bitkub-banner

Stripe เตรียมขยายบัตร Stablecoin ไปกว่า 100 ประเทศภายในสิ้นปี

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Stripe เตรียมขยายธุรกิจบัตร Stablecoin ไปกว่า 100 ประเทศภายในสิ้นปีนี้
  • Henri Stern หัวหน้าฝ่ายคริปโตคนใหม่ของ Stripe เผยว่ากำลังศึกษา Tokenized Deposits และการใช้งานด้าน DeFi ด้วย
  • ต้องติดตามว่าการขยายครั้งนี้จะดันปริมาณการใช้จ่ายด้วย Stablecoin ให้เพิ่มขึ้นมากน้อยเพียงใด

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Neutral

ข่าวนี้เป็นสัญญาณบวกด้านการยอมรับ Stablecoin ในระบบชำระเงินจริง แต่เป็นแผนที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ยังไม่มีปัจจัยที่กระตุ้นราคาได้ทันที และผลกระทบต่อเหรียญใหญ่อย่าง Bitcoin หรือ Ethereum ค่อนข้างจำกัด

ตามรายงานจาก CoinDesk เมื่อวันที่ 1 ต.ค. Stripe ยักษ์ใหญ่ด้านระบบชำระเงิน วางแผนขยายธุรกิจบัตร Stablecoin ไปยังกว่า 100 ประเทศภายในสิ้นปีนี้ Henri Stern หัวหน้าฝ่ายคริปโตคนใหม่ของบริษัท ระบุว่า Stripe กำลังสำรวจการใช้งาน Tokenized Deposits และกรณีใช้งานด้าน DeFi ควบคู่ไปด้วย ข้อมูลนี้ถูกเผยแพร่ผ่านรายงานของ CoinDesk ซึ่งเป็นแหล่งข่าวเดียวที่ยืนยันเรื่องนี้ในขณะนี้

บัตร Stablecoin คืออะไร และทำไมการขยายครั้งนี้น่าสนใจ

บัตร Stablecoin คือบัตรที่ผู้ใช้สามารถนำเหรียญดิจิทัลที่ตรึงมูลค่ากับสกุลเงินจริง เช่น USDC หรือ Tether (USDT) ไปใช้จ่ายกับร้านค้าทั่วไปได้ โดยระบบจะแปลงเป็นสกุลเงินที่ร้านค้ารับให้อัตโนมัติ การที่บริษัทระดับ Stripe ผลักดันบริการนี้ไปกว่า 100 ประเทศ ทำให้ Stablecoin ขยับจากเครื่องมือสำหรับเทรดเดอร์ ไปสู่เครื่องมือชำระเงินในชีวิตประจำวันมากขึ้น

Tokenized Deposits และ DeFi ทิศทางที่ Stripe กำลังมอง

นอกจากบัตร Stablecoin แล้ว Stern ยังระบุว่าบริษัทกำลังสำรวจ Tokenized Deposits หรือเงินฝากที่ถูกแปลงเป็นโทเคนบนบล็อกเชน รวมถึงการนำ DeFi มาใช้งาน แต่ยังไม่มีรายละเอียดเรื่องกรอบเวลา พาร์ตเนอร์ หรือผลิตภัณฑ์ที่ชัดเจนในรายงานต้นทาง จึงควรมองว่าส่วนนี้ยังอยู่ในขั้นศึกษา

สถาบันการเงินรายใหญ่เร่งเข้าสู่ตลาด Stablecoin

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Mastercard ทุ่มเกือบ 2 พันล้านดอลลาร์ซื้อบริษัท Stablecoin และ Revolut เปิดตัว EURR เหรียญ Stablecoin อิงมูลค่ากับยูโร ซึ่งสะท้อนว่าผู้เล่นรายใหญ่ในวงการชำระเงินกำลังแข่งกันวางตำแหน่งในตลาดนี้ การเคลื่อนไหวของ Stripe เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของแนวโน้มเดียวกัน


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวนี้สำคัญในแง่การยอมรับใช้งานจริง มากกว่าเรื่องราคาระยะสั้น เพราะ Stablecoin ที่ใช้จ่ายได้ทั่วโลกผ่านบัตรทำให้คนทั่วไปเข้าถึงคริปโตง่ายขึ้นโดยไม่ต้องเข้าใจเทคโนโลยีเบื้องหลัง แต่ต้องรอดูว่าแผนครอบคลุม 100 ประเทศจะทำได้จริงแค่ไหนภายในสิ้นปี และแต่ละประเทศจะมีข้อจำกัดด้านกฎระเบียบอย่างไร ส่วนเรื่อง Tokenized Deposits กับ DeFi ผมยังมองว่าเป็นเพียงสัญญาณเบื้องต้น ควรจับตาประกาศรายละเอียดจาก Stripe ในช่วงถัดไป

ที่มา: CoinDesk

ภาพจาก AI