สรุปข่าว
- Franklin Templeton ระบุว่า “การยอมรับคริปโตดูเหมือนกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่หลังจากนี้จะไม่มีช่วงไหนที่เติบโตช้าเท่านี้อีกแล้ว”
- บริษัทบริหารสินทรัพย์มูลค่ากว่า 1.7 ล้านล้านดอลลาร์ อย่าง Franklin Templeton นั้นได้เดินหน้าพัฒนากองทุนแบบโทเค็นและขยายการใช้บล็อกเชนในบริการทางการเงิน
- ความเคลื่อนไหวของสถาบันการเงินเป็นสัญญาณบวกต่ออุตสาหกรรมคริปโตในระยะยาว แต่ไม่ได้หมายความว่าราคา Bitcoin หรือเหรียญอื่น ๆ จะปรับตัวขึ้นทันที
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral
คำกล่าวของ Franklin Templeton สะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมคริปโต โดยเฉพาะการเข้ามาของสถาบันการเงินและการนำสินทรัพย์แบบดั้งเดิมมาอยู่บนบล็อกเชน อย่างไรก็ตาม นี่เป็นการแสดงความเห็นเกี่ยวกับแนวโน้มระยะยาว ไม่ใช่การประกาศลงทุนใน Bitcoin เพิ่มเติมหรือการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่โดยตรง จึงยังไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะสรุปว่าจะส่งผลต่อราคา BTC ในระยะสั้น
Franklin Templeton มองการยอมรับคริปโตยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น
Franklin Templeton Digital Assets บัญชีด้านสินทรัพย์ดิจิทัลของบริษัทบริหารสินทรัพย์ระดับโลก Franklin Templeton ได้โพสต์ข้อความผ่าน X ว่า “การยอมรับคริปโตดูเหมือนกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่หลังจากนี้จะไม่มีช่วงไหนที่เติบโตช้าเท่านี้อีกแล้ว”
ข้อความดังกล่าวสะท้อนมุมมองว่าการยอมรับสินทรัพย์ดิจิทัลกำลังเร่งตัวขึ้น และสิ่งที่เห็นในปัจจุบันอาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในระบบการเงิน
แม้ข้อความนี้จะไม่ได้ระบุว่าจะมีเงินทุนไหลเข้าสู่ตลาดคริปโตเป็นจำนวนเท่าใดหรือภายในระยะเวลาเท่าไร แต่เมื่อพิจารณาจากการดำเนินงานของบริษัท ก็เห็นได้ว่า Franklin Templeton กำลังนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้กับผลิตภัณฑ์การลงทุนจริงมากขึ้น
จากบริษัทจัดการสินทรัพย์สู่ผู้เล่นในตลาดการเงินบนบล็อกเชน
Franklin Templeton เป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์ที่มีสินทรัพย์ภายใต้การจัดการกว่า 1.7 ล้านล้านดอลลาร์ และเป็นหนึ่งในบริษัทการเงินดั้งเดิมที่เริ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์บนบล็อกเชนตั้งแต่ช่วงแรก ๆ
ตัวอย่างสำคัญคือกองทุน Franklin OnChain U.S. Government Money Fund ซึ่งเปิดตัวในปี 2021 โดยใช้บล็อกเชนสาธารณะในการบันทึกธุรกรรมและความเป็นเจ้าของหน่วยลงทุน นักลงทุนสามารถถือหน่วยลงทุนในรูปแบบโทเค็น BENJI ได้ตามเงื่อนไขของกองทุน
บริษัทระบุเมื่อเดือนเมษายน 2026 ว่ากองทุน BENJI มีสินทรัพย์ภายใต้การจัดการประมาณ 1,980 ล้านดอลลาร์ในชุดผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง สะท้อนให้เห็นว่าการนำกองทุนแบบดั้งเดิมมาอยู่บนบล็อกเชนไม่ได้เป็นเพียงแนวคิดทดลองอีกต่อไป
สถาบันการเงินเริ่มนำสินทรัพย์โทเค็นมาใช้จริง
อีกหนึ่งตัวอย่างที่เกิดขึ้นล่าสุดคือความร่วมมือระหว่าง Franklin Templeton กับ Bybit เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2026 ซึ่งเปิดให้ลูกค้าสถาบันที่มีคุณสมบัติเหมาะสมสามารถใช้หน่วยลงทุนกองทุนตลาดเงินแบบโทเค็นเป็นหลักประกันสำหรับการซื้อขายได้ โดยไม่จำเป็นต้องขายหน่วยลงทุนออกไปก่อน
