ MetaMask เอง เป็นศูนย์กลางในการจ่ายดอกเบี้ยและใช้จ่าย
ที่มา : coindesk, bitcoin news
มุมมองผู้เขียน : การแยกบริษัทครั้งนี้ ถือเป็นการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ที่มีเหตุผลชัดเจนมากกว่าการปรับโครงสร้างทั่วไป โดยเฉพาะในช่วงที่แผน IPO ยังคงชะลอตัว ทำให้หากบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งสองบริษัทมีโอกาสที่จะเติบโตและไปได้ไกลกว่าการรวมตัวกันอยู่ภายใต้บริษัทเดียวกัน

