bitkub-banner

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ถอนร่างกฎสอดส่องกระเป๋า Self-Custody และ Mixer

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ถอนร่างกฎที่จะเพิ่มอำนาจรัฐในการติดตามธุรกรรมคริปโตจากกระเป๋า Self-Custody และ Mixer
  • Coin Bureau รายงานว่า FinCEN ถอนข้อเสนอ 2 ฉบับ คือกฎ KYC กระเป๋า Unhosted และกฎสอดส่องการผสมคริปโต (CVC mixing)
  • ต้องจับตาว่าหน่วยงานกำกับดูแลจะเสนอแนวทางใหม่ในเรื่องนี้หรือไม่ หลังการถอนข้อเสนอครั้งนี้

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish

การถอนร่างกฎช่วยลดความกังวลเรื่องภาระการรายงานข้อมูลและการเก็บบันทึกของธุรกิจคริปโตและผู้ใช้กระเป๋า Self-Custody ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อบรรยากาศด้านกฎระเบียบ อย่างไรก็ตามเป็นเพียงการถอนข้อเสนอ ไม่ใช่การออกกฎหมายใหม่ จึงน่าจะส่งผลต่อราคาในระดับจำกัด

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ถอนร่างกฎที่จะเพิ่มอำนาจรัฐในการติดตามธุรกรรมคริปโตจากกระเป๋า Self-Custody และบริการ Mixer เมื่อเวลา 21:11 น. วันที่ 5 ต.ค. ตามเวลาไทย ตามรายงานจาก Ash Crypto และ Watcher.Guru ซึ่งรายงานตรงกันว่าข้อเสนอที่ถูกถอนมุ่งเป้าไปที่กระเป๋า Unhosted และ Crypto Mixer ข่าวนี้ได้รับการยืนยันจากหลายแหล่งในโลกโซเชียล

สองข้อเสนอที่ถูกถอน

Coin Bureau ระบุว่ากระทรวงการคลังสหรัฐฯ และ FinCEN ถอนข้อเสนอสำคัญ 2 ฉบับ ได้แก่ กฎ KYC สำหรับกระเป๋า Unhosted และกฎสอดส่องการผสมคริปโต (CVC mixing) โดยหากบังคับใช้ กฎเหล่านี้อาจขยายขอบเขตการรายงานและการเก็บบันทึกธุรกรรมอย่างมีนัยสำคัญ

ผลต่อธุรกิจคริปโตและผู้ใช้

Crypto Rover ชี้ว่ากฎที่ถูกถอนจะบังคับให้บริษัทคริปโตต้องรวบรวมและรายงานข้อมูลของผู้ใช้และธุรกรรมมากขึ้น และมองว่าเป็นชัยชนะครั้งใหญ่ของวงการ การถอนครั้งนี้จึงช่วยลดภาระด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบของผู้ให้บริการ และรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้ที่ถือครองสินทรัพย์ด้วยตนเอง

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานเรื่องการตรวจสอบธุรกรรมคริปโตในอีกมุมหนึ่งว่า Hitachi เปิดตัวบริการ AML ตรวจสอบธุรกรรมคริปโทฯ-Stablecoin พร้อมใช้จริงในญี่ปุ่น ซึ่งสะท้อนว่าแนวทางกำกับดูแลทั่วโลกยังไม่ได้ไปในทิศทางเดียวกัน


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่านี่เป็นข่าวดีสำหรับคนที่ถือคริปโตเอง โดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้ Self-Custody แต่ต้องไม่ลืมว่าเป็นแค่การถอนข้อเสนอ ไม่ได้แปลว่าประเด็นนี้จบแล้ว หน่วยงานรัฐอาจกลับมาเสนอแนวทางใหม่ในอนาคตได้ สิ่งที่น่าจับตาคือท่าทีของ FinCEN และกระทรวงการคลังหลังจากนี้ว่าจะมีรายละเอียดหรือเหตุผลประกอบการถอนออกมาหรือไม่ เพราะข้อมูลตอนนี้ส่วนใหญ่ยังมาจากโพสต์บน X เท่านั้น

ที่มา: @coinbureau

ภาพจาก AI