bitkub-banner

ซื้อ Bitcoin ตอนนี้ทันรึเปล่า? ถอดรหัสเม็ดเงินสถาบันทะลัก 3.55 พันล้านดอลฯ ชี้ชะตาตลาด ต.ค. 2026

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • เม็ดเงินไหลเข้ากองทุนคริปโต 3.55 พันล้านดอลลาร์ในสัปดาห์เดียว โดย Bitcoin เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ขณะที่ BTC บวก 33.4% ในรอบ 90 วัน
  • ตลาดยังฟื้นไม่ทั่วถึง แม้ BTC เด้งแรง แต่ผลตอบแทน 12 เดือนยังติดลบ 29.7% ขณะที่ ETH และ XRP ติดลบ 38.4% และ 49.6% ตามลำดับ
  • ยังมีปัจจัยต้องจับตา ทั้งเงินสถาบัน, เป้าหมาย BTC ที่ $113,000 ของ Citi และบอนด์สหรัฐฯ 10 ปีที่ให้ผลตอบแทน 5.17%

แนวโน้มผลกระทบ: Bullish

เม็ดเงินสถาบันทะลักเข้าสู่กองทุนคริปโตสูงถึง 3.55 พันล้านดอลลาร์ในสัปดาห์เดียว และ Bitcoin ปรับขึ้น 33.4% ในรอบ 90 วัน แต่เมื่อมองย้อนหลัง 12 เดือน BTC, ETH และ XRP ยังติดลบ 29.7%, 38.4% และ 49.6% ตามลำดับ สะท้อนว่า การฟื้นตัวยังเกิดขึ้นไม่ทั่วทั้งตลาด ขณะที่ Citi ตั้งเป้า Bitcoin ไว้ที่ $113,000 แต่ตลาดยังต้องเผชิญการแข่งขันจากพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 10 ปีที่ให้ผลตอบแทน 5.17% สำหรับ Bitcoin จุดสำคัญที่ต้องติดตามคือ การกลับไปยืนเหนือระดับ $88,900 และทิศทางของเงินทุนสถาบันในช่วงต่อจากนี้

กองทุนคริปโตเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังมีเม็ดเงินไหลเข้าผลิตภัณฑ์การลงทุนสูงถึง 3.55 พันล้านดอลลาร์ในสัปดาห์เดียว โดยพี่ใหญ่อย่าง Bitcoin (BTC) ทำหน้าที่เป็นหัวหอกสำคัญในการพยุงตลาดรอบนี้ ด้วยราคาที่พุ่งขึ้นมาถึง 33.4% ตลอด 90 วันที่ผ่านมา 

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมในระดับมหภาคยังคงมีความขัดแย้งกันอย่างเห็นได้ชัด เพราะหากถอยกลับไปมองรอบ 1 ปีเต็ม เหรียญหลักส่วนใหญ่ยังคงจมอยู่ในแดนลบ ไม่ว่าจะเป็น Bitcoin ที่ติดลบ 29.7%, Ethereum ติดลบ 38.4% หรือ XRP ที่ร่วงไปถึง 49.6% ตัวเลขที่สวนทางกันเช่นนี้จึงจุดคำถามสำคัญขึ้นมาว่า การฟื้นตัวครั้งนี้คือก้าวแรกของตลาดกระทิงรอบใหม่ หรือเป็นเพียงแค่จังหวะดีดตัวทางเทคนิคจากก้นหลุมเท่านั้น 

ตัวเลขเหล่านี้ทำให้เกิดคำถามขึ้นมาว่า การปรับตัวขึ้นของ Bitcoin ในช่วงที่ผ่านมาเป็นสัญญาณของการเริ่มต้นวัฎจักรขาขึ้นรอบใหม่ หรือเป็นเพียงการฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดเท่านั้น

Bitcoin บวก 33% ใน 90 วัน ตลาดกำลังฟื้นหรือแค่เด้งกลับ?

ผลตอบแทน Bitcoin 33.4% ในไตรมาสล่าสุด จุดกระแส FOMO กลับขึ้นมาอีกครั้ง โดยเฉพาะในหมู่นักลงทุนที่อยู่นอกตลาดและเห็นเม็ดเงินสถาบันไหลทะลักเข้ามา ทว่าการโฟกัสเฉพาะตัวเลข 90 วันอาจทำให้เราประเมินสถานการณ์ดีเกินความเป็นจริง เพราะผู้ที่ถือสินทรัพย์เหล่านี้ข้ามปีมายังคงแบกรับการขาดทุนอย่างมีนัยสำคัญ 

การดีดตัวจากจุดต่ำสุดสามารถสร้างตัวเลขเปอร์เซ็นต์ที่ดูหวือหวาได้ในเวลาสั้นๆ เสมอ แต่การจะยืนยันว่าเข้าสู่รอบขาขึ้นรอบใหม่ได้จริง ราคาจะต้องพิสูจน์ตัวเองด้วยการไต่กลับขึ้นไปทดสอบแนวต้านเดิมที่เคยเสียไปให้ได้ก่อน 

เงิน 3.55 พันล้านดอลลาร์ไหลเข้ากองทุนคริปโต แต่ยังไม่ใช่ภาพทั้งหมด

ตัวเลขเม็ดเงินไหลเข้ากองทุนสถาบัน 3.55 พันล้านดอลลาร์ในสัปดาห์เดียวถือเป็นสัญญาณที่ดี แต่ยังไม่สามารถใช้แทนภาพรวมของความต้องการซื้อทั้งตลาดได้ เนื่องจากปริมาณการซื้อขายส่วนใหญ่ยังคงหมุนเวียนอยู่บนศูนย์ซื้อขายทั่วไป (Exchanges) 

ซึ่งในจังหวะที่เงินสถาบันกำลังซื้อสะสมผ่านกองทุน ตลาดสปอตทั่วไปอาจเผชิญแรงขายทำกำไรสวนทางออกมาได้เช่นกัน ดังนั้นสิ่งที่ต้องจับตาต่อไม่ใช่เพียงตัวเลขสัปดาห์เดียวที่หวือหวา แต่คือความต่อเนื่องของกระแสเงินนี้ว่าจะคงอยู่ได้นานเพียงใดท่ามกลางความผันผวน 

Citi ตั้งเป้า Bitcoin $113,000 กับโจทย์ท้าทายจากพันธบัตรที่ให้ผลตอบแทนสูงถึง 5.17% 

Citigroup ปรับเป้าหมายราคา Bitcoin ไว้ที่ $113,000 และตั้งเป้า Ethereum ที่ $3,028 เมื่อเทียบกับราคาปัจจุบัน ซึ่งคิดเป็นส่วนต่างขาขึ้นอีกราว 33.4% สำหรับ BTC และ 12.2% สำหรับ ETH 

แม้เป้าหมายนี้จะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่น แต่ต้องไม่ลืมว่าการประเมินเกิดขึ้นหลังจากราคาได้วิ่งขึ้นมาระดับหนึ่งแล้ว ซึ่งบทวิเคราะห์ของสถาบันมักปรับเปลี่ยนตามสภาวะตลาดเสมอ 

ขณะเดียวกัน ตัวแปรมหภาคสำคัญที่ละเลยไม่ได้คือ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ที่ทรงตัวในระดับสูงถึง 5.17% 

ตัวเลขนี้สร้างแรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยงโดยตรง เพราะพันธบัตรให้ผลตอบแทนที่แน่นอนแบบปราศจากความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้ ต่างจาก Bitcoin ที่ไม่มีกระแสเงินสดหรือเงินปันผล และถึงแม้ Ethereum จะมีการ Stake แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความผันผวนของราคาต้นทุน เมื่อผลตอบแทนไร้ความเสี่ยงยังสูงถึง 5% นักลงทุนจึงต้องชั่งน้ำหนักส่วนชดเชยความเสี่ยง (Risk Premium) ของคริปโตอย่างรอบคอบยิ่งขึ้น 

