bitkub-banner

MoneyGram จับมือ Visa เปิดตัวบัตรเดบิต Stablecoin ตามรอย Western Union รุกตลาดโอนเงินข้ามประเทศ

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • MoneyGram ประกาศเปิดตัวบัตรเดบิต Stablecoin ร่วมกับ Visa โดยเริ่มจากบัตรเสมือนจริงในโคลอมเบียเป็นประเทศแรก
  • ผู้ใช้งานผูกบัตรกับ Apple Wallet หรือ Google Wallet แตะจ่ายได้ทันที และมีแผนออกบัตรจริง พร้อมขยายประเทศเพิ่มเติมภายในปีนี้
  • ความร่วมมือนี้ ต่อยอดจาก MGUSD สกุลเงิน Stablecoin ของ MoneyGram เอง และดึง Rain พันธมิตรรายเดียวกับที่เคยช่วย Western Union ปั้น Stablecard มาเป็นผู้วางโครงสร้างพื้นฐาน

แนวโน้มส่งผลต่อราคาอย่างไร:  Bullish

ข่าวนี้ไม่ได้พุ่งเป้าไปที่โทเคนใดโทเคนหนึ่งโดยตรง แต่สะท้อนภาพใหญ่ที่ผู้เล่นการเงินดั้งเดิมกำลังแข่งกันผนวก Stablecoin เข้าสู่บริการหลัก ซึ่งเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อภาพรวมอุตสาหกรรม โดยเฉพาะเครือข่าย Stellar และ Solana ที่ MoneyGram เลือกใช้งานอยู่ในขณะนี้

MoneyGram ผู้ให้บริการโอนเงินระดับโลก ประกาศยกระดับการบริการสินทรัพย์ดิจิทัลด้วยการเปิดตัวบัตรเดบิต Stablecoin ร่วมกับ Visa ตามหลังคู่แข่งสำคัญอย่าง Western Union 

โดยประเดิมเปิดตัวเป็นบัตรเสมือนจริง (Virtual Card) ในประเทศโคลอมเบียเป็นแห่งแรก ให้ผู้ใช้งานสามารถผูกกับ Apple Pay หรือ Google Wallet เพื่อแตะจ่ายได้ทันที พร้อมวางแผนเปิดตัวบัตรจริง (Physical Card) และขยายพื้นที่ให้บริการไปยังประเทศอื่นๆ เพิ่มเติมภายในช่วงที่เหลือของปีนี้

ความร่วมมือทางเทคโนโลยี และบทบาทของ Stablecoin ในการลดต้นทุนโอนเงิน

ในการพัฒนานวัตกรรมบัตรครั้งนี้ MoneyGram ได้ร่วมมือกับ Rain ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงิน รายเดียวกับที่เคยสนับสนุนการเปิดตัว Stablecard ของ Western Union 

โดยถือเป็นการต่อยอด จากช่วงกลางปี ที่ MoneyGram ได้เปิดตัว MGUSD ซึ่งเป็น Stablecoin ของตัวเองบนบล็อกเชน Stellar พร้อมเชื่อมต่อเข้ากับกระเป๋าเงินแบบ Self-custodial บนแอปพลิเคชันหลัก และล่าสุด ยังได้ขยายความร่วมมือกับกระเป๋าเงินบนเครือข่าย Solana เพื่อเพิ่มช่องทางแลกเปลี่ยนระหว่างเงินสดและคริปโทฯ ให้สะดวกยิ่งขึ้น 

ซึ่งการรุกตลาด Stablecoin ของยักษ์ใหญ่การเงินนี้ สอดคล้องกับรายงานของธนาคารโลกที่ชี้ว่า Stablecoin และบัตรเดบิตเป็นเครื่องมือสำคัญในการช่วยลดต้นทุนการส่งเงินกลับประเทศของแรงงานข้ามชาติ โดยมีค่าธรรมเนียมเฉลี่ยต่ำที่สุดเพียง 3.61% เท่านั้น

ที่มา : tradingview


มุมมองผู้เขียน : ในอีก 1-2 ปีข้างหน้า อาจจะเห็นบริษัทโอนเงินรายอื่น ทยอยเดินหน้าตามโมเดลนี้ และเมื่อถึงจุดนั้น Stablecoin ก็จะไม่ใช่แค่เครื่องมือของนักเทรดคริปโทฯ อีกต่อไป แต่จะก้าวขึ้นมาเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินหลักที่ทั่วโลกได้ใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน