สรุปข่าว
- Eli Ben-Sasson ผู้ร่วมก่อตั้ง Zcash ระบุว่าความเป็นส่วนตัว และ ความปลอดภัยจากควอนตัม จะกลายเป็นมาตรฐานพื้นฐานขั้นต่ำของอุตสาหกรรมคริปโทฯ
- ปัจจุบัน StarkWare ประสบความสำเร็จในการขุดธุรกรรม Bitcoin บนเมนเน็ตที่ปลอดภัยจากคอมพิวเตอร์ควอนตัมได้แล้วเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา
- ขณะเดียวกัน Zcash เตรียมอัปเกรดใหญ่ NU7 ในวันที่ 5 พฤศจิกายน โดยจะลดเวลาสร้างบล็อกจาก 75 วินาทีเหลือ 25 วินาที และคงกลไก Halving ไว้ตามผลโหวต
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
Eli Ben-Sasson ผู้ร่วมก่อตั้ง Zcash และ StarkWare แสดงมุมมองใหม่ว่า ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยจากเทคโนโลยีควอนตัมจะกลายเป็นคุณสมบัติพื้นฐานที่โปรเจกต์คริปโทฯ ทั้งหมดต้องมี ซึ่งปัจจุบัน StarkWare ได้พิสูจน์ความเป็นไปได้ด้วยการขุดธุรกรรม Bitcoin ที่ทนทานต่อควอนตัมได้สำเร็จแล้ว ขณะที่ Zcash ก็กำลังจะมีกำหนดอัปเกรดใหญ่ NU7 ในวันที่ 5 พฤศจิกายน
Eli Ben-Sasson ผู้ร่วมก่อตั้ง Zcash (ZEC) และ StarkWare ได้ออกมาแสดงมุมมองว่า อุตสาหกรรมคริปโทเคอร์เรนซีกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่ “ความเป็นส่วนตัว” และ “ความปลอดภัยจากควอนตัม” จะกลายเป็นมาตรฐานขั้นต่ำพื้นฐานที่ทุกโปรเจกต์ต้องมี โดยระบบเหล่านี้จะต้องมีต้นทุนที่ต่ำและใช้งานง่ายสำหรับทุกคน
ปัจจุบันประเด็นเรื่องความเป็นส่วนตัวและการเข้ารหัสเพื่อต้านทานคอมพิวเตอร์ควอนตัม กำลังเป็นวาระเร่งด่วนของนักพัฒนาทั่วโลก ทว่าความกังวลที่ว่าควอนตัมจะมาทำลายล้างคริปโทฯ อาจเริ่มบรรเทาลงแล้ว หลังจากการวิจัยของ StarkWare สามารถยืนยันธุรกรรม Bitcoin ที่ต้านทานควอนตัมบนเมนเน็ตได้สำเร็จเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา
Ben-Sasson ยังได้ตั้งประเด็นสำคัญถึงเหล่านักพัฒนาว่า คำถามที่ท้าทายที่สุดในตอนนี้คือ การประเมินว่าเครือข่ายบล็อกเชนมีความพร้อมรับมือการโจมตีจากควอนตัมมากน้อยเพียงใด และผู้ใช้จะต้องดำเนินการอย่างไรบ้างหลังจากที่เครือข่ายได้ย้ายไปสู่ระบบ post-quantum
Zcash เตรียมอัปเกรด NU7 ติดปีกให้กับเครือข่าย
ขณะเดียวกัน ฝั่งเครือข่าย Zcash เองก็เตรียมยกระดับประสิทธิภาพครั้งสำคัญ โดยทีมพัฒนามีกำหนดเปิดตัวการอัปเกรดระบบครั้งใหญ่ภายใต้ชื่อ NU7 ในวันที่ 5 พ.ย. ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาห่างระหว่างการยืนยันธุรกรรมในแต่ละบล็อกจะลดลงจาก 75 วินาที เหลือเพียง 25 วินาที
กำหนดการเปิดใช้งานการอัปเกรดบนเครือข่ายทดสอบจะมีขึ้นในวันที่ 6 ตุลาคม โดยฟีเจอร์หลักที่จะรวมอยู่ในการอัปเกรด NU7 ประกอบไปด้วย การปรับระยะห่างระหว่างบล็อกเป็น 25 วินาที, การยกเลิกการใช้งานธุรกรรมรูปแบบ v4 และการเชื่อมต่อระบบ NSM ซึ่งเป็นไปตามผลการลงมติโหวตของชุมชน นั่นคือการคงกลไก Halving ไว้ โดยจะเริ่มกลับมาใช้กระบวนการนี้อีกครั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2031
ที่มา : U.Today
มุมมองผู้เขียน : การออกมาเตรียมพร้อมรับมือกับภัยคุกคามจากคอมพิวเตอร์ควอนตัมและการปรับเพิ่มความเร็วของบล็อกเชน แสดงถึงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานเพื่อความยั่งยืนในระยะยาว นอกจากนี้ การให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวควบคู่กับค่าธรรมเนียมที่ต่ำและใช้งานง่าย ก็อาจเป็นปัจจัยตัดสินสำคัญในการดึงดูดผู้ใช้งานยุคถัดไป