แนวทางนี้ช่วยเชื่อมตลาดการเงินดั้งเดิมเข้ากับตลาดคริปโต นักลงทุนสามารถใช้สินทรัพย์ที่ถืออยู่เป็นหลักประกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เงินทุน ขณะที่สินทรัพย์อ้างอิงยังอยู่ภายใต้โครงสร้างการดูแลรักษาตามข้อตกลง
นอกจากนี้ Franklin Templeton ยังให้ความสำคัญกับการแปลงสินทรัพย์ในโลกจริงเป็นโทเค็น ไม่ว่าจะเป็นกองทุน, พันธบัตร, หุ้นหรือสินทรัพย์ทางการเงินประเภทอื่น ๆ เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและช่วยให้การโอนสิทธิในสินทรัพย์ทำได้สะดวกขึ้น
อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์เหล่านี้อาจมีข้อจำกัดด้านคุณสมบัติของผู้ลงทุน การโอนโทเค็น และสภาพคล่อง จึงไม่ได้หมายความว่าสินทรัพย์ทุกประเภทจะสามารถซื้อขายได้อย่างอิสระตลอด 24 ชั่วโมง
Tokenization อาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของคริปโตในระยะยาว
การเติบโตของตลาดสินทรัพย์โทเค็นเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้บริษัทการเงินดั้งเดิมหันมาให้ความสำคัญกับบล็อกเชนมากขึ้น เพราะเทคโนโลยีนี้สามารถช่วยให้การออกสินทรัพย์ การบันทึกความเป็นเจ้าของและการชำระราคาเชื่อมโยงกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Franklin Templeton ประเมินในบทวิเคราะห์ช่วงต้นปี 2026 ว่ามูลค่าสินทรัพย์ในโลกจริงที่ถูกนำมาอยู่บนบล็อกเชนเติบโตขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยกองทุนตลาดเงินและสินเชื่อเอกชนเป็นกลุ่มสินทรัพย์สำคัญของตลาดนี้
หากแนวโน้มดังกล่าวดำเนินต่อไป บล็อกเชนอาจกลายเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานในระบบการเงิน โดยไม่จำเป็นต้องให้ผู้ใช้งานทุกคนซื้อหรือถือครองเหรียญคริปโตโดยตรง
สำหรับตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล ผลประโยชน์จึงอาจเกิดขึ้นได้หลายทาง ทั้งความต้องการใช้เครือข่าย การชำระค่าธรรมเนียม และการสร้างบริการทางการเงินรูปแบบใหม่ แต่ผลกระทบต่อราคาแต่ละเหรียญจะขึ้นอยู่กับว่าเครือข่ายนั้นได้รับประโยชน์จากการใช้งานจริงมากน้อยเพียงใด
Franklin Templeton มองว่าการยอมรับคริปโตกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และจังหวะปัจจุบันอาจเป็นช่วงที่ช้าที่สุดเมื่อเทียบกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ ขณะที่การพัฒนากองทุนแบบโทเค็นและความร่วมมือกับแพลตฟอร์มคริปโตแสดงให้เห็นว่าบริษัทการเงินดั้งเดิมกำลังนำบล็อกเชนมาใช้งานจริงมากขึ้น
ส่วนตัวมองว่า ประเด็นที่ควรจับตาไม่ใช่เพียงคำกล่าวที่ฟังดูเป็นบวก แต่คือการเปลี่ยนแปลงจากการทดลองใช้เทคโนโลยีไปสู่การใช้งานจริงในระดับสถาบัน หากมีบริษัทการเงินรายใหญ่เดินตามแนวทางนี้มากขึ้น ก็อาจช่วยขยายตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในระยะยาวได้ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรแยกการเติบโตของอุตสาหกรรมออกจากทิศทางราคาของเหรียญแต่ละตัว เพราะการยอมรับคริปโตที่เพิ่มขึ้นไม่ได้รับประกันว่าราคาจะปรับตัวขึ้นพร้อมกันทั้งหมด
ที่มา : Bitcoin Archive, Franklin Templeton
