bitkub-banner

AI ค่ายดัง 3 ตัวมีคำตอบ ! ทรัมป์แจกเงินคนอเมริกัน 5,000 ดอลลาร์ แล้ว Bitcoin จะเป็นอย่างไร ? 

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ทรัมป์เสนอแจกเงิน 5,000 ดอลลาร์ ให้ชาวอเมริกันวัยผู้ใหญ่ทุกคน หากรีพับลิกันรักษาเสียงข้างมากในสภาคองเกรสได้ คิดเป็นวงเงินราว 1.2 ล้านล้านดอลลาร์
  • ChatGPT และ Gemini มองว่า BTC มีโอกาสพุ่งในช่วงแรก จากแรงเก็งกำไรและเงินบางส่วนที่อาจไหลเข้าสินทรัพย์เสี่ยง ขณะที่ Gemini มองว่าอาจคล้ายแรงกระตุ้นในยุคโควิด
  • Perplexity มองบวกแบบระมัดระวังที่สุด เพราะผลกระทบในระยะยาวขึ้นยังอยู่กับเรื่องเงินเฟ้อ สภาพคล่อง และท่าทีของ Fed 

แนวโน้มผลกระทบ: Bullish

โดนัลด์ ทรัมป์ เสนอแจกเงิน 5,000 ดอลลาร์ให้ชาวอเมริกันวัยผู้ใหญ่ทุกคน หากรีพับลิกันรักษาเสียงข้างมากในสภาคองเกรสได้ ซึ่งอาจใช้เงินรวมสูงถึง 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ และจุดประกายคำถามว่าเงินก้อนนี้จะไหลเข้าสู่ Bitcoin มากแค่ไหน ChatGPT มองว่า BTC อาจพุ่งตั้งแต่มีการประกาศ ขณะที่ Gemini มองว่ามีโอกาสเกิดภาพคล้ายยุคแจกเงินโควิด ส่วน Perplexity มองบวกเพียงเล็กน้อย ทั้ง 3 ค่ายเห็นตรงกันว่าแรงหนุนระยะยาวจะขึ้นอยู่กับเงินเฟ้อและท่าทีของ Fed เป็นหลัก

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ เสนอนโยบายที่จะแจกเงิน 5,000 ดอลลาร์ ให้กับชาวอเมริกันวัยผู้ใหญ่ทุกคน หากพรรครีพับลิกันสามารถรักษาเสียงข้างมากในสภาคองเกรสได้หลังการเลือกตั้งกลางเทอม

หากคิดจากชาวอเมริกันอายุ 18 ปีขึ้นไปราว 245 ล้านคน นั่นหมายถึงเม็ดเงินมหาศาลประมาณ 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ ที่อาจถูกอัดฉีดเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ขณะที่นักลงทุนกำลังจับตาว่า เม็ดเงินก้อนนี้จะไหลเข้าสู่ Bitcoin (BTC) และตลาดคริปโตมากน้อยแค่ไหน

ในบทความนี้เราจึงลองนำคำถามเดียวกันไปให้ AI ระดับโลก 3 ค่ายวิเคราะห์และคำตอบที่ได้มีทั้งมุมมองที่เหมือนกันและแตกต่างกันอย่างน่าสนใจ

ChatGPT

การประเมินจาก ChatGPT ระบุว่า Bitcoin มีโอกาสพุ่งแรงตั้งแต่มีการประกาศนโยบาย เพราะนักลงทุนอาจเข้าซื้อ BTC และสินทรัพย์เสี่ยงอื่น ๆ ล่วงหน้า ก่อนที่ประชาชนจะได้รับเงินจริง แม้จะมีเงินแค่เพียงบางส่วนที่ไหลเข้าสู่ตลาดคริปโต แต่ผลกระทบจากเรื่องนี้อาจสร้างแรงซื้อได้อย่างมีนัยสำคัญ

ที่สำคัญกว่านั้นคือ ตลาดอาจไม่รอให้เงินถูกโอนเข้าบัญชีจริงด้วยซ้ำ เพียงแค่มีการประกาศนโยบาย นักลงทุนและนักเทรดก็อาจเข้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยงล่วงหน้า เพื่อดักทางเงินที่จะไหลเข้าสู่ระบบในอนาคต ไม่ว่าจะเป็น Bitcoin, Altcoin, หุ้นเทคโนโลยี หรือสินทรัพย์เสี่ยงอื่น ๆ 

ดังนั้น BTC อาจเริ่มปรับตัวขึ้น ตั้งแต่ก่อนที่ประชาชนจะได้รับเงินจริง

อย่างไรก็ตาม ChatGPT มองว่า ความเสี่ยงที่แท้จริงอาจเกิดขึ้นหลังจากความตื่นเต้นในช่วงแรกหมดลง หากเงิน 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ทำให้เงินเฟ้อเร่งตัวและธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ต้องกลับมาใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่สูงขึ้นก็อาจกดดันสินทรัพย์เสี่ยงเช่นกัน

Gemini

Gemini มองว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากเรื่องนี้อาจมีภาพคล้ายกับช่วงโควิด-19 ที่รัฐบาลสหรัฐฯ อัดฉีดเงินช่วยเหลือประชาชน และเงินบางส่วนไหลเข้าสู่ตลาดคริปโต จน Bitcoin พุ่งจากจุดต่ำกว่า 5,000 ดอลลาร์ ในเดือนมีนาคม 2020 ทะยานขึ้นเกือบ 70,000 ดอลลาร์ ในเวลาราว 1 ปีครึ่ง

แต่ครั้งนี้ตัวเลขมีขนาดใหญ่กว่าเดิมมาก หากแจกคนละ 5,000 ดอลลาร์ เงินที่จะเข้าสู่ระบบอาจสูงถึง 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ มากกว่ามาตรการช่วยเหลือโควิดทั้ง 3 รอบรวมกัน

Gemini จึงวิเคราะห์เอาไว้ว่า หากนโยบายนี้เกิดขึ้นจริงและเงินบางส่วนไหลเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยง Bitcoin อาจได้รับแรงซื้อที่รุนแรงกว่าขาขึ้นปี 2021

Perplexity

Perplexity ให้มุมมองที่ต่างออกไป โดยระบุว่า นโยบายดังกล่าวน่าจะเป็นผลดีแึ่เพียงเล็กน้อยต่อ Bitcoin ในระยะสั้น แต่ยังไม่เพียงพอที่จะจุดชนวนตลาดกระทิง เพราะไม่มีหลักประกันว่า เงิน 5,000 ดอลลาร์จะถูกนำไปลงทุนในคริปโต

ผลกระทบระยะยาวจึงขึ้นอยู่กับว่า เงินก้อนนี้จะกระตุ้นเงินเฟ้อมากแค่ไหน และ Fed จะมีท่าทีตอบสนองกับเรื่องนี้อย่างไร หากเศรษฐกิจแข็งแกร่งและสภาพคล่องเพิ่มขึ้น BTC มีโอกาสได้รับประโยชน์ แต่หากเงินเฟ้อเร่งตัวจน Fed ต้องคุมเข้มและขึ้นดอกเบี้ย ก็อาจกลายเป็นแรงกดดันต่อ Bitcoin แทน

สรุป

 AI ทั้ง 3 ค่ายมองเห็นตรงกันว่า หากแจกเงินจริง Bitcoin มีโอกาสได้แรงหนุนในช่วงแรก แต่ทิศทางหลังจากนั้นยังขึ้นอยู่กับเงินเฟ้อ สภาพคล่อง และนโยบายของ Fed เป็นหลัก โดย Gemini มองบวกมากที่สุด ขณะที่ Perplexity ระมัดระวังมากกว่า และ ChatGPT เตือนถึงความเสี่ยงของการปรับฐานหลังช่วงการเก็งกำไรผ่านพ้นไป

ในขณะที่รายงาน Bitcoin มีการซื้อขายกันอยู่ที่ 77,052 ดอลลาร์ ลดลง 1.65% ช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ตามข้อมูลจาก CoinMarketCap  

ที่มา:cryptopotato


มุมมองผู้เขียน: เงิน 5,000 ดอลลาร์ อาจเป็นแรงหนุนใหม่ให้กับ Bitcoin แต่ตอนนี้ยังเร็วเกินไปที่จะตีความเรื่องนี้ เพราะทุกอย่างยังขึ้นอยู่กับเงื่อนไขสำคัญว่า พรรครีพับลิกันจะรักษาเสียงข้างมากในสภาคองเกรสได้หรือไม่ ดังนั้นวันที่ 3 พฤศจิกายน 2026 จึงเป็นอีกหนึ่งวันที่นักลงทุนคริปโตต้องจับตา เพราะผลการเลือกตั้งอาจเป็นตัวตัดสินว่า นโยบายนี้จะกลายเป็นแรงส่งให้กับ Bitcoin หรือเป็นเพียงนโยบายที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริง