สรุปข่าว
- ตำรวจสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์หรือ UAE และสวีเดนร่วมมือกันจับกุมผู้ต้องหา 7 รายที่พัวพันกับเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติ โดยรวบตัวหัวหน้าแก๊งชาวสวีเดนที่มีหมายจับแดงจากตำรวจสากลได้ใน UAE พร้อมกับจับกุมสมาชิกอีก 6 รายในสวีเดนแบบสายฟ้าแลบ
- เครือข่ายดังกล่าวทำการฟอกเงินที่ได้จากอาชญากรรมมูลค่าราว 70 ล้านโครนาสวีเดนหรือประมาณ 7.1 ล้านดอลลาร์ในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมา โดยใช้คริปโตเป็นเครื่องมือในการซุกซ่อนและเคลื่อนย้ายเงินทุนไปยังกลุ่มอาชญากรกลุ่มอื่น
- การแกะรอยเส้นทางธุรกรรมคริปโตในครั้งนี้ช่วยให้เจ้าหน้าที่สืบสวนสามารถเปิดโปงเครือข่ายโยงใยไปสู่อาชญากรรมร้ายแรงอื่นๆ ซึ่งรวมถึงองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติและแก๊งรับจ้างฆ่าที่กำลังเป็นปัญหาใหญ่ในสวีเดน
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral
เนื่องจากข่าวนี้เป็นเพียงการบังคับใช้กฎหมายและการปราบปรามอาชญากรรมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งไม่ได้ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานหรือสภาพคล่องของตลาดคริปโตในภาพรวม
ปฏิบัติการทลายเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติครั้งใหญ่เกิดขึ้นเมื่อตำรวจสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์หรือ UAE และสวีเดนได้ผนึกกำลังกันจับกุมผู้ต้องหา 7 รายที่มีส่วนเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมและการจ้างวานฆ่า สำนักข่าว Emirates News Agency รายงานอ้างอิงข้อมูลจากกระทรวงมหาดไทยว่า เจ้าหน้าที่สามารถแกะรอยและรวบตัวหัวหน้าเครือข่ายชาวสวีเดนที่หลบหนีคดีและมีหมายจับแดงจากตำรวจสากลหรือ Interpol Red Notice ได้ใน UAE ในขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจในสวีเดนก็บุกเข้าจับกุมผู้ต้องสงสัยอีก 6 รายพร้อมกันในทันที โดยขณะนี้ผู้ต้องหาทั้ง 7 รายกำลังเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายชื่อต่อสาธารณะ กระทรวงมหาดไทยระบุว่าเครือข่ายนี้มีเงินหมุนเวียนสูงถึง 70 ล้านโครนาสวีเดน หรือราว 7.1 ล้านดอลลาร์ในช่วงเวลาเพียง 10 เดือน โดยกลุ่มคนร้ายได้นำเงินสดที่ได้จากการก่ออาชญากรรมมาฟอกและส่งต่อไปยังองค์กรอาชญากรรมอื่นๆ ซึ่งพวกเขาได้เลือกใช้คริปโตเป็นเครื่องมือหลักในการถ่ายโอนและปกปิดเส้นทางของเม็ดเงินเหล่านี้

จุดเปลี่ยนสำคัญของคดีนี้มาจากการที่เจ้าหน้าที่สามารถแกะรอยเส้นทางการทำธุรกรรมคริปโตและวิเคราะห์หลักฐานทางดิจิทัลได้อย่างแม่นยำ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ได้กลายเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยเปิดโปงเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงไปสู่กิจกรรมผิดกฎหมายอื่นๆ โดยเฉพาะองค์กรอาชญากรรมและขบวนการรับจ้างฆ่า ปัญหาการจ้างวานฆ่าถือเป็นภัยคุกคามที่รุนแรงและมีบันทึกประวัติอย่างชัดเจนในสวีเดน โดยเมื่อปีที่แล้วรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมของสวีเดนได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจยกระดับการกวาดล้างและยึดสินทรัพย์ดิจิทัลที่ผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาด รายงานจากตำรวจสวีเดนเมื่อเดือนพฤษภาคมระบุว่า ตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมาเหตุการณ์กราดยิงระหว่างแก๊งอันธพาลได้คร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์ไปถึง 23 รายและมีผู้บาดเจ็บอีก 30 ราย โดยกลุ่มคนร้ายมักใช้โซเชียลมีเดียและแอปพลิเคชันที่มีการเข้ารหัสเพื่อว่าจ้างมือปืน ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นวัยรุ่นที่อายุยังไม่ถึงเกณฑ์ที่จะต้องรับโทษทางอาญา
ทางด้านพลจัตวา Abdulaziz Al Ahmad ผู้อำนวยการตำรวจสืบสวนกลางแห่งกระทรวงมหาดไทย UAE ได้ออกมายืนยันอย่างหนักแน่นว่า ทางการจะเดินหน้าแกะรอยเครือข่ายอาชญากรรม ตัดท่อน้ำเลี้ยง และดำเนินคดีทางกฎหมายขั้นเด็ดขาดกับใครก็ตามที่พยายามใช้ดินแดนของประเทศเป็นฐานในการก่ออาชญากรรม ในขณะที่ Anders Wiberg ผู้บัญชาการตำรวจและหัวหน้าฝ่ายกิจการระหว่างประเทศของตำรวจสวีเดนได้กล่าวยกย่องความร่วมมือกับทางการ UAE ว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คดีนี้ประสบความสำเร็จ การจับกุมที่เกิดขึ้นพร้อมกันในสองประเทศเป็นผลมาจากการประสานงานด้านความมั่นคงและการแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองอย่างใกล้ชิดระหว่างรัฐบาลทั้งสองฝ่าย ซึ่งนำไปสู่การค้นหา สืบสวน และเฝ้าติดตามอย่างเข้มข้นจนสามารถระบุแหล่งกบดานของหัวหน้าแก๊งได้ในที่สุด
ที่มา: decrypt
มุมมองส่วนตัวประเมินว่า ข่าวนี้สะท้อนให้เห็นถึงดาบสองคมของเทคโนโลยีคริปโตที่มักถูกกลุ่มอาชญากรนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการฟอกเงิน อย่างไรก็ตาม การจับกุมข้ามชาติในครั้งนี้ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ชั้นดีว่าหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทั่วโลกมีความเชี่ยวชาญในการแกะรอยธุรกรรมบนเชนมากขึ้น ซึ่งธรรมชาติของเทคโนโลยีนี้มีความโปร่งใสและตรวจสอบย้อนหลังได้เสมอ การปราบปรามที่เข้มงวดเช่นนี้จะเป็นผลดีต่อภาพลักษณ์ของอุตสาหกรรมในระยะยาว เพราะจะช่วยสลัดภาพจำของการเป็นแหล่งเงินสีเทา และสร้างความมั่นใจให้กับทุกคนว่าคริปโตไม่ได้เป็นสวรรค์ของอาชญากรเสมอไป

