bitkub-banner

ราคาน้ำมันร่วงทันที 3% หลังสหรัฐฯ-อิหร่านเดินหน้าเจรจา หวังคลายวิกฤตพลังงานโลก

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงต่อเนื่อง โดย Brent และ WTI ร่วงรวมกว่า 3% ในช่วง 2 วัน หลังมีสัญญาณความคืบหน้าจากการเจรจาทางอ้อมระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
  • การเจรจาจัดขึ้นที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ โดยประเด็นสำคัญอยู่ที่การเดินเรือผ่านช่องแคบ Hormuz ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลก ขณะที่กาตาร์ระบุว่าการเจรจามี “ความคืบหน้าที่ดี”
  • ราคาน้ำมันที่ลดลงช่วยลดความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและแรงกดดันต่อต้นทุนพลังงาน ซึ่งอาจเป็นปัจจัยบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางคลี่คลายลงอย่างต่อเนื่อง

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish

หากการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเดินหน้าต่อและนำไปสู่การเปิดเส้นทางขนส่งผ่านช่องแคบ Hormuz อย่างเต็มรูปแบบ ความเสี่ยงด้านพลังงานและเงินเฟ้ออาจลดลง ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึง Bitcoin อย่างไรก็ตาม การเจรจาครั้งนี้ยังไม่มีข้อตกลงสันติภาพถาวร ทำให้ตลาดยังต้องจับตาความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด

ราคาน้ำมันดิบทั่วโลกกำลังปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง หลังตลาดได้รับสัญญาณว่าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีความคืบหน้า โดยข้อมูลล่าสุดระบุว่าราคาน้ำมันปรับตัวลดลงรวมกว่า 3% ในช่วง 2 วัน ขณะที่ Brent เคลื่อนไหวต่ำกว่า 72 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ WTI อยู่ใกล้ระดับ 68 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่ก่อนเกิดสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์

สหรัฐฯ-อิหร่านเปิดโต๊ะเจรจา หวังคลายความตึงเครียด

สหรัฐฯ และอิหร่านได้จัดการเจรจาทางอ้อมที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ โดยมีเจ้าหน้าที่จากกาตาร์และปากีสถานทำหน้าที่เป็นคนกลาง การเจรจาครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่ประเด็นสำคัญอย่างการเดินเรือผ่านช่องแคบ Hormuz รวมถึงรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับข้อตกลงยุติความขัดแย้งก่อนหน้านี้

กาตาร์เปิดเผยว่าการพูดคุยมี “ความคืบหน้าในเชิงบวก” ขณะที่ประธานาธิบดี Donald Trump ก็ส่งสัญญาณในทิศทางเดียวกัน โดยระบุว่าการเจรจาเกี่ยวกับการจำกัดโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านกำลังเดินหน้าไปได้ดี อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายยังไม่ได้บรรลุข้อตกลงถาวรในการยุติความขัดแย้ง

น้ำมันร่วง หลังความกังวลเรื่อง Supply เริ่มคลี่คลาย

หนึ่งในปัจจัยที่ตลาดจับตามากที่สุดคือสถานการณ์บริเวณช่องแคบ Hormuz ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญสำหรับการขนส่งน้ำมันทั่วโลก การที่การเจรจามีความคืบหน้าและการเดินเรือเริ่มกลับมามากขึ้น ทำให้นักลงทุนลดความกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมัน

ราคาน้ำมัน Brent ปรับตัวลดลงมากกว่า 1% ในวันที่ 2 กรกฎาคม ขณะที่ WTI ลดลงราว 1.2% และเป็นการปรับตัวลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 โดยราคาน้ำมันทั้งสองชนิดยังคงได้รับแรงกดดันจากความคาดหวังว่าอุปทานจากตะวันออกกลางจะกลับเข้าสู่ตลาดมากขึ้น

นอกจากนี้ ราคาน้ำมันที่ลดลงยังช่วยลด Risk Premium ที่เกิดขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดย Brent ลดลงมากกว่า 38% จากจุดสูงสุดหลังสงครามที่เคยทะลุ 126 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงปลายเดือนเมษายน

แล้ว Bitcoin จะได้ประโยชน์หรือไม่?

สำหรับตลาดคริปโต การลดลงของราคาน้ำมันอาจเป็นปัจจัยบวกทางอ้อม เพราะราคาพลังงานที่ลดลงช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ซึ่งอาจทำให้ตลาดคาดหวังว่านโยบายการเงินจะไม่ตึงตัวมากเกินไปในระยะข้างหน้า

ก่อนหน้านี้ตลาดคริปโตเคยตอบสนองเชิงบวกต่อสัญญาณการคลี่คลายความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน โดย Bitcoin สามารถฟื้นตัวได้ในช่วงที่ราคาน้ำมันปรับตัวลงและความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ลดลง

อย่างไรก็ตาม รอบนี้ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าวิกฤตจบลงแล้ว เพราะการเจรจาที่โดฮายังไม่มีข้อตกลงสันติภาพถาวร และประเด็นเกี่ยวกับช่องแคบ Hormuz รวมถึงโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านยังคงเป็นประเด็นที่ทั้งสองฝ่ายต้องเจรจากันต่อ


โดยส่วนตัวมองว่าการที่ราคาน้ำมันลดลงพร้อมกับสัญญาณการเจรจาที่ดีขึ้นถือเป็นปัจจัยที่ช่วยลดแรงกดดันต่อเศรษฐกิจโลกและตลาดสินทรัพย์เสี่ยง แต่ทิศทางของ Bitcoin หลังจากนี้จะขึ้นอยู่กับว่าการเจรจาสามารถพัฒนาไปสู่ข้อตกลงที่มีความชัดเจนได้หรือไม่ หากสถานการณ์เดินหน้าไปในทิศทางที่สงบลงจริง ตลาดอาจเริ่มลด Premium จากความเสี่ยงด้านสงครามและหันกลับมาให้ความสนใจกับปัจจัยเศรษฐกิจและสภาพคล่องมากขึ้น

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: