สรุปข่าว
- Open Standard เปิดตัว Stablecoin ดอลลาร์สหรัฐ Open USD (OUSD) อย่างเป็นทางการบนเครือข่าย Ethereum, Solana, Base และ Tempo พร้อมระบบเชื่อมต่อกับ Stripe
- Zach Abrams ซีอีโอ เผยว่าหุ้นส่วนใหญ่ของบริษัทจะถูกทยอยแจกให้พาร์ตเนอร์ใน 4-5 ปีข้างหน้า ตามผลงานที่ช่วยผลักดันการเติบโตของเหรียญ
- สิ่งที่ต้องจับตาคือสภาพคล่องเริ่มต้นกว่า $1 พันล้านจากพาร์ตเนอร์ผู้ก่อตั้ง 5 ราย และท่าทีของ Circle ที่อาจถูกกระทบมากที่สุด
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral
ข่าวนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของตลาด Stablecoin แต่ยังไม่มีตัวเร่งด้านราคาหรือสภาพคล่องที่ชัดเจนสำหรับคริปโตในระยะสั้น เพราะ Tether และ Circle ยังครองตลาดเกือบทั้งหมด ผลกระทบต่อราคาจึงน่าจะจำกัด
เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2569 Open Standard เปิดตัว Stablecoin ดอลลาร์สหรัฐ Open USD (OUSD) อย่างเป็นทางการบนเครือข่าย Ethereum, Solana, Base และ Tempo ตามรายงานจาก CoinDesk Zach Abrams ซีอีโอของ Open Standard ระบุว่าหุ้น “ส่วนใหญ่อย่างท่วมท้น” ของบริษัทจะถูกแจกจ่ายให้พาร์ตเนอร์ตามระดับที่ช่วยผลักดันการเติบโตของเหรียญ โมเดลนี้ต่างจาก Tether และ Circle ซึ่งเก็บรายได้จากดอกเบี้ยของเงินสำรองไว้เป็นกำไรของบริษัท Abrams สรุปจุดยืนไว้ว่า “Stablecoin เจ้าอื่นกำลังสร้างกองทุน แต่เรากำลังสร้างเงิน”
แจกหุ้นให้พาร์ตเนอร์ แทนการเก็บกำไรไว้เอง
จุดที่ทำให้ Open USD ต่างจากคู่แข่งคือโครงสร้างความเป็นเจ้าของ พาร์ตเนอร์จะได้รับหุ้นของ Open Standard ทยอยตลอด 4-5 ปีข้างหน้า โดยต้องผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำด้านกิจกรรม ซึ่งวัดจากปริมาณ OUSD ที่ถือครองและปริมาณธุรกรรมที่พาร์ตเนอร์ช่วยสร้างขึ้นในเครือข่าย
ข้อมูลจากการค้นคว้าเพิ่มเติมระบุว่า OUSD ไม่เก็บค่าธรรมเนียมการเสกและไถ่ถอน และไม่จำกัดวงเงิน รายได้ดอกเบี้ยสุทธิจากพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และเงินสดที่หนุนเหรียญจะส่งต่อให้พาร์ตเนอร์ผู้จัดจำหน่าย หักเพียงค่าบริหารจัดการเล็กน้อยที่ Open Standard เก็บไว้
พาร์ตเนอร์ 5 ราย ทุ่มสภาพคล่องเริ่มต้นกว่า $1 พันล้าน
โครงการนี้เปิดตัวครั้งแรกเมื่อวันที่ 30 มิ.ย. พร้อมกลุ่มพาร์ตเนอร์กว่า 140 ราย เช่น Visa, Mastercard, Stripe, Coinbase และ BlackRock ข่าวนั้นทำให้หุ้น Circle (CRCL) ร่วงราว 15-17% ระหว่างวัน เพราะตลาดกังวลว่ารายได้จากดอกเบี้ยเงินสำรองจะถูกแย่งไป
ส่วนสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้คือการเปิดใช้งานจริงบนเมนเน็ต ไม่ใช่การประกาศโครงการใหม่ นอกจากนี้ Stripe ยังเปิดให้ธุรกิจและนักพัฒนาใช้ OUSD บนแพลตฟอร์มแล้ว ผ่าน Stripe API, ระบบ Bridge, กระเป๋า Privy และบัตร Stripe Issuing ที่ผ่านมามีเพียงพาร์ตเนอร์ผู้ก่อตั้ง 5 ราย ได้แก่ Coinbase, Mastercard, Shopify, Stripe และ Visa ที่ลงทุนเป็นเจ้าของบริษัทและร่วมกันให้สภาพคล่องเริ่มต้นกว่า $1 พันล้าน ส่วนพาร์ตเนอร์กลุ่ม 140 ราย เป็นเครือข่ายผู้จัดจำหน่าย ไม่ใช่นักลงทุนทุกราย
Circle เสี่ยงกว่า Tether
ตลาด Stablecoin มีมูลค่ารวมเกิน $3 แสนล้าน โดย Tether (USDT) ครองส่วนแบ่งใหญ่ที่สุด ตามด้วย Circle (USDC) ราว $7.4 หมื่นล้าน นักวิเคราะห์มองว่า Open USD กระทบ Circle โดยตรงมากกว่า เพราะ USDC พึ่งพาช่องทางผ่านฟินเทคและธนาคารในสหรัฐฯ รวมถึง Coinbase ขณะที่ USDT ใช้งานหนักนอกสหรัฐฯ ในตลาดเกิดใหม่และ DeFi
เรื่องที่น่าสนใจคือ Coinbase ได้รายได้มหาศาลจากการแบ่งผลประโยชน์ของ USDC แต่ตอนนี้ก็เป็นผู้ก่อตั้งและนักลงทุนของ Open Standard ด้วย ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานไว้ใน เจาะลึก Open USD สเตเบิลคอยน์น้องใหม่ จะล้มเจ้าตลาด USDT และ USDC ได้จริงไหม และ Cathie Wood เตือนเหรียญ OpenUSD ของ Ripple อาจสู้ USDT และ USDC ไม่ไหว
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าไอเดียแจกหุ้นให้คนที่ช่วยขยายเครือข่ายนั้นฉลาดดี เพราะทำให้ Visa, Stripe หรือ Shopify มีเหตุผลทางธุรกิจที่จะผลักดัน OUSD จริง ๆ ไม่ใช่แค่ลงชื่อเป็นพาร์ตเนอร์ให้ดูดี แต่ประวัติศาสตร์ของ Stablecoin บอกว่าตัวชี้วัดที่สำคัญที่สุดคือสภาพคล่องและปริมาณใช้งานจริง ไม่ใช่โครงสร้างความเป็นเจ้าของ ตอนนี้จึงยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่า Tether หรือ Circle จะสั่นคลอนขนาดไหน สิ่งที่ควรติดตามคือ Supply ของ OUSD ใน 2-3 เดือนแรก ว่าเกิน $1 พันล้านที่พาร์ตเนอร์ใส่ไว้หรือไม่ และ Coinbase จะบาลานซ์ผลประโยชน์ระหว่าง USDC กับ OUSD อย่างไร
ที่มา: CoinDesk
เครดิตภาพจาก @NewsTongueX