ปี 2026 แต่ละเหรียญกำลังเดินคนละทาง

เมื่อดูผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี ความแตกต่างระหว่างเหรียญยิ่งชัดขึ้น

Zcash (ZEC): +1077.3%

Bitcoin (BTC): -29.7%

Ethereum (ETH): -38.4%

XRP: -49.6%

Solana (SOL): -46.9%

Chainlink (LINK): -36.5%

ตัวเลขเหล่านี้ทำให้การมองตลาดคริปโตด้วยภาพรวมเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เพราะแม้ Bitcoin จะฟื้นตัวแรงในช่วง 90 วัน แต่เหรียญอื่นยังมีผลตอบแทนที่แตกต่างกันมาก

การประเมินตลาดจึงต้องดูทั้งตัวเหรียญและช่วงเวลาที่นำมาเปรียบเทียบ สำหรับนักลงทุน เรื่องสำคัญจึงอยู่ที่การแยกให้ออกว่ากำลังดูผลตอบแทนระยะสั้นหรือระยะยาว เพราะตัวเลขสองช่วงเวลาอาจให้ภาพที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง กรณีของ Bitcoin ในตอนนี้เป็นตัวอย่างชัดเจนที่สุด เมื่อผลตอบแทน 90 วันเป็นบวกแรง แต่ตัวเลขตั้งแต่ต้นปียังติดลบ

แล้วซื้อ Bitcoin ตอนนี้ทันหรือไม่ ?

นักลงทุนที่กำลังมองหาโอกาสในคริปโตเคอร์เรนซีขนาดใหญ่ ช่วงเวลานี้ถือเป็นจังหวะที่น่าสนใจ เพราะ Bitcoin, Ethereum, Solana (CRYPTO) และ XRP ต่างมีราคาต่ำกว่าจุดเริ่มต้นของปี 2026 โดย Ethereum ติดลบ 9.6% และ Solana ติดลบ 5.3% แต่กลยุทธ์นี้จะเหมาะกับนักลงทุนระยะยาวที่ยอมรับความผันผวนสูงได้ และพร้อมที่จะมองข้ามผลตอบแทนที่ปลอดภัยระดับ 5.17% ของพันธบัตรรัฐบาล 

ในเชิงเทคนิค ด่านทดสอบสำคัญของ Bitcoin อยู่ที่ระดับ $88,900 ซึ่งเป็นราคาเปิดของปี 2026 และอยู่สูงกว่าราคาปัจจุบันราว 4.9% ตราบใดที่ราคายังไม่สามารถทะลุและยืนเหนือระดับนี้ได้อย่างมั่นคง การปรับตัวขึ้นรอบนี้ก็ยังจัดเป็นเพียงการฟื้นตัวระยะสั้น การจัดพอร์ตในช่วงเดือนตุลาคมนี้จึงจำเป็นต้องให้น้ำหนักร่วมกันทั้ง 3 ปัจจัย คือ การผ่านแนวต้านสำคัญของราคา, ความต่อเนื่องของเม็ดเงินสถาบัน และทิศทางอัตราผลตอบแทนของตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ 

ที่มา: 24wallst


มุมมองผู้เขียน: สำหรับคนที่ต้องการลงทุน Bitcoin ในระยะยาว กระแสเงินที่ไหลเข้าสู่กองทุนคริปโตก็เป็นอีกตัวเลขที่ต้องติดตาม หากเงินยังไหลเข้าต่อเนื่องแม้ราคาจะมีช่วงปรับตัวลง ก็อาจสะท้อนว่า กลุ่มนักลงทุนสถาบันยังคงให้ความสนใจกับตลาด