สรุปข่าว
- จีนปิดธนาคารไปสถิติ 670 แห่งในปี 2025 และระบบธนาคารหายไปเกือบ 1 ใน 4 ภายในเวลาเพียง 4 ปี
- ธนาคารที่ปิดตัวส่วนใหญ่เป็นธนาคารขนาดเล็กในพื้นที่ชนบท ขณะที่ราคาอสังหาริมทรัพย์ลดลงกว่า 20% จากจุดสูงสุดในปี 2021
- สิ่งที่ต้องจับตาคือความเชื่อมโยงระหว่างวิกฤตอสังหาฯ กับความมั่นคงของสถาบันการเงินจีนในระยะต่อไป
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral
ตลาดคริปโตยังไม่ตอบสนองต่อข่าวนี้อย่างมีนัยสำคัญ โดย Bitcoin ทรงตัวอยู่ที่ราว $86,000 ธนาคารที่ปิดตัวส่วนใหญ่เป็นสถาบันขนาดเล็กในชนบท จึงยังไม่ใช่สัญญาณการลุกลามในวงกว้าง
เมื่อเวลา 18:11 น. ของวันที่ 6 ต.ค. ตามรายงานจาก Bull Theory จีนปิดธนาคารไปถึง 670 แห่งในปี 2025 ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดเท่าที่เคยมีมา และระบบธนาคารของประเทศหายไปเกือบหนึ่งในสี่ภายในเวลาเพียง 4 ปี หรือเท่ากับธนาคารเกือบ 1 ใน 4 แห่งได้หายไปจากระบบ โดยเกือบทั้งหมดเป็นธนาคารขนาดเล็กในพื้นที่ชนบท พร้อมกันนี้ราคาอสังหาริมทรัพย์ในจีนลดลงกว่า 20% จากจุดสูงสุดเมื่อปี 2021
ธนาคารชนบทเป็นกลุ่มที่หายไปมากที่สุด
ข้อมูลที่รายงานระบุว่าสถาบันที่หายไปเกือบทั้งหมดเป็นผู้ให้กู้รายเล็กในชนบท ซึ่งโดยทั่วไปมีฐานทุนและความหลากหลายของสินทรัพย์น้อยกว่าธนาคารขนาดใหญ่ จึงเปราะบางต่อแรงกดดันทางการเงินมากกว่า การปิดตัวในจำนวนมากเช่นนี้จึงสะท้อนว่าแรงกดดันในระบบการเงินจีนไม่ได้เป็นเรื่องเฉพาะจุด แต่กระจายอยู่ในระดับฐานของระบบ
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวที่มีอยู่ยังไม่ได้ระบุว่าการปิดตัวเหล่านี้เป็นการล้มละลายจริงทั้งหมด หรือเป็นการควบรวมกิจการที่หน่วยงานกำกับดูแลผลักดัน ซึ่งมีความสำคัญต่อการประเมินระดับความเสี่ยงที่แท้จริง
ราคาอสังหาฯ ที่ลดลงกดดันสินทรัพย์ของธนาคาร
ราคาอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลงกว่า 20% จากจุดสูงสุดในปี 2021 เป็นตัวเลขที่ถูกยกขึ้นมาคู่กับข่าวธนาคารปิดตัว เพราะอสังหาฯ เป็นหลักประกันสำคัญของสินเชื่อในระบบการเงินจีน เมื่อมูลค่าหลักประกันลดลง ความเสี่ยงหนี้เสียของสถาบันการเงินที่ปล่อยกู้ให้กลุ่มนี้ก็เพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย
ตลาดคริปโตยังนิ่งต่อข่าวนี้
ณ ขณะที่เขียน ราคา Bitcoin อยู่ที่ราว $86,092 และ Ethereum ที่ราว $2,711 ซึ่งเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยในทุกกรอบเวลา ตลาดจึงยังไม่ถือว่าข่าวนี้เป็นปัจจัยเร่งด่วนที่กระทบสินทรัพย์เสี่ยงในระยะสั้น
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าตัวเลข 670 แห่งฟังดูน่าตกใจ แต่ต้องดูด้วยว่าส่วนใหญ่เป็นธนาคารชนบทขนาดเล็ก ซึ่งหลายครั้งเป็นการควบรวมตามนโยบายมากกว่าการล้มแบบฉับพลัน จึงยังไม่ควรรีบสรุปว่าเป็นสัญญาณวิกฤตเต็มรูปแบบ สิ่งที่น่าจับตาคือหากเห็นสถาบันขนาดกลางหรือใหญ่เริ่มมีปัญหา หรือรัฐบาลจีนต้องเข้าอัดฉีดสภาพคล่องเพิ่ม ตอนนั้นผลกระทบต่อตลาดการเงินโลกรวมถึงสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโตจึงจะชัดเจนขึ้น
ที่มา: @BullTheoryio
ภาพจาก AI
